Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Robot Returns
•
ติดตาม
23 ก.ย. เวลา 11:20 • ธุรกิจ
ถ้าวันนี้คุณถูกไล่ออก...คุณจะสร้างองค์กรนี้กลับมาอย่างไร?
มีคำถามหนึ่งของ **Andy Grove** ที่น่ากลัวกว่าคำถามเรื่อง Strategy เสียอีก
เพราะมันไม่ได้ถามว่า
**“เราควรทำอะไร?”**
แต่มันถามว่า
> **“ถ้าวันนี้เราโดนไล่ออก แล้ว Board จ้าง CEO คนใหม่เข้ามา เขาจะทำอะไร?”**
คำถามนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ขณะที่ Intel กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในธุรกิจ Memory Chip จากผู้ผลิตญี่ปุ่น
Grove หันไปถาม Gordon Moore
ถ้าพวกเราถูกให้ออกจากตำแหน่ง แล้วมี CEO คนใหม่เข้ามา เขาจะทำอะไร?
Moore ตอบแทบจะทันทีว่า
**เขาจะพา Intel ออกจากธุรกิจ Memory**
Grove จึงตอบกลับด้วยคำถามที่กลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดของ Intel
> **“ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่เดินออกจากประตูไป แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ เพื่อทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง?”**
เรื่องนี้ถูกเล่าซ้ำในหลายแหล่ง และสอดคล้องกับสิ่งที่ Grove อธิบายภายหลังว่า Intel ถอนตัวจากธุรกิจ Memory และโยกทรัพยากรไปยัง Microprocessor ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของบริษัท
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้...
**ไม่ใช่เรื่อง Memory Chip**
มันคือคำถามว่า
### “ถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าของอดีต เราจะออกแบบอนาคตอย่างไร?”
---
# คำถามเดียวกันนี้
# วันนี้ควรถูกถามในห้องประชุม CEO และ MD
ลองเปลี่ยนคำถามของ Andy Grove ให้เข้ากับองค์กรในวันนี้
ไม่ต้องเป็น Intel
ไม่ต้องเป็นบริษัทเทคโนโลยี
ไม่ต้องเป็นบริษัทที่กำลังขาดทุน
เพียงแค่ถามว่า...
> **“ถ้าวันนี้ผมกับคุณถูกให้ออกจากตำแหน่ง และ Board จ้างผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาเพื่อสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาใหม่จากศูนย์...เขาจะจัดองค์กรอย่างไร?”**
แล้วถามต่อว่า
**เขาจะเก็บทุกแผนกไว้เหมือนเดิมไหม?**
**เขาจะเก็บทุก Report ไว้เหมือนเดิมไหม?**
**เขาจะให้คน 5 คนทำ Report เดียวกันในคนละมุมไหม?**
**เขาจะให้แต่ละแผนกสร้าง Excel ของตัวเองไหม?**
**เขาจะให้ผู้บริหารรอ Report หลายวันเพื่อเอาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจไหม?**
**เขาจะมี Approval 3–4 ชั้นเหมือนเดิมไหม?**
**เขาจะให้คนจำนวนมากเสียเวลา Copy → Paste → Reconcile → Format → Check → Send เหมือนเดิมไหม?**
หรือ...
เขาจะมองทั้งหมดนี้แล้วถามเพียงว่า
> **“ทำไมเรายังทำแบบนี้อยู่?”**
นี่คือคำถามที่อันตรายมาก
เพราะบางครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า
**“ทำไมเราถึงต้องทำ?”**
แต่คือ
**“เพราะเราเคยทำแบบนี้มาตลอด”**
---
# และนี่คือจุดที่ AI เริ่มเปลี่ยนคำถามขององค์กร
ที่ผ่านมาเวลาพูดถึง AI เรามักถามว่า
> AI ทำอะไรได้บ้าง?
แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ
> **“ถ้า AI ทำงานส่วนนี้ได้แล้ว เราจะออกแบบองค์กรอย่างไรใหม่?”**
สองคำถามนี้ดูเหมือนคล้ายกัน
แต่จริง ๆ แล้วต่างกันคนละโลก
คำถามแรกทำให้เกิด
**AI Project**
คำถามที่สองอาจทำให้เกิด
**Organizational Transformation**
---
# ลองเอา “Report” สักหนึ่งตัวออกมาวางบนโต๊ะ
สมมติวันนี้บริษัทมี Report หนึ่งชุดที่ต้องใช้ข้อมูลจาก
Finance
Sales
Marketing
Operations
Warehouse
Customer Service
และ IT
แต่ละแผนกมีคนของตัวเอง
บางคนดึงข้อมูล
บางคน Clean Data
บางคนทำ Excel
บางคน Reconcile
บางคนตรวจตัวเลข
บางคนจัด Format
บางคนเขียน Commentary
บางคนทำ Presentation
แล้วส่งต่อให้ผู้จัดการ
จากนั้นผู้จัดการตรวจอีกครั้ง
ก่อนส่งให้ Director
Director แก้อีกเล็กน้อย
แล้วจึงส่งให้ MD
กระบวนการหนึ่งอาจใช้
**คน 8 คน**
**5 แผนก**
**หลายระบบ**
**หลายไฟล์**
**หลายวัน**
เพื่อผลิต Output หนึ่งชุด
---
# แล้วลองตั้งคำถามแบบ Andy Grove
> **“ถ้าวันนี้ผู้บริหารชุดใหม่เข้ามา และไม่มีความผูกพันกับโครงสร้างเดิมเลย เขาจะออกแบบกระบวนการนี้อย่างไร?”**
คำตอบอาจน่ากลัวมาก
เพราะเขาอาจไม่ได้ถามว่า
**“เราจะทำ Report นี้ให้เร็วขึ้นได้อย่างไร?”**
แต่เขาอาจถามว่า
> **“ทำไม Report นี้ต้องมีคน 8 คนทำ?”**
และอาจถามต่อว่า
> **“ทำไม Report เดียวต้องมี 5 แผนกเข้ามาแตะ?”**
และหนักที่สุดคือ
> **“ทำไมเราต้องทำ Report นี้ทุกเดือน ในเมื่อข้อมูลสามารถไหลเข้าระบบแบบ Real-time ได้?”**
นี่แหละครับคือความแตกต่างระหว่าง
### “ใช้ AI ทำงานเดิมให้เร็วขึ้น”
กับ
### “ใช้ AI เพื่อออกแบบงานใหม่”
---
# เพราะ AI อาจไม่ได้ทำให้คนทำงานเร็วขึ้นอย่างเดียว
แต่มันอาจทำให้เราตั้งคำถามว่า
## “งานบางอย่าง...จำเป็นต้องมีคนทำอยู่หรือไม่?”
นี่คือจุดที่เรื่อง AI เริ่มแตะเรื่องที่ผู้บริหารจำนวนมากไม่อยากแตะ
**Structure**
**Headcount**
**Job Description**
**KPI**
**Department Boundary**
**Management Layer**
และที่สำคัญที่สุด
## “Power Structure”
เพราะถ้า Report ที่เคยต้องใช้ 8 คน
วันนี้เหลือ 2 คน + AI
คำถามต่อไปจะเกิดขึ้นทันทีว่า
**แล้วอีก 6 คนจะไปทำอะไร?**
ถ้า Report ที่เคยกระจายอยู่ 5 แผนก
วันนี้สามารถรวมเป็น
**Enterprise Reporting Center**
หรือ **Shared Analytics Function**
คำถามต่อไปคือ
**แล้วแต่ละแผนกยังจำเป็นต้องมีงานแบบเดิมอยู่หรือไม่?**
และถ้า AI ทำให้ Manager คนหนึ่งสามารถบริหาร Output ได้เทียบเท่ากับทีมเดิมที่ใหญ่กว่าสองเท่า
คำถามที่เจ็บที่สุดคือ
> **“เรายังต้องวัดความสำคัญของ Manager จากจำนวนคนใต้บังคับบัญชาอยู่หรือไม่?”**
---
# นี่จึงไม่ใช่เรื่อง “ลดคน”
และผมคิดว่านี่เป็นจุดที่ผู้บริหารต้องระวังมาก
เพราะถ้าเริ่ม AI Transformation ด้วยคำถามว่า
> **“AI จะช่วยลดคนได้กี่คน?”**
องค์กรอาจกำลังสร้างความกลัว
แต่ถ้าเริ่มด้วยคำถามว่า
> **“AI จะช่วยให้เราหยุดทำงานอะไรได้บ้าง?”**
คำถามจะเปลี่ยนไปทันที
เราอาจพบว่า
มีงานบางอย่างที่ไม่ควรมีคนทำอีกแล้ว
มี Report บางตัวที่ไม่ควรต้องจัดทำแบบเดิม
มี Approval บางขั้นที่ไม่สร้าง Value
มี Data Entry บางประเภทที่ไม่ควรใช้คน
มีการ Reconcile บางอย่างที่ระบบควรทำเอง
มี Meeting บางประเภทที่เกิดขึ้นเพียงเพราะข้อมูลไม่ไหล
และมี Management Layer บางชั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประสานงานกับระบบที่ล้าสมัย
---
# ลองจินตนาการองค์กรเดิมกับองค์กรใหม่
## องค์กรแบบเดิม
คน → ดึงข้อมูล
คน → รวมข้อมูล
คน → ตรวจข้อมูล
คน → Reconcile
คน → วิเคราะห์
คน → ทำ Report
Manager → ตรวจ
Director → ตรวจ
MD → อ่าน
คนจำนวนมาก
เวลาจำนวนมาก
แต่ท้ายที่สุด...
