25 ก.ย. เวลา 07:06 • หุ้น & เศรษฐกิจ

คลื่นใต้ทะเลที่ไกล้ปะทุ…ดอกเบี้ยพันธบัตรอเมริกาพุ่งสูงกระฉูดดดด

ประเด็นแรกเลยทำไมดอกเบี้ยพันธบัตรถึงพุ่งสูงขนาดนี้ จริงๆมันไม่มีอะไรมากเลยนะก็คือทุกคนมองว่าอาจมีการปรับตัวของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลในหมู่ลิง ฝูงลิงจึงแห่เข้าไปขายดันดอกเบี้ยขึ้นสูง!! อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือราคาพันธบัตร มันจะสวนทางกับดอกเบี้ยนั่นเอง
แต่ที่น่าตกใจสำหรับแอดคืออะไรรู้มั้ย คือการที่พันธบัตร 10y 20y 30y มันดันพุ่งขึ้นสูงพร้อมกันที่เดียวหมดเลย แถมเปอร์เซ็นยังไกล้ๆกันอีกในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกสิ่งนี้ว่า Parallel Shift(การเคลื่อนไหวแบบขนาน) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึง "แรงกระแทกครั้งใหญ่ (Shock) ที่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจทั้งหมดโดยไม่เกี่ยงระยะเวลา"
โดยปกติแล้วแม้ว่าพันธบัตร 10y 20y 30y จะเคลื่อนไหวพร้อมกันก็จริงแต่ว่า พันธบัตร 30y จะขยับตัวมากกว่า 10y เสมอนั่นทำให้การขยับที่พร้อมกันในครั้งนี้ของพันธบัตรอเมริกาบอกเราได้ว่าตลาดกำลังไม่เชื่อใจในอเมริกาอย่างหนักนั่นเอง
มาดูสาเหตุปัจจัยหลักกันบ้างดีกว่า
นั่นก็คือ มหกรรม "สงครามงัดข้อ" ระหว่างกระทรวงการคลังและตลาดพันธบัตร นั่นเองง ง่ายภาษาชาวบ้านให้เข้าใจก็คือการตีกันเองภายในของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาอเมริกานั่นแหละ ต้นสายปลายเหตุเนี่ยมาจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอเมริกาฯ(Scott Bessent) ได้พยายามเข้าแทรกแซ ตลาดโดยประกาศทำ Buyback(รับซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว)
เพื่อหวังจะอัดฉีดสภาพคล่องและกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงตามความต้องการของพรี่ทรัมป์ของพวกเรานั่นเอง แหม่ยังยืนหนึ่งยืนคนเดียวเหมือนเดิมเลยนะพรี่ ซึ่งสิ่งพี่ลูกกระจ๊อกข้างไข่ขอพรี่ทัมป์ทำเนี่ยมัน….ล้มเหลวและถูกตลาดตีกลับ
ฝูงลิงเนี่ยมองว่าเป็นการบิดเบือนราคาและยังกังวลเรื่องหนี้สาธารณะกับภาวะขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลอเมริกา(Fiscal Deficit) ที่พุ่งสูงถึง 6.5% ของ GDP จึงพากันเทขายหนักกว่าเดิมเพื่อเรียกร้องส่วนต่างความเสี่ยง(Term Premium) ที่สูงขึ้นนั่นเองครับ
แล้วถามว่ามันจะเป็นยังไงต่อ คำตอบคือ!!.....ไม่รู้ง่ะ ใครมันจะไปรู้วะทั้งที่เศรษฐกิจมันโตเอาๆ รัฐบาลดันมาใช้จ่ายเงินเกินตัว นี่มันปัญหาเชิงโครงสร้างชัดๆ ทั้งที่ปกติแล้วการทำให้เกิดสภาวะขาดดุล จะเกิดในช่วงวิกฤติครั้งรุนแรงเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทั้ง ดอกเบี้ยที่ขึ้นสูงยิ่งกว่าตอนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หรือการเกิดสภาวะขาดดุลทางการเงินที่สูงมาก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็ทำให้เครดิตความน่าเชื่อถือของอเมริกาลดฮวบเลยล่ะครับพ่อแม่พี่น้อง
แล้วเงินไหลไปไหน?? คำตอบก็คือ AI นั้นเองตอนนี้ AI เริ่มมีบทบาทหน้าที่ต่างจากการตอบคำถามหมูหมากาไก่ทั่วไปแล้ว AI สามารถเข้ามาทำงานแทนคนได้ซึ่งในระยะยาวใครที่ไม่สามารถใช้ AI ในการทำงานได้ ตกงานแน่!! ดชนอกจากรัฐบาลจะมีมาตรการรับมืออ่ะนะ AI เนี่ยถูกมองว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยถึง 30.6% ต่อปี ไปแตะระดับ 3.49 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2033 และในปี 2026 นี้ AI เริ่มทำเงินได้จริงและเข้าไปอยู่ในหลายอุสาหกรรมแล้ว ทำให้เงินลงทุนทั้งหลายต่างกระหึ่มเข้าไปอยู่ในธุรกิจ AI แบบเต็มระบบ
นั่นแสดงให้เห็นว่าบางทีฝูงลิงอาจจะไม่ได้กลัวเงินเฟ้อหรอก แค่เห็นกล้วยใน AI เท่านั้นแหละจึงแห่กันเข้าไป เปรียบเทียบง่ายๆตอนนี้จากยุคตื่นทองเริ่มเป็นยุคแห่งการขายทองแล้วยังไงล่ะ
โฆษณา