•
27 ก.ย. เวลา 04:48 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่1 เสียงรบกวน (2)

หลังสิบโมงไม่นาน ผู้จัดการก็เดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของอนันต์
“เชิญที่ห้องผมสักครู่นะ”
เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินกลับไป
อนันต์ปิดรายงาน หยิบสมุดขึ้นมา แล้วเดินตามไป
ห้องผู้จัดการเป็นห้องกระจกเกือบทั้งหมด จากข้างในมองเห็นโต๊ะทำงานของพนักงานด้านนอกได้ทั่ว และคนข้างนอกก็มองเห็นคนในห้องกำลังพูดคุยกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร
ผู้จัดการวางรายงานฉบับแก้ไขลงบนโต๊ะ เขายังไม่ได้นั่งทันที
“ผมรู้ว่าคุณทำงานได้ดีกว่านี้”
อนันต์พยักหน้า
ผู้จัดการจึงนั่งลงตรงข้าม
“เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะคุณไม่พยายาม”
“ครับ”
“แต่มันเป็นเรื่องของสมาธิ”
อนันต์ก้มมองรายงาน เครื่องหมายสีเหลืองที่ผู้จัดการขีดไว้ตามจุดต่าง ๆ ปรากฏอยู่เต็มหน้า แต่ละจุดเป็นสิ่งที่เขาควรเห็นตั้งแต่ก่อนส่งงาน
ผู้จัดการเอนหลังพิงเก้าอี้
“คุณทำงานที่นี่มานานพอที่ผมจะรู้ว่าปกติงานของคุณเป็นระดับไหน”
อนันต์ไม่ได้ตอบ
“ปกติคุณไม่ส่งงานมาให้ผมแบบนี้นะ รู้ตัวใช่ไหม”
น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้น แต่คำพูดนั้นกลับทำให้อนันต์รู้สึกหนักกว่าเสียงตำหนิ
ผู้จัดการเลื่อนรายงานเข้าหาตัวเองเล็กน้อย
“มีหลายอย่างในนี้ที่ผมคิดว่าคุณน่าจะเห็นก่อนส่งมาให้ผม”
อนันต์มองกระดาษตรงหน้าอีกครั้ง
“ผมขอโทษครับ เดี๋ยวผมกลับไปแก้ใหม่”
“ผมรู้ว่าคุณจะแก้”
ผู้จัดการเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่อ
“เพราะอย่างนั้น ผมถึงคุยกับคุณตอนนี้”
อนันต์เงียบ
ด้านนอกกระจก พนักงานคนหนึ่งเดินผ่านไปพร้อมเอกสารในมือ อีกคนกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ เครื่องพิมพ์ดังขึ้นจากอีกฝั่งของสำนักงาน
ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม
ผู้จัดการมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“ช่วงนี้คุณดูเสียสมาธิไปนะ”
ไม่มีน้ำเสียงตำหนิอยู่ในประโยคนั้น และนั่นกลับทำให้อนันต์ตอบได้ยากกว่าเดิม
เขามองออกไปนอกห้อง แสงแดดบ่ายสะท้อนบนกระจกของอาคารฝั่งตรงข้าม
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”
ผู้จัดการไม่ได้พูดอะไรทันที
อนันต์พยายามนึกถึงเหตุผลที่พอจะอธิบายได้ เขานึกถึงการนอนที่น้อยลง กำหนดส่งงานที่ถี่ขึ้น การเลิกรา และเวลาหลายชั่วโมงที่เขาใช้มองหน้าจอโทรศัพท์ในตอนกลางคืน ทั้งที่บางครั้งก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังหาอะไร
แต่ไม่มีเรื่องไหนฟังดูเป็นเหตุผลของการทำงานผิดพลาด
เขาจึงได้แต่มองมือตัวเอง
“ผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองครับ”
ผู้จัดการมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“ช่วงนี้คุณดูไม่ค่อยเป็นตัวเองเลยนะ คุณอนันต์”
อนันต์เงยหน้าขึ้น
เขาไม่คิดว่าจะมีใครในที่ทำงานพูดออกมาตรง ๆ
ผู้จัดการเปิดแฟ้มขึ้นอีกครั้ง พลิกดูหน้ารายงานไปทีละหน้า ไม่ได้เร่งให้เขาพูดต่อ
“คุณเป็นหนึ่งในคนที่ผมคาดหวังว่าจะก้าวหน้า” เขาพูดในที่สุด “และวันหนึ่งก็ขึ้นมาแทนผมที่นี่”
อนันต์พยักหน้า
“ผมเข้าใจครับ”
“ผมไม่ได้ขอให้คุณเล่าเรื่องส่วนตัวให้ผมฟัง”
ผู้จัดการปิดแฟ้ม
“แต่คุณต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ช่วงนี้มีอะไรดึงความสนใจคุณไป”
อนันต์มองเขา
“หาให้เจอเร็ว ๆ นะ”
ผู้จัดการหยิบรายงานขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วก็แก้งานนี้มาด้วย”
เขาลุกขึ้น
เป็นอันว่าการคุยจบลงแล้ว
ใช้เวลาไม่ถึงแปดนาที
อนันต์เดินกลับมาที่แผนก ไม่มีใครหยุดถาม และไม่มีอะไรในสำนักงานเปลี่ยนไป โต๊ะทำงานยังอยู่ที่เดิม เสียงแป้นพิมพ์ยังดังเป็นระยะ คนยังเดินเข้าออกเหมือนทุกวัน
แต่เขากลับมองสิ่งเหล่านั้นไม่เหมือนเดิม
ขณะเดินกลับไปที่โต๊ะ เขารู้สึกเหมือนสิ่งที่พยายามเก็บแยกไว้จากเรื่องงานมาตลอด กำลังค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น แม้เขาจะยังไม่รู้ว่ามันปรากฏออกมาในรูปไหน
อนันต์นั่งลง เปิดรายงานขึ้นอีกครั้ง
สีเหลืองเต็มไปหมดบนหน้ากระดาษ
เขาไล่สายตาไปตามแต่ละข้อ และเริ่มแก้ทีละจุด
นอกหน้าต่าง กรุงเทพฯ ยังคงสว่างอยู่ใต้แดดยามบ่าย รถเคลื่อนผ่านระหว่างอาคารสูง ผู้คนเดินทางกลับเข้าออกสำนักงานของตัวเอง แต่ละคนมีเรื่องที่ต้องจัดการต่อไป
อนันต์ก้มลงมองรายงาน
งานตรงหน้ามีสิ่งที่ต้องแก้ไขอยู่หลายอย่าง
และดูเหมือนว่าเรื่องของเขาเองก็เช่นกัน
เพียงแต่ตอนนี้ เขายังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน
โฆษณา