•
เมื่อวาน เวลา 22:00 • ข่าวรอบโลก

รัฐบาลเห็นเงิน ประชาชนเห็นสิ่งแวดล้อม

.............
 
สถาบัน TME และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ
จัดกิจกรรม Saudi & Oman Market Readiness – TME x Chula Open Class
และเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ที่ปรึกษาหลักสถาบันพูด
เวลา 13.30 น. เสาร์ 26 กันยายน 2569
ที่โรงแรมอัลมีรอซ ถ.รามคำแหง
เรื่อง ‘ซาอุฯ ที่เห็นด้วยตาจากประสบการณ์ภาคสนาม’ เพื่อเปิดมุมมองและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดกลุ่มประเทศ GCC
GCC คือกลุ่มความร่วมมือของ 6 ประเทศอาหรับรอบอ่าวเปอร์เซีย
ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน และโอมาน
ท่านที่สนใจติดต่อกันเองครับ ที่เบอร์ 089-345-5552
.............
 
ขณะนี้มีข่าวความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่นอยู่ 2 แห่ง
แห่งแรกคือที่กรุงโซล เกาหลีใต้
แห่งที่สองคือที่จันทบุรี ประเทศไทย
ใจกลางกรุงโซลมีพื้นที่ขนาดใหญ่ 300 เฮกตาร์ หรือ 1,875 ไร่
ที่เคยเป็นฐานทัพตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นปกครองเกาหลี
ต่อมาก็เป็นพื้นที่ของกองทัพสหรัฐ เมื่อกองทัพสหรัฐถอนออกไป พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นที่ว่าง
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง บอกว่า เฮ้ย มีที่ว่างกลางกรุงก็ดีแล้ว
เราเอาไปสร้างเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงปรี๊ด ขายให้ประชาชนดีกว่า
ตอนนี้ห้องชุดในกรุงโซลราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถึงตอนนี้กันยายน 2569 ราคาที่พักอาศัยในกรุงโซลก็ยังพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้อยู่
สิ่งที่อยู่ใต้สมองของประธานาธิบดีเกาหลีใต้คือ
เงินจำนวนมากมายมหาศาลที่จะเข้ามาสนับสนุนจุนเจือรัฐบาล
แกจึงโผล่หน้าออกมาพูดเรื่องสร้างบ้านสร้างตึกอยู่บ่อยครั้ง
แต่นายโอ เซ-ฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซลไม่เห็นด้วย แกแย้งว่า...
อ้า ท่านครับ กรุงโซลมีคนแออัดยัดเยียดเบียดเสียดเป็นปลากระป๋องอยู่แล้ว
ไม่ควรจะให้มีคนหนาแน่นมากไปกว่านี้ ต้องทำให้กรุงโซลหลวม ไม่ใช่ทำให้แน่นขึ้น
 
นายกเทศมนตรีกรุงโซลบอกว่า...
ข้าพเจ้าอยากจะนำพื้นที่ 300 เฮกตาร์นี้มาทำเป็นสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้ใบหญ้าให้เป็นปอดของคนกรุงโซล
ข้าพเจ้าขอเก็บพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้เป็นที่พักผ่อนใจของคน
การมาสร้างตึกสูงกลางกรุงโซล พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นห้องชุดของพวกเศรษฐี
แล้วคนเกาหลีธรรมดาจะได้อะไร
ถึงตอนที่ผมเขียนเรื่องนี้อยู่ก็ยังไม่มีข้อสรุป
ว่าพื้นที่นี้จะเป็นที่พักอาศัยของคนรวยหรือเป็นสวนสาธารณะของประชาชนคนทุกชนชั้น
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งแพร่ขยายกระจายไปในโซเชียลของคนรักป่าก็คือ
คณะรัฐมนตรีที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกฯ
มีมติเมื่อ 5 สิงหาคม 2569 ให้กรมชลประทานสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี
ด้วยงบประมาณ 7,200 ล้านบาท
โดยพื้นที่ที่จะใช้สร้างนี้อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง 5,791 ไร่
และต้องโค่นป่าในอุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้น 6,191 ไร่ รวมทั้งหมด 11,982 ไร่
คนจันทบุรีออกมาต่อต้านรัฐบาลอนุทินเมื่อ 13 กันยายน 2569
โดยชุมนุมกันที่หน้าศาลากลางจังหวัด เพราะมีข่าวว่าอ่างเก็บน้ำนี้อาจจะมีการผันน้ำไปใช้ในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์
และโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคนจีนใน EEC หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา)
อุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้นเป็นป่าสำคัญของภาคตะวันออก อยู่ระหว่างป่าเขาอ่างฤาไนกับป่าเขาสอยดาว
สัตว์ทั้งหลายไม่ว่าช้างป่า กระทิง กวาง หมูป่า และสัตว์อื่นๆ เดินจากป่าหนึ่งสู่อีกป่าหนึ่งได้
จันทบุรีมีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว 2 อ่าง แต่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ใช้น้ำ
บั้นปลายท้ายที่สุด ประโยชน์ทั้งหลายไปตกอยู่กับนายทุนชาติและนายทุนข้ามชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม
1 ตุลาคม 2569 ชาวจันทบุรีที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
ควักสตางค์กันคนละ 500 บาท เช่ารถทัวร์มากมายหลายคันเข้ากรุงเทพฯ
เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เวลา 9.00 น.
และจะยื่นหนังสือที่กรมชลประทานในเวลา 10.00 น.
พอถึงเวลา 14.00 น. ก็จะไปยื่นหนังสือห้ามเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้น ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ที่เกาหลีใต้ ผมเห็นด้วยกับนายกเทศมนตรีกรุงโซล
 
ที่จันทบุรี ผมเห็นด้วยกับเกษตรกรชาวจันท์
โฆษณา