**Output คือ Report**
---
## องค์กรที่ออกแบบใหม่
Data → ระบบรวมข้อมูล → AI ตรวจสอบ → AI วิเคราะห์ → Exception แจ้งมนุษย์ → คนตัดสินใจ
มนุษย์ไม่ได้หายไป
แต่บทบาทเปลี่ยนไป
จาก
**“คนผลิตข้อมูล”**
เป็น
**“คนใช้ข้อมูลตัดสินใจ”**
จาก
**“คนทำ Report”**
เป็น
**“คนตีความ Business”**
จาก
**“คนตรวจตัวเลขทีละบรรทัด”**
เป็น
**“คนจัดการ Exception และ Risk”**
จาก
**“คนทำงานตามขั้นตอน”**
เป็น
**“คนออกแบบสิ่งที่องค์กรควรทำต่อไป”**
นี่ต่างหากคือสิ่งที่ AI Transformation ควรสร้าง
---
# แล้ว Productivity จะเพิ่มขึ้นแค่ไหน?
คำตอบที่ซื่อสัตย์คือ
**ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกองค์กร**
เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ Process เดิม คุณภาพข้อมูล ระบบที่เชื่อมต่อกัน ระดับ Automation และจำนวนงานที่เป็น Exception
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารควรทำทันทีคือ
**อย่าเริ่มวัด AI จากจำนวนคนที่ลดลง**
ให้เริ่มวัดจาก
### Time Saved
เวลาที่คืนกลับมาให้องค์กร
### Touches Reduced
จำนวนครั้งที่คนต้องเข้าไปแตะงาน
### Cycle Time
ระยะเวลาตั้งแต่ Input ถึง Decision
### Error Rate
จำนวนข้อผิดพลาดที่ลดลง
### Cost per Output
ต้นทุนต่อ Report / Transaction / Decision
### Output per FTE
สิ่งที่คนหนึ่งคนสามารถสร้างได้
และที่สำคัญที่สุด
### Decision Velocity
**องค์กรตัดสินใจได้เร็วขึ้นแค่ไหน**
เพราะบางครั้ง Value ที่แท้จริงของ AI ไม่ได้อยู่ที่
“ประหยัดเงินได้เท่าไร”
แต่อยู่ที่
> **“ทำให้องค์กรเห็นปัญหาเร็วขึ้น และตัดสินใจได้ก่อนที่ปัญหาจะใหญ่ขึ้นหรือไม่?”**
---
# ตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติ Report เดิมใช้
**8 คน × 3 วัน**
เพื่อผลิต Report หนึ่งชุด
เท่ากับประมาณ
**24 Man-days**
ถ้าออกแบบ Process ใหม่จนเหลือ
**2 คน × 1 วัน**
ก็เหลือเพียง
**2 Man-days**
ในเชิงแรงงาน เท่ากับลดจาก 24 เหลือ 2 Man-days
แต่...
