27 ก.ย. เวลา 12:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เมื่อการพักผ่อนไม่ได้จบแค่ที่หมอน... เจาะ 3 ธุรกิจคว้าโอกาสใหม่ใน Sleep Economy

😴 “กลางวันทำงาน กลางคืนนั่งทำใจ” เพลงดังที่สะท้อนให้เห็นว่า การนอนหลับของคนเรามีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง และเมื่อการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ ก็อาจส่งผลต่อสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน อารมณ์ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน
ตามหลักวิทยาศาสตร์ มนุษย์ใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของวันไปกับการนอนหลับ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายได้ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้า ขณะที่สมองก็ทำหน้าที่จัดการและประมวลผลข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันใหม่ได้อย่าง Productive
🧠 เมื่อการพักผ่อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “จำนวนชั่วโมงที่หลับ” เพียงอย่างเดียว ผู้คนจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ Sleep Health หรือการดูแลสุขภาพการนอนในภาพรวม ตั้งแต่สภาพแวดล้อม พฤติกรรม ไปจนถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจ
แนวคิดนี้กำลังขยายไปสู่ “Sleep Economy” ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจที่พัฒนาสินค้าสำหรับการนอน แต่เป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การออกแบบ สุขภาพ วิถีชีวิต และ Wellness เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพักผ่อน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน
🌙 เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย ก็เริ่มเห็นผู้ประกอบการที่นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การออกแบบสภาพแวดล้อมสำหรับการนอน ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนคุณภาพการนอน ไปจนถึงบริการ Wellness ที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายและจิตใจก่อนเข้าสู่ช่วงพักผ่อน แล้วจะมีนวัตกรรมอะไรที่น่าสนใจบ้าง NIA จะพาไปทำความรู้จักกับ 3 ธุรกิจนวัตกรรมไทยที่สอดรับกับเทรนด์ Sleep Economy
• KAITEKI “ที่นอนน้ำยางพารา” ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพการนอน
หนึ่งในแนวคิดที่เติบโตขึ้นภายใต้ Sleep Economy คือ Sleep by Design ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เอื้อต่อการพักผ่อน มากกว่าการมองว่า การนอนที่ดีขึ้นเกิดจาก “การปรับพฤติกรรมก่อนนอน” เพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้สอดคล้องกับนวัตกรรมของ KAITEKI ที่เลือกเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง “ที่นอน”
🛏️ KAITEKI เริ่มต้นจากโจทย์ของผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องเผชิญกับแรงกดทับเป็นเวลานาน จึงพัฒนาที่นอนน้ำจากยางพาราธรรมชาติ เพื่อช่วยกระจายแรงกดทับและรองรับสรีระ โดยนำยางพาราที่บรรจุน้ำมาจัดวางเป็นลอน เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและระบายความร้อน พร้อมต่อยอดด้วยการใช้ ผ้าฝ้ายทอย้อมคราม เป็นวัสดุหุ้ม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ จึงเกิดเป็นที่นอนที่ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะผู้ป่วยติดเตียงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้กับคนทั่วไปที่มีอาการปวดหลัง ปวดเอวหรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพการนอนได้อีกด้วย
• CHERLiVE ตัวช่วยเรื่องการนอนหลับ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ
คุณภาพของการนอนไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม แต่ยังขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์การดูแลร่างกายก่อนเข้าสู่ช่วงพักผ่อนด้วย
🌿 CHERLiVE จึงนำสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง ดอกมะลิ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลการนอนหลับ โดยใช้เทคโนโลยีการสกัด 3-carene ด้วยกระบวนการ Pressurized Steam-Distillation Method เพื่อให้ได้สารสำคัญที่มีความเข้มข้นและความบริสุทธิ์สูง ก่อนนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งช่วยลดอาการวิตกกังวลและส่งเสริมประสิทธิภาพการนอนหลับ
• Divana Thai Med บริการ Wellness เพื่อลดความเครียดสะสม
นอกจากการเตรียมสภาพแวดล้อมการนอนและเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การนอนหลับอย่างมีคุณภาพแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการพักผ่อนคือ ความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สะสมตลอดทั้งวัน ทำให้ Wellness Service เข้ามามีบทบาทในการเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการพักผ่อน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศาสตร์การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาด้าน Wellness ซึ่งนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่ได้
🕯️ Divana Thai Med ออกแบบบริการโดยผสานกลิ่น เสียง การนวด และศาสตร์การแพทย์แผนไทย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้เกิดการผ่อนคลายก่อนเข้าสู่กระบวนการดูแลร่างกาย พร้อมโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการนอนและภาวะนอนไม่หลับ จึงทำให้การดูแลเรื่องการพักผ่อน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง “ตอนที่หลับ” แต่ครอบคลุมไปถึงช่วงเวลาก่อนนอน ตั้งแต่การผ่อนคลายความเครียด การดูแลร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้คนกลับมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ทั้ง 3 ตัวอย่างสะท้อนให้เห็นว่า Sleep Economy กำลังขยายขอบเขตของการพักผ่อนให้กว้างกว่าเดิม และเปิดโอกาสให้นวัตกรรมจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิต และ NIA ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อช่วยต่อยอดและพัฒนาไอเดียจากโจทย์ใกล้ตัว ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต และช่วยให้คนในสังคม “หลับได้ อยู่ดี” และพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในทุกวัน
โฆษณา