Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
MOU ครั้งประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย SET จับมือตลาดหุ้นนิวยอร์ก พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน หารือเรื่อง Dual Listing
ลองจินตนาการว่าวันหนึ่ง หุ้นบริษัทไทยที่เราถืออยู่ สามารถซื้อขายได้ทั้งในกระดาน SET ที่กรุงเทพฯ และในกระดาน NYSE ที่นิวยอร์กพร้อมกัน
หรือกลับกัน หุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ก็มาเปิดให้นักลงทุนไทยซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้โดยตรง
เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่จินตนาการที่เกินเอื้อมอีกต่อไป..
เพราะวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
เพิ่งลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ที่นครนิวยอร์ก โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน
หนึ่งในหัวข้อที่ทั้งสองฝ่ายหารือกันคือ ความเป็นไปได้ของ Dual Listing หรือการนำหุ้นไปจดทะเบียนพร้อมกันทั้งสองตลาด
เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นจริง จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ของตลาดทุนไทยอย่างมาก..
แล้ว MOU ครั้งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
MOU ฉบับนี้ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน
ด้านแรกคือ Dual Listing การจดทะเบียนหลักทรัพย์พร้อมกันทั้งสองตลาด
ก็คือ การนำหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
และกลับกันคือ การนำหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
ด้านที่สองคือ Cross Listing การพัฒนาและจดทะเบียนข้ามตลาดของกองทุน ETF
ด้านที่สามคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนีร่วมกัน
ด้านที่สี่คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG
และด้านสุดท้ายคือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสองตลาด
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจและนักลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้บริษัทจดทะเบียนไทย เปิดโอกาสให้เข้าถึงนักลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนในตลาดชั้นนำของโลกได้มากขึ้น
พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ใช้ตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งระดมทุนได้ด้วย ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการ BOI to IPO ที่ผลักดันให้ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยพอดี
ดีลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีที่มาที่ไป เพราะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกับ NYSE มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2535 เริ่มต้นจากงานด้านการกำกับดูแลตลาด ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์ต่อเนื่องมากว่า 3 ทศวรรษ จนขยายขอบเขตมาเป็นข้อตกลงความร่วมมือเต็มรูปแบบในครั้งนี้
ผู้บริหารฝ่าย NYSE ระบุว่า ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานกับตลาดหลักทรัพย์ไทย และมองว่า MOU ฉบับนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของตลาดทุนไทยต่อไป
ถ้ามองในมุมของตลาดหุ้นไทยเอง ดีลนี้มีทั้งโอกาสและโจทย์ที่ต้องคิดต่อ
ด้านโอกาส หาก Dual Listing เกิดขึ้นได้จริง บริษัทไทยขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ จะมีช่องทางเข้าถึงนักลงทุนสถาบันระดับโลกได้กว้างขึ้นมาก โดยไม่ต้องย้ายฐานจดทะเบียนออกจากตลาดไทยไป
ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ก็มีโอกาสได้รับการประเมินมูลค่าที่สะท้อนศักยภาพจริงมากขึ้น เพราะเปิดกว้างให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักลงทุนที่คุ้นเคยกับตลาดไทยเท่านั้น
ส่วน Cross Listing ของกองทุน ETF ก็จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในตลาดทุนไทย ให้นักลงทุนไทยมีทางเลือกลงทุนในดัชนีหรือธีมการลงทุนระดับโลก ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศแยกต่างหาก
ซึ่งอาจช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นไทยได้ในระยะยาว
ด้านโจทย์ที่ต้องคิดต่อคือ คำถามว่าเมื่อบริษัทไทยไปจดทะเบียนที่ NYSE ได้แล้ว สภาพคล่องการซื้อขายจะยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ตลาดไทยเป็นหลักหรือไม่ เพราะถ้านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกซื้อขายผ่านกระดานนิวยอร์กแทน
ตลาดไทยก็อาจเสี่ยงสูญเสียสภาพคล่องบางส่วนไปได้เช่นกัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ คงต้องออกแบบกลไกรองรับให้รอบคอบ ก่อนที่ Dual Listing จะเกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
ในมุมเศรษฐกิจภาพรวม
การมีสะพานเชื่อมที่ชัดเจนไปยังตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง NYSE อาจช่วยเสริมความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ ที่กำลังพิจารณาเข้ามาลงทุนในไทย เพราะรู้ว่าหากธุรกิจเติบโตจนพร้อมระดมทุนในระดับโลก ก็มีเส้นทางที่ชัดเจนรองรับไว้แล้ว
ซึ่งอาจส่งผลดีทางอ้อมต่อการตัดสินใจลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ในภาคธุรกิจอื่น ๆ ของไทยด้วย
นอกจากนี้ ดีลนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการ BOI to IPO ที่ต้องการดึงธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
เพราะหากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยรู้ว่า การจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสเข้าถึงตลาดทุนโลกในอนาคต ก็อาจเพิ่มแรงจูงใจให้เลือกใช้ตลาดหุ้นไทย เป็นฐานระดมทุนมากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงศักยภาพที่ MOU ฉบับนี้เปิดทางไว้เท่านั้น เพราะการนำ Dual Listing จากกรอบความร่วมมือไปสู่การปฏิบัติจริง ยังต้องอาศัยรายละเอียดกฎเกณฑ์ ทั้งด้านการกำกับดูแล มาตรฐานบัญชี และการคุ้มครองนักลงทุนของทั้งสองประเทศให้สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาต่อจากนี้อีกพอสมควร
จาก MOU ที่ดูเหมือนเป็นแค่พิธีลงนามในทริปเดินทางของนายกรัฐมนตรี แท้จริงแล้วอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดทุนไทย เพราะ Dual Listing ถ้าเกิดขึ้นได้จริง จะเปลี่ยนภาพที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยไปอย่างมาก
บริษัทไทยที่มีศักยภาพจะมีทางเลือกใหม่ในการระดมทุนจากนักลงทุนทั่วโลก โดยไม่ต้องละทิ้งฐานที่มั่นเดิมในตลาดหุ้นไทย
ขณะที่นักลงทุนไทยเอง ก็อาจมีโอกาสเข้าถึงหุ้นบริษัทระดับโลกได้ง่ายขึ้น ผ่านกระดานที่คุ้นเคยอยู่แล้วเช่นกัน
แต่ระหว่างวันที่เซ็น MOU กับวันที่ Dual Listing เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ยังมีระยะทางอีกไม่น้อยที่ทั้งสองตลาดต้องเดินไปด้วยกัน
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ การวางกรอบความร่วมมือไว้ก่อน ส่วนผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทย คงต้องติดตามกันต่อไป
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
วันนี้ ก็คงเป็นอีกหนึ่งหน้าในประวัติศาสตร์
ที่อาจทำให้ตลาดทุนไทย ในอนาคต ไม่เหมือนเดิมอีก..
21 บันทึก
27
22
21
27
22
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย