•
27 ก.ย. เวลา 00:18 • การ์ตูน

โนบิตะไม่ใช่ตัวขี้แพ้ แต่คือมนุษย์ที่จริงที่สุดในจักรวาลโดราเอมอน

ถ้าไม่มีโนบิตะ โดราเอมอนก็เป็นแค่หุ่นยนต์ขายของเล่น
หลายคนเข้าใจผิดว่าพระเอกของเรื่องคือแมวสีฟ้า
แต่ถ้าคุณเปิดมังงะโดราเอมอนเล่มแรก หน้าแรก คนที่คุณเจอก่อนไม่ใช่โดราเอมอน แต่คือเด็กชายใส่แว่นคนหนึ่งที่กำลังนอนขี้เกียจและบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน
เขาชื่อ โนบิ โนบิตะ
ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ จงใจให้โนบิตะเป็นตัวละครตัวแรก เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องหุ่นยนต์จากอนาคต แต่เล่าเรื่อง มนุษย์ที่ล้มเหลว
และมนุษย์คนนั้นคือพวกเราทุกคน
1. โนบิตะถูกออกแบบมาให้ "แพ้" เพื่อให้เรากล้าดูตัวเอง
ลองคิดดูนะ
โนบิตะ สอบได้ 0 คะแนน
วิ่งแข่งก็ที่โหล่
เล่นเบสบอลก็ไม่เคยมีใครอยากให้เข้าทีม
ขี้เกียจ ขี้แง ขี้แพ้ ครบสูตร
ทำไมอาจารย์ฟูจิโกะไม่สร้างพระเอกแบบเดคิสุงิที่เรียนเก่ง กีฬาเด่น นิสัยดีตั้งแต่แรก?
เพราะถ้าพระเอกเก่ง เราจะได้แค่ชื่นชม แต่ถ้าพระเอกห่วย เราจะได้เห็นตัวเอง
โนบิตะคือตัวแทนของ Learned Helplessness หรือภาวะที่เราเชื่อไปแล้วว่าเราทำอะไรก็ไม่ดีพอ จนไม่อยากพยายามอีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาตะโกนว่า "โดราเอม่อนช่วยด้วย!" มันคือเสียงเดียวกับตอนที่เราบ่นในใจว่า อยากมีใครสักคนมาช่วยแก้ชีวิตที่ยุ่งเหยิงนี้ที
เรารักโนบิตะไม่ใช่เพราะเขาน่าสงสาร แต่เพราะเราอยู่ในร่างเขามาทั้งชีวิต
2. สิ่งที่คนมองข้าม โนบิตะคือเด็กที่ใจดีที่สุดในเรื่อง
จำได้ไหมว่าเด็กที่เก่งที่สุดอย่างเดคิสุงิไม่เคยต้องใช้ของวิเศษ แต่เด็กที่ใจร้ายอย่างไจแอนท์กับซึเนโอะใช้ของวิเศษเพื่อแกล้งคนอื่นเสมอ
แต่โนบิตะล่ะ?
ความดีของโนบิตะคือความดีที่ไม่ต้องมีเหตุผล
• ตอนที่เขายอมแลกของวิเศษสุดล้ำ เพื่อช่วยไดโนเสาร์ตัวเล็กๆอย่างพีสุเกะ • ตอนที่เขาวิ่งฝ่าพายุหิมะไปหาย่า ทั้งที่รู้ว่าย่าจำเขาไม่ได้แล้ว แค่อยากบอกว่า "โนบิตะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีแล้วนะครับ" • ตอนสุดท้ายในตอนที่โดราเอมอนต้องกลับอนาคต โนบิตะตัดสินใจสู้กับไจแอนท์ด้วยตัวเองทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ เพื่อให้โดราเอมอนสบายใจที่จะกลับไป
คนขี้แพ้ที่ร้องไห้บ่อยที่สุด กลับเป็นคนเดียวที่กล้าเสียสละโดยไม่หวังอะไรตอบแทน นี่แหละคือเหตุผลที่โดราเอมอนเลือกเขา ไม่ใช่เดคิสุงิ
โดราเอมอนไม่ได้มาหาเด็กที่เก่งที่สุด แต่มาหาเด็กที่อ่อนโยนที่สุด เพราะโลกอนาคตไม่ได้ต้องการคนเก่งเพิ่ม แต่ต้องการคนใจดีที่ไม่เคยหายไป
3. ทำไมผู้ใหญ่ถึงควรขอบคุณโนบิตะ
ตอนเป็นเด็กเราหัวเราะเยาะโนบิตะ
ตอนเป็นผู้ใหญ่เราถึงเข้าใจว่า เราทุกคนกำลังใช้ชีวิตแบบโนบิตะ
เรามีโปรเจกต์ที่ดองไว้เหมือนการบ้านที่ไม่ส่ง
เรามีหัวหน้าที่เหมือนคุณครูที่คอยดุ
เรามีไจแอนท์ในที่ทำงานที่คอยเอาเปรียบ
และเราทุกคนต่างรอคอย "กระเป๋าวิเศษ" สักอย่างที่จะมาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่มากขึ้น แฟนที่ดี หรือโอกาสสักครั้ง
บทเรียนที่ลึกที่สุดของโนบิตะไม่ได้สอนให้เราเลิกขี้เกียจ แต่สอนว่า
ต่อให้คุณจะล้มเหลวมา 100 ครั้ง คุณค่าของคุณไม่ได้หายไปไหน
โดราเอมอนมีของวิเศษเป็นร้อยชิ้น แต่ของวิเศษที่แพงที่สุดคือการที่ยังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ในวันที่เราสอบได้ 0 คะแนน
ชิซูกะไม่ได้รักโนบิตะตอนที่เขาเป็นฮีโร่ เธอรักเขาตอนที่เขาร้องไห้และซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองที่สุด
สรุป: เราทุกคนคือโนบิตะที่รอโดราเอมอนของตัวเอง
อาจารย์ฟูจิโกะเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาไม่อยากให้เด็กๆ โตไปเป็นเดคิสุงิที่สมบูรณ์แบบ แต่เขาอยากให้เด็กๆ โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เหมือนโนบิตะ คือล้มเหลวได้ ร้องไห้ได้ แต่ยังคงความอ่อนโยนต่อเพื่อนมนุษย์ไว้ได้
ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นโนบิตะ
สอบตก งานพัง ความรักล่ม ไม่เป็นไรเลยครับ
เพราะนั่นแปลว่าคุณยังเป็นมนุษย์ที่จริงที่สุดอยู่
คุณล่ะ ยังจำตอนของโดราเอมอนตอนไหนที่ทำให้คุณร้องไห้เพราะโนบิตะได้อยู่ไหม? มาแชร์กันหน่อย
#โดราเอมอน #โนบิตะ #การ์ตูนในดวงใจ #ข้อคิดจากมังงะ #ฟูจิโกะ
โฆษณา