•
27 ก.ย. เวลา 13:34 • ความคิดเห็น
รัชโยธิน

ติดเกาะ

ผู้ประสบภัยรอบสอง 😆
รอบแรกคืองานคอนเสิร์ตอัสนี–วสันต์
รอบนี้คือน้ำท่วม ออกจากซอยไม่ได้
เซเว่นใกล้บ้านก็โหวงเหวง ผู้คนขนซื้อของตุนกันอย่างจริงจัง
แต่การ “ติดเกาะ” ครั้งนี้ กลับทำให้เกดได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกหน่อยในวัย 50s
1. ยอมรับ
ปกติเกดเป็นคน fight กับทุกเรื่อง
มีความคิดประมาณว่า ฉันต้องจัดการได้สิ อย่างน้อยให้ดีกว่าเดิมนิดหนึ่งก็ยังดี
การไม่ทำอะไรกับสถานการณ์ สำหรับเกดจึงมักถูกตีความว่าเป็นการยอมจำนน
บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมต้องยอมรับเคราะห์กรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป
ออกจากบ้านไม่ได้ ก็อยู่บ้าน
ไปซื้อของแล้วเจอชั้นวางของเกือบเกลี้ยง ก็เข้าใจว่าทุกคนคงกำลังเตรียมตัวเหมือนกัน เราหยิบมาเท่าที่จำเป็นและเท่าที่จะใช้
เพิ่งเข้าใจว่า การยอมรับสถานการณ์ ไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ แต่คือการรู้ว่าอะไรอยู่ในมือเรา และอะไรไม่ได้อยู่ในมือเรา
2. เคลียร์ตู้เย็น
เกดเป็นคนชอบซื้อโน่นซื้อนี่เก็บไว้ในตู้เย็น หลายอย่างซื้อมาแล้วก็ถูกของใหม่บังจนลืม พอเจออีกทีก็หมดอายุและต้องทิ้ง
คราวนี้เมื่อออกไปซื้อหาอะไรไม่ได้ ตู้เย็นจึงกลายเป็นคลังเสบียงเล็ก ๆ
หยิบสิ่งที่มีออกมาจัด มาทำ มาทาน ผ่านไปสองสามมื้อก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร กลับทำให้เห็นว่าหลายครั้งเราไม่ได้ขาด แต่เราเพียงมองข้ามสิ่งที่มีอยู่แล้ว จนปล่อยให้มันหมดคุณค่าไปเสียก่อน
3. สงบใจ
ปกติเมื่อมีเหตุการณ์ใหญ่ ข่าวสารต่าง ๆ มักปลุกเร้าใจให้เราตั้งคำถาม
ทำไมคนนั้นทำแบบนั้น
ทำไมคนนี้ไม่ทำแบบนี้
หน่วยงานจัดการอย่างไร
ใครผิด ใครควรรับผิดชอบ
แต่ครั้งนี้เกดกลับปล่อยผ่านได้มากขึ้น
อาจเพราะเคยผ่านน้ำท่วมปี 2554 และได้ติดตามเหตุการณ์น้ำท่วมทั้งเชียงใหม่และหาดใหญ่ จึงเริ่มเข้าใจว่า ภัยธรรมชาติบางอย่างเราไม่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นได้ทั้งหมด สิ่งที่ทำได้คือเตรียมตัว ลดความเสียหาย และรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด
เมื่อรู้ว่าอะไรทำได้ ก็ทำ
อะไรยังทำไม่ได้ ก็รอ
ใจเลยสงบกว่าที่คิด
4. วางใจ
ช่วงนี้มีผู้ใหญ่ในครอบครัวกำลังป่วยและนอนอยู่โรงพยาบาล หลายวันที่ผ่านมาเกดไปเฝ้าอยู่เสมอ แต่พอน้ำท่วมและออกจากซอยไม่ได้ ก็ไปไม่ได้จริง ๆ
เมื่อก่อนสถานการณ์แบบนี้คงทำให้เกดกังวลมาก เพราะมักผูก “ความรับผิดชอบ” ไว้กับความรู้สึกว่า เราต้องทำเอง ต้องไปเอง ต้องอยู่ตรงนั้น
แต่ครั้งนี้เกดกลับวางใจลงได้
เพราะเมื่อมองตามความจริง ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล มีหมอและพยาบาลดูแล และยังมีคนในครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่อื่นสามารถเข้าไปช่วยได้
การที่วันนี้เกดไปไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเกดทอดทิ้งหน้าที่
แค่วันนี้เป็นวันที่หน้าที่นั้นต้องถูกส่งต่อให้คนอื่นทำแทน
และนี่อาจเป็นครั้งแรก ๆ ที่เกดยอมบอกตัวเองได้ว่า
“ไม่เป็นไร รอให้สถานการณ์ดีขึ้น แล้วค่อยกลับไปทำในส่วนของเรา”
การ “ติดเกาะ” ครั้งนี้จึงสอนเกดเรื่องหนึ่งที่ตรงกันข้ามอย่างน่าสนใจ
มันทำให้เกดเลิก “เกาะติด”
ไม่ต้องเกาะติดกับทุกปัญหา
ไม่ต้องเข้าไปจัดการทุกสถานการณ์
ไม่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง
และไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ทุกเรื่องในทันที
บางเรื่องเราจัดการได้ ก็จัดการ
บางเรื่องเราป้องกันได้ ก็เตรียมตัว
บางเรื่องต้องฝากให้คนอื่นช่วย ก็วางใจ
และบางเรื่อง…ก็เพียงรอ
เพราะหลายครั้ง โดยที่เราไม่ต้องออกแรงผลักทุกอย่างให้เข้าที่
สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย
เวลาเองจะพาบางสิ่งกลับเข้าที่เข้าทางของมัน
ส่วนเรา ก็แค่ไม่ต้องเกาะติดกับมันตลอดเวลา
โฆษณา