25 ก.ย. เวลา 06:36 • สุขภาพ

ประเด็นเรื่อง อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากของการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทาง

สิ่งที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บอก
อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษจากเชื้อราบางชนิด พบได้ในอาหาร เช่น ถั่วลิสง ธัญพืช และเครื่องเทศ และ อะฟลาทอกซิน B1 เป็นสารก่อมะเร็งที่มีหลักฐานชัดเจน โดยเฉพาะมะเร็งตับ การได้รับร่วมกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
องค์การอนามัยโลก
ประเทศไทยเองก็ไม่ได้ไม่มีมาตรการ เพราะมี มกษ. 4702-2557 เรื่องเมล็ดถั่วลิสง: ข้อกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซิน ซึ่งกำหนดอะฟลาทอกซินรวมในเมล็ดถั่วลิสงไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม และเป็นมาตรฐานบังคับ ราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่คุณนำมาแสดง ศึกษาตัวอย่างพริกป่น 73 ตัวอย่างจากตลาด 4 แห่งในจังหวัดขอนแก่นในช่วงปี 2563–2564 พบเชื้อราที่สร้างสารพิษใน 83.6% ของตัวอย่าง และตรวจพบ AFB1 ในช่วง 7.63–44.32 ไมโครกรัม/กิโลกรัม
PubMed Central (PMC)
ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับถั่วลิสงในตลาดกรุงเทพฯ ซึ่งเก็บตัวอย่าง 60 ตัวอย่างในช่วงปี 2556–2557 พบอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงดิบ 80% และพบในถั่วลิสงคั่วและบดทุกตัวอย่างในชุดศึกษานั้น
Taylor & Francis Online
แต่ต้องระวังการนำตัวเลขเหล่านี้ไปสรุปว่า “คนไทยเกือบทั้งหมดจะเป็นมะเร็ง” เพราะงานวิจัยดังกล่าวเป็นการสุ่มตัวอย่างเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลา ไม่ใช่การสำรวจประชากรไทยทั้งประเทศ และการตรวจพบสารพิษในอาหารไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคทุกคนจะเป็นมะเร็ง
ดังนั้น ผมอยากเสนอข้อความนี้ต่อกระทรวงสาธารณสุข
“โรงพยาบาลสร้างเพิ่มเท่าไรก็อาจไม่เพียงพอ หากประเทศเรามุ่งรักษาโรค แต่ไม่ลงทุนกับการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทาง”
โรงพยาบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตและรักษาผู้ป่วยมะเร็ง แต่ระบบสุขภาพที่ดีไม่ควรรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงเริ่มแก้ปัญหา
การป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่สิ่งที่ประชาชนกิน สิ่งที่ประชาชนได้รับจากสิ่งแวดล้อม และปัจจัยเสี่ยงที่สามารถลดได้
กรณีอะฟลาทอกซินเป็นตัวอย่างสำคัญ เพราะเป็นสารปนเปื้อนในอาหารที่สามารถควบคุมได้ตั้งแต่ระดับการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การทำให้แห้ง การเก็บรักษา การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนถึงมือผู้บริโภค
WHO ระบุว่าอะฟลาทอกซิน B1 เป็นสารพิษจากเชื้อราที่ก่อมะเร็งตับ และแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ เฝ้าระวังและควบคุมสารพิษจากเชื้อราในอาหารให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้
องค์การอนามัยโลก
ดังนั้น งบประมาณด้านสุขภาพจึงไม่ควรมองเฉพาะจำนวนเตียง เครื่องมือแพทย์ และโรงพยาบาลที่ต้องสร้างเพิ่ม แต่ควรมองว่า เราสามารถลดจำนวนคนที่จะต้องเดินเข้าโรงพยาบาลได้มากเพียงใด
“การรักษา 1 คน คือการช่วยชีวิต 1 คน
แต่การป้องกันที่ดี อาจช่วยไม่ให้คนจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้ป่วยตั้งแต่แรก”
และถ้าจะสื่อสารกับประชาชน ผมขอเสนอคำพูดที่เข้าใจง่ายกว่านั้น
“อย่ารอให้โรงพยาบาลรักษาเรา เพราะบางโรคเราสามารถช่วยป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้”
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ เช่น
ไม่กินอาหารที่ขึ้นรา เปลี่ยนสี หรือมีลักษณะผิดปกติ เก็บถั่ว ธัญพืช และอาหารแห้งในที่แห้งและไม่ร้อนเลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่มีระบบควบคุมคุณภาพไม่คิดว่า “เอาไปคั่วหรือปรุงสุกแล้วสารพิษจะหายหมด” เพราะอะฟลาทอกซินมีความคงตัวและอาจเหลืออยู่หลังการแปรรูปบางชนิด
องค์การอนามัยโลก
ลดปัจจัยเสี่ยงมะเร็งอื่น ๆ เช่น บุหรี่และแอลกอฮอล์ รักษาน้ำหนัก ออกกำลังกาย และรับวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดตามคำแนะนำทางการแพทย์
องค์การอนามัยโลกWHO ประเมินว่า ประมาณ 38% ของมะเร็งในปัจจุบันสามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและใช้มาตรการป้องกันที่มีหลักฐานรองรับ ดังนั้นการป้องกันไม่ใช่แนวคิดที่มาแทนการรักษา แต่เป็นอีกเสาหลักหนึ่งของระบบสุขภาพองค์การอนามัยโลก
ผมคิดว่าประโยคที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเรื่องนี้คือ
“กระทรวงสาธารณสุขไม่ควรมีภารกิจเพียงสร้างโรงพยาบาลให้เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย แต่ควรสร้างระบบป้องกันที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงด้วย”
“โรงพยาบาลคือปลายทางของการรักษา
แต่การป้องกันคือการแก้ปัญหาที่ต้นทาง”
“เราไม่ควรถามเพียงว่า จะสร้างโรงพยาบาลเพิ่มอีกกี่แห่ง
แต่ควรถามด้วยว่า เราจะป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเข้าโรงพยาบาลได้อีกกี่คน”
นี่เป็นประเด็นที่สามารถนำไปพัฒนาเป็น “ข้อเสนอเชิงนโยบายการป้องกันมะเร็งจากอาหารและสิ่งแวดล้อม” ได้เลย โดยเฉพาะการเชื่อม กระทรวงสาธารณสุข + กระทรวงเกษตรฯ + อย. + มกอช. + กรมวิชาการเกษตร + ท้องถิ่น + ห้องปฏิบัติการ + ผู้ผลิตอาหาร ให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน ตั้งแต่ “ไร่นา → โรงงาน → ตลาด → โต๊ะอาหาร
สุขภาพประชาชน”
และจุดสำคัญคือ ประเทศไทยมีมาตรฐานเรื่องอะฟลาทอกซินอยู่แล้ว ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “มีกฎหมายหรือไม่” แต่คือ “กฎหมายถูกนำไปตรวจ เฝ้าระวัง และบังคับใช้อย่างครอบคลุมและสม่ำเสมอเพียงใด” ซึ่งเป็นโจทย์ที่สามารถตรวจสอบและวัดผลได้จริง
โฆษณา