อย่าเพิ่งสรุปว่า
**“บริษัทลดคนได้ 6 คน”**
เพราะนั่นคือการมอง AI แบบเก่า
คำถามที่ดีกว่าคือ
> **“เราจะเอา 22 Man-days ที่ได้กลับคืนมาไปสร้าง Value อะไร?”**
นี่คือหัวใจ
เพราะถ้าเราเอาเวลาที่ประหยัดได้ไปให้คนทำ Excel อีกชุดหนึ่ง
เราก็ไม่ได้ Transformation
เราเพียงแค่
**Automate Waste**
---
# AI ที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ AI ที่ลดคนมากที่สุด
แต่คือ AI ที่ทำให้
**คนที่มีอยู่สร้าง Value ได้มากขึ้นอย่างมหาศาล**
ลองคิดภาพง่าย ๆ
คน 10 คนที่เคยใช้เวลา 70% ไปกับงาน Routine
ถ้า AI ลดงาน Routine ลงอย่างมาก
คน 10 คนเดิมอาจมีเวลามากขึ้นสำหรับ
ลูกค้า
การวิเคราะห์
การแก้ปัญหา
การสร้าง Business
การพัฒนากระบวนการ
การหาโอกาสใหม่
และการตัดสินใจ
ดังนั้นคำถามของ CEO ไม่ควรเป็น
> **“AI จะทำให้เราต้องใช้คนน้อยลงเท่าไร?”**
แต่ควรเป็น
> **“ถ้าเราคืนเวลาให้คนทั้งองค์กรได้ 20%, 30% หรือ 50% เราจะเปลี่ยนเวลานั้นให้กลายเป็น Growth ได้อย่างไร?”**
นี่คือคำถามของผู้บริหาร
---
# และนี่คือบทเรียนที่ลึกกว่าของ Andy Grove
Grove ไม่ได้ชนะเพราะเขามีข้อมูลมากกว่าทุกคน
เขาชนะเพราะเขากล้าถามคำถามที่ทำลายความผูกพันกับอดีต
Intel เคยสร้างธุรกิจ Memory
คนสร้างมันขึ้นมา
คนทำงานกับมันมาหลายปี
มีความรู้
มีประสบการณ์
มีโรงงาน
มีลูกค้า
มีทีม
มีประวัติศาสตร์
มีความภาคภูมิใจ
แต่ในวันที่โลกเปลี่ยน
สิ่งที่เคยเป็น **Asset**
อาจกลายเป็น **Attachment**
และสิ่งที่เคยสร้างความสำเร็จ
อาจกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้องค์กรไม่กล้าเปลี่ยน
Intel เองอธิบายภายหลังว่า Strategic Inflection Point คือจุดที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพการแข่งขันบังคับให้บริษัทต้องเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างพื้นฐาน และ Grove ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้มักต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่าการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ
---
# วันนี้ AI อาจกำลังสร้าง Strategic Inflection Point แบบเดียวกัน
ไม่ใช่เพราะ AI จะเข้ามาแทนทุกคน
แต่เพราะ AI กำลังทำให้
**ต้นทุนของการประมวลผลข้อมูลลดลง**
**ต้นทุนของการสร้าง Content ลดลง**
**ต้นทุนของการวิเคราะห์ลดลง**
**ต้นทุนของการทำ Report ลดลง**
**ต้นทุนของการประสานงานลดลง**
และในบางงาน
**ต้นทุนของการทำงานซ้ำ ๆ กำลังเข้าใกล้ศูนย์มากขึ้นเรื่อย ๆ**
เมื่อสิ่งที่เคยใช้คนจำนวนมากทำได้ด้วยระบบที่ฉลาดขึ้น
คำถามจึงไม่ใช่
**“เราจะใช้ AI หรือไม่?”**
แต่คือ
> **“องค์กรของเราถูกออกแบบมาในยุคที่งานเหล่านี้ยังต้องใช้คนจำนวนมากหรือเปล่า?”**
---
# และนี่คือคำถามที่ CEO / MD ควรถามตัวเองคืนนี้
ลองปิด Laptop
ปิด Presentation
วาง Budget
แล้วถามตัวเองเพียง 7 คำถาม
**1. ถ้าผมถูกไล่ออกวันนี้ คนที่มาแทนผมจะยุบอะไร?**
**2. เขาจะรวมอะไรเข้าด้วยกัน?**
**3. เขาจะหยุด Report อะไร?**
**4. เขาจะตัดขั้นตอนอะไร?**
**5. เขาจะเอา AI เข้าไปแทนงานตรงไหน?**
**6. เขาจะย้ายคนจากงาน Routine ไปทำอะไร?**
และคำถามสุดท้าย...
## **7. ถ้าเราสร้างบริษัทนี้ขึ้นมาใหม่วันนี้ เราจะสร้างมันเหมือนเดิมหรือไม่?**
ถ้าคำตอบคือ
**“ไม่”**
คำถามต่อไปไม่ใช่
> “แล้วทำไมเรายังทำเหมือนเดิม?”
แต่คือ
> **“แล้วอะไรทำให้เรายังไม่เปลี่ยน?”**
---
# เพราะบางครั้งสิ่งที่ขวาง Transformation
ไม่ใช่ Technology
ไม่ใช่ Data
ไม่ใช่ AI
ไม่ใช่คน
แต่คือ
## **“องค์กรที่เราเคยสร้างขึ้นมาเอง”**
เราไม่ได้ติดอยู่ในอดีตเพราะอดีตดีเสมอไป
เราติดอยู่เพราะ
**เราเป็นคนสร้างมัน**
เราจึงรู้สึกว่า
การลบมันออก
เหมือนกำลังยอมรับว่า
สิ่งที่เราเคยทำมานั้นผิด
แต่ในโลกธุรกิจ
**การยอมรับว่าสิ่งที่เคยใช้ได้ วันนี้ใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ความพ่ายแพ้**
มันคือความสามารถในการบริหาร
---
# Andy Grove ไม่ได้ถามว่า
# “เราจะรักษา Intel เอาไว้อย่างไร?”
เขาถามว่า
> **“ถ้าคนอื่นเข้ามาแทนเรา เขาจะทำอะไร?”**
วันนี้ CEO และ MD ทุกคนอาจต้องถามคำถามเดียวกัน
แต่เปลี่ยนจาก Memory Chip เป็น
**ทุก Report**
**ทุก Process**
**ทุก Department**
**ทุก Approval**
**ทุก Job Description**
**ทุก KPI**
**ทุก Headcount**
และแม้กระทั่ง
**ทุกตำแหน่งผู้บริหาร**
เพราะเมื่อ AI เข้ามา
สิ่งที่อาจถูก Disrupt ไม่ใช่แค่ “งาน”
แต่คือ
# **วิธีที่องค์กรถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อทำงาน**
และบางที...
**AI ไม่ได้กำลังถามว่า “ใครจะตกงาน?”**
มันกำลังถามผู้บริหารว่า
> **“ถ้าวันนี้คุณมีโอกาสสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาใหม่จากศูนย์...คุณยังจะสร้างมันเหมือนเดิมอยู่ไหม?”**
ถ้าคำตอบคือไม่
บางที...
**ถึงเวลาที่เราต้องเดินออกจากประตู**
**แล้วเดินกลับเข้ามาในองค์กรเดิม**
**ด้วยสายตาของคนที่ไม่เคยสร้างมันมาก่อน**
เพราะคนที่มององค์กรจากข้างใน
มักเห็นว่า
**“นี่คือสิ่งที่เราทำกันมาตลอด”**
แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามา
อาจมองเห็นเพียงว่า
> **“ทำไมต้องทำแบบนี้?”**
และบางครั้ง...
คำถามสั้น ๆ นั่นเอง
อาจมีมูลค่ามากกว่า
**AI ทั้งหมดที่เราซื้อเข้าบริษัทเสียอีก**
---
### ตอนต่อไป
ถ้าเรา “เดินออกจากประตูแล้วกลับเข้ามาใหม่” จริง ๆ
คำถามต่อไปจะยิ่งเจ็บกว่าเดิม:
> **“ถ้าองค์กรไม่ต้องมีทุก Department แบบที่มีอยู่วันนี้...เราจะออกแบบ Organization Chart ใหม่อย่างไร?”**
เพราะเมื่อ **AI ลดงาน Routine ลง**
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนต่อไม่ใช่แค่ Process
แต่คือ
**Organization Structure → Job → KPI → Manager → Headcount → Career Path**
และตรงนั้นเอง...
**AI Transformation จะเริ่มกลายเป็นเรื่องของ “อำนาจ” มากกว่าเรื่องของ “เทคโนโลยี”**
เทคโนโลยี
แนวคิด
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย