•
23 ก.ย. เวลา 23:20 • ความคิดเห็น
คิดมาก คิดวน คิดไม่จบ เพราะเรื่องนั้นยังค้างคาอยู่ในสมองไงคะ
สังเกตไหมว่า อะไรที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งปสก.เชิงลบอย่างเช่นทำผิดครั้งแรก รับสารภาพผิด เอ่ยปากขอโทษทั้งๆที่ยังรู้สึกขัดแย้ง รวมถึงสถานการณ์ที่คลุมเครือไม่ชัดเจน อยู่เหนือการควบคุมของเรา บลาๆๆ สมองคนเราจะต่อต้านหนักมาก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก คาดเดาผลไม่ได้ สมองจึงตีความว่าไม่ปลอดภัยและเปิดโหมด "สู้หรือหนี"
ตามที่จขกท.บอกเลยค่ะ อยากหนีปัญหา นั่นเพราะสมองหาข้ออ้างให้หนูเรียบร้อยแล้วแหละ มาในรูปของ "เสียงในหัว" ที่บอกตัวเองซ้ำๆว่าเรื่องที่ทำผิดพลาดก็ดูไม่ได้ร้ายแรง แถมหนูก็ไม่รู้นี่นา
แต่สมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับตรรกะและเหตุผล ยังทำงานได้ดี หนูจึงยังสามารถคิดแบบมีเหตุมีผล
รู้ทั้งรู้ว่าทางออกคือการลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและแก้ไขซะให้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ทำเพราะแพ้เสียงในหัว ที่คอยป้อนข้ออ้างสารพัดเพื่อรั้งไม่ให้เราข้ามจากโหมดหนี ไปโหมดสู้
โหมดหนีกับโหมดสู้ มันตีกันอยู่ค่ะก็เลยกลายเป็นคิดมาก คิดวน คิดไม่จบ ติดคาอยู่ในสมอง
จะออกจากหลูปนี้ ก็ต้องพาตัวเองออกจากโหมดหนี ไปอยู่ในโหมดสู้ หนูก็ต้องเมินเสียงในหัวให้ได้เสียก่อน เอาชนะเสียงในหัวโดยใช้แรงจากสมองส่วนตรรกะเหตุผลให้มาก ส่งตัวเองไปอยู่ในโหมดสู้
นึกภาพว่าเมื่อแก้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหาและลงมือแก้ไข หนูจะเจออะไรบ้าง ในระหว่างทางที่เป็นปสก.ใหม่ๆที่หนูไม่เคยทำ ปลายทางจะเป็นยังไงถ้าเลือกที่จะแก้ตัวไปวันๆแทนที่จะแก้ไขซะให้เรียบร้อยปิดจ๊อบ ลองเทียบกันค่ะระหว่างฮึบสู้กับปล่อยคาไว้
ถึงผิดบ้างพลาดบ้าง แต่อะไรที่ไม่ทำให้ถึงตาย ย่อมเป็นโอกาสให้เรียนรู้และเติบโตได้เสมอค่ะ
โฆษณา