25 ก.ย. เวลา 01:12 • หนังสือ

การวิจัยเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เชิญมาประชุม

การนำโมเดลแก้จนไปใช้จริงไม่ใช่เรื่องของนักวิจัยเพียงฝ่ายเดียว เพราะการแก้จนเป็นงานที่ต้องเชื่อมคน กลไก และทรัพยากรเข้าด้วยกัน การทำงานจึงต้องมีกลไกอย่างน้อย 3 ระดับ
#ระดับอำเภอ ปักหมุดที่นายอำเภอเป็นประธาน เชื่อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกอำนวยการปฏิบัติการในพื้นที่
#ระดับตำบล ปักหมุดที่ นายก อปท. หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วัด โรงเรียน เป็นหน่วยจัดทำข้อมูล วางแผน และประสานการปฏิบัติงานกับชุมชน สามารถเชื่อมหน่วยงานอื่น ๆ มาร่วมทำงาน
#ระดับชุมชน ปักหมุดที่กลุ่มองค์กรชุมชน ครัวเรือนเป้าหมาย ผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบปฏิบัติการอาชีพ รายได้ ซึ่งคนจนมีความเปราะบางการมีกลไกพี่เลี้ยงในพื้นที่จะช่วยหนุนเสริมได้ทันสถานการณ์
สิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การออกแบบโครงการ แต่คือการสร้างความเชื่อใจ เมื่อข้อมูลไม่ตรงกัน งานไม่ชัดเจน หรือบางฝ่ายรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ความร่วมมือก็ย่อมสั่นคลอน แนวคิดสำคัญจึงอยู่ที่ การประสานความร่วมมืออย่างมีธรรมาภิบาล (Collaborative Governance) ทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกัน เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน และมีกติกาที่ตรวจสอบได้ สำคัญอย่างยิ่งคือการรักษาความสัมพันธ์อันดี
งาน บพท. เสนอองค์ความรู้ การสร้างระบบความร่วมมือขับเคลื่อนงานแก้จนระดับพื้นที่ ดังนี้ การสร้างกลไกความร่วมมือ การพัฒนาระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนแบบชี้เป้า การพัฒนาระบบส่งต่อความช่วยเหลือและติดตามแบบมุ่งเป้า การพัฒนาโมเดลแก้จนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี การเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาระดับจังหวัดและท้องถิ่น
อ่านบทความ"เสน่ห์การแก้จน “SLF โมเดล” เครื่องมือที่เหมาะสมกับการเงินครัวเรือน 3 ระดับ" เพิ่ม -->https://www.1poverty.com/2026/09/OM-SakonNakhon.html
///
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
#โมเดลแก้จน
#สกลนคร
โฆษณา