•
25 ก.ย. เวลา 07:34

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ รถยนต์ ชาร์จบ่อย ไม่ได้ทำให้เสื่อมเร็ว: รวมความเข้าใจผิด

เวลาคุยกันเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ กับ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ หลายคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำ แนว ๆ อย่าชาร์จบ่อย เดี๋ยวแบตพังเร็ว บางคนบอกว่าขับรถทุกวันก็ไม่ต้องชาร์จแล้ว บางคนบอกว่าถ้าจะชาร์จ ให้ชาร์จแรง ๆ ทีเดียวจบ คำแนะนำเหล่านี้ฟังดูมีเหตุผล และเล่าต่อกันมานาน จนหลายคนอาจเชื่อโดยไม่เคยตรวจสอบ
คำถามคือความเชื่อเหล่านี้จริงแค่ไหน และการมี เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ไว้ใช้เองทำให้แบตอายุสั้นลงจริงหรือเปล่า?
คำตอบคือ ไม่จริง สิ่งที่ทำให้แบตเสื่อมเร็ว ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ชาร์จ แต่คือการปล่อยให้แบตอยู่ในสภาพไฟต่ำเป็นเวลานาน และการใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยวิธี ที่ไม่เหมาะกับชนิดแบต ความเชื่อหลายข้อ ที่ได้ยินกันถือว่า ถูกครึ่งเดียว และส่วนที่หายไป คือส่วนที่ทำให้คนตัดสินใจผิด
ชาร์จบ่อยทำให้แบตพังเร็ว
ความเชื่อนี้มักยกมาเทียบกับแบตโทรศัพท์ ที่ชาร์จบ่อยแล้วความจุลดลงตามจำนวนรอบชาร์จ พอเอามาใช้กับเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ หลายคนจึงคิดว่าควรชาร์จให้น้อยครั้งที่สุด ปล่อยให้ไฟในแบต ลดลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสตาร์ทไม่ติด แล้วค่อยจัดการทีเดียว
>>> ข้อเท็จจริง
แบตเตอรี่ตะกั่วกรด ที่ใช้ในรถยนต์ ควรอยู่ในสภาพไฟเต็มมากกว่าไฟต่ำ เพราะเมื่อแบตอยู่ในสภาพไฟต่ำนาน ๆ จะเกิดผลึกซัลเฟตเกาะที่แผ่นธาตุ ซึ่งลดความสามารถในการเก็บประจุลงเรื่อย ๆ การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เติมไฟ ให้เต็มอยู่เสมอ จึงเป็นผลดีกับแบต ไม่ใช่ผลเสีย
สิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดคือคนมักชาร์จด้วย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ที่ไม่มีระบบตัดไฟ แล้วเสียบทิ้งไว้เกินจำเป็น ความเสียหาย ในกรณีนั้น มาจากการจ่ายไฟต่อเนื่อง หลังแบตเต็ม ไม่ได้มาจากการชาร์จบ่อย
ขับรถทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่
ความเชื่อนี้ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะรถยนต์ มีไดชาร์จทำหน้าที่ปั่นไฟอยู่ ขณที่ะเครื่องทำงาน คนที่ขับรถทุกวันจึงมักคิดว่าแบตได้รับการเติมไฟเต็มอยู่ตลอด และไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้เสียบชาร์จเพิ่มอีก
>>> ข้อเท็จจริง
ความจริงคือ ไดชาร์จในรถทำหน้าที่รักษาระดับไฟระหว่างขับ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมแบตที่หมดเกลี้ยงให้กลับมาเต็ม ถ้าการใช้งานประจำวัน เป็นระยะสั้น เช่น ขับสิบนาทีไปตลาดแล้วดับเครื่อง ไฟที่เติมกลับเข้าไปอาจน้อยกว่าไฟ ที่ใช้ไปตอนสตาร์ท
รถที่ใช้แบบนี้ทุกวันจะค่อย ๆ สะสมสภาพไฟไม่เต็มโดยที่เราไม่รู้ตัว วันหนึ่งสตาร์ทไม่ติดทั้งที่ขับอยู่ทุกวัน การเติมไฟให้เต็มด้วย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เป็นระยะ จะมีประโยชน์กับรถกลุ่มนี้มากกว่ารถที่ขับทางไกลประจำ
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ กระแสแรงกว่า ดีกว่าเสมอ
เวลาเปรียบเทียบเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ รุ่นต่าง ๆ ตัวเลขที่เห็นชัดที่สุด คือกระแสสูงสุด ที่วัดเป็นแอมป์ ตัวเลขยิ่งมากยิ่งดูคุ้ม และยังชาร์จเสร็จเร็วกว่าด้วย ความเชื่อว่าเครื่องแรงกว่าคือเครื่องที่ดีกว่าจึงเกิดขึ้นได้ง่าย
>>> ข้อเท็จจริง
กระแสสูงทำให้ชาร์จเสร็จเร็วขึ้นจริง แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในแบต ก็สูงขึ้นตาม ความร้อนคือปัจจัยที่เร่งการเสื่อมของแผ่นธาตุโดยตรง การชาร์จเร็ว จึงเหมาะกับกรณีรีบใช้รถ และไม่ควรเป็น วิธีชาร์จประจำ
หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ “ใช้กระแสชาร์จปกติอยู่ราวหนึ่งในสิบของความจุแบต” ซึ่งใช้เวลานานกว่า แต่ได้ประจุที่อยู่ทนกว่า
สิ่งที่ควรดูเวลาเลือกเครื่องไม่ใช่ตัวเลขกระแสสูงสุด แต่ คือ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เครื่องนั้นลดกระแสลงเองเมื่อแบตใกล้เต็ม หรือไม่
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ กับเครื่องพ่วงสตาร์ท ใช้แทนกันได้
ของสองอย่างนี้มีสายคีบสีแดง กับสีดำเหมือนกัน ต่อเข้าขั้วแบตเหมือนกัน และเกี่ยวข้องกับอาการสตาร์ทไม่ติดเหมือนกัน จึงมักมีคนเข้าใจผิด ว่าเป็นอุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่ต่างกันแค่ขนาด และเลือกซื้ออย่างใดอย่างหนึ่ง ไว้ก็พอ
>>> ข้อเท็จจริง
สองอย่างนี้ทำงานคนละแบบ เครื่องพ่วงสตาร์ทจ่าย กระแสสูงมาก ในไม่กี่วินาที เพื่อให้มอเตอร์สตาร์ทหมุน ส่วนเครื่องชาร์จค่อย ๆ เติมประจุกลับเข้าแบตเป็นชั่วโมง การพ่วงสตาร์ทจึงแก้อาการเฉพาะหน้าได้ แต่ไม่ได้ทำให้แบตกลับมาเต็ม
ผลคือคนที่พ่วงสตาร์ทซ้ำ ๆ โดยไม่เคยชาร์จเต็มเลย จะเจอปัญหาถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแบต อยู่ในสภาพไฟต่ำตลอดเวลา และวนกลับไปที่ปัญหา ซัลเฟตเกาะแผ่นธาตุ
แบตแห้งไม่ต้องดูแล ชาร์จแบบไหนก็ได้
คำว่า “แบตแห้ง” มักใช้เรียกแบตเตอรี่รถ ที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น จุดขายหลัก คือไม่ต้องคอยเปิดฝาตรวจระดับน้ำเหมือนแบตเตอรี่ แบบดั้งเดิม ความสะดวกตรงนี้ทำให้หลายคนเข้าใจต่อไปว่า แบตกลุ่มนี้ทนทุกอย่าง และใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ชาร์จยังไง ก็ได้
>>> ข้อเท็จจริง
คำว่าไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องดูแล แบตแห้ง และ AGM ไวต่อแรงดันเกิน มากกว่าแบตน้ำ การชาร์จด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ที่จ่ายไฟรูปแบบเดียวกับแบตทุกชนิด จึงมีโอกาสทำให้แบตกลุ่มนี้เสื่อมเร็วกว่าที่ควร
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ที่มีสวิตช์เลือกชนิดแบตเป็นสิ่งที่ควรมีถ้ารถใช้แบตแห้งหรือ AGM และถ้าไม่แน่ใจว่าแบตในรถเป็นชนิดไหน ฉลากบนตัวแบตบอกไว้เสมอ
คราบที่ขั้วแบตเตอรี่ เป็นแค่ เรื่องความสวยงาม
คราบขาวเขียวที่เกาะรอบขั้วแบต ดูเหมือนสนิม หรือคราบสกปรกทั่วไป ในเมื่อรถยังสตาร์ทติดอยู่ คนส่วนใหญ่ก็อาจคิดว่า ปล่อยไว้ แล้วค่อยเช็ด ตอนล้างห้องเครื่อง มองว่าเป็นเรื่องความเรียบร้อยมากกว่าเรื่องการทำงานของระบบไฟ
>>> ข้อเท็จจริง
คราบขาวเขียวที่เกาะขั้วแบต คือชั้นที่ขวางการนำไฟฟ้า เมื่อผิวสัมผัสแย่ลง แรงดันที่ส่งผ่านได้ก็ลดลง อาการที่ตามมาคือใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ชาร์จแล้ว เหมือนไม่เข้า หรือสตาร์ทอืดทั้งที่เพิ่งชาร์จเสร็จ
การขัดคราบออกให้ผิวสัมผัสสะอาดก่อนใช้ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ เป็นขั้นตอนที่ควรทำทุกครั้ง และถ้าขั้วผุจนขันไม่แน่นแล้ว การเปลี่ยนขั้วใหม่จะได้ผลกว่าการดัด หรือรองด้วยวัสดุอื่น ชั่วคราว
สรุป เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ไม่ได้ทำให้แบตพัง แต่วิธีใช้ต่างหากที่สำคัญ
ถ้าย้อนกลับไปที่คำถามตั้งต้น การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ บ่อย ๆ ไม่ได้ทำให้แบตเสื่อมเร็ว สิ่งที่ทำให้เสื่อมเร็ว คือ
  • ●
    การปล่อยให้แบตอยู่ในสภาพไฟต่ำนาน ๆ
  • ●
    การชาร์จต่อเนื่องหลังแบตเต็มด้วย เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ที่ไม่มีระบบตัด
  • ●
    การเลือกใช้โหมดชาร์จ ของเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ผิดชนิดแบต
สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ชาร์จ แต่คือการปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงซ้ำ ๆ แล้วแก้ด้วยการพ่วงสตาร์ทอย่างเดียว และถ้าระหว่างชาร์จพบว่าตัวแบตร้อนจัด มีเสียงเดือดผิดปกติ หรือฝาแบตเริ่มโป่ง ให้ถอดปลั๊ก เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ แล้วให้ช่างตรวจ เพราะนั่นไม่ใช่อาการปกติของการชาร์จ
เลือก เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ได้ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้
โฆษณา