Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
28 ก.ย. เวลา 03:38 • ธุรกิจ
“แพง แต่ไม่ใช้ก็ไม่ได้”
ประโยคนี้มาจากเจ้าของร้านกาแฟรายหนึ่ง จึงไม่ควรตีความว่าเป็นมุมมองของร้านค้าทั้งหมด แต่สะท้อนคำถามสำคัญว่า
แพลตฟอร์มช่วยให้ร้านเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มต้นทุนในการขายหรือไม่?
วันนั้นผมสังเกตว่าราคาบนแอปสูงกว่าหน้าร้านประมาณ 10–15 บาท จึงถามว่า
“ขึ้นราคาแบบนี้ ช่วยชดเชยต้นทุนได้ไหม?”
เขาตอบว่า
“ไม่ค่อยเลยพี่”
เราไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องค่าธรรมเนียม โปรโมชัน หรือกำไรสุทธิ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าร้านอื่นมีโครงสร้างต้นทุนแบบเดียวกันหรือไม่ แต่คำตอบนี้ชี้ว่า การขึ้นราคาอาจชดเชยต้นทุนจากการขายผ่านแพลตฟอร์มได้ไม่ทั้งหมด ร้านจึงต้องเลือกระหว่างขึ้นราคา ซึ่งอาจกระทบความต้องการซื้อ กับคงราคาเดิมแล้วรับต้นทุนไว้เอง โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับต้นทุน ราคา จำนวนออเดอร์ และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม
การมองเห็นบนแอปไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจ่ายเงินโปรโมตเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับราคา รีวิว พื้นที่ให้บริการ โปรโมชัน และระบบจัดอันดับ ดังนั้น จากข้อมูลที่มี เรายังสรุปไม่ได้ว่าร้านที่จ่ายเงินมากกว่าจะถูกมองเห็นมากกว่าเสมอ หรือร้านขนาดเล็กจะถูกลดการมองเห็นโดยอัตโนมัติ
เจ้าของร้านพูดต่อว่า
“ก็ต้องทำพี่…ไม่มี Grab หรือ LINE MAN ก็อยู่ยาก”
นี่เป็นความเห็นของร้านที่ผมพูดคุยด้วย ไม่ใช่ข้อสรุปแทนร้านค้าทั้งหมด แต่สะท้อนว่า สำหรับบางร้าน การไม่อยู่บนแพลตฟอร์มอาจหมายถึงการสูญเสียช่องทางเข้าถึงลูกค้า โดยเฉพาะร้านที่มีฐานลูกค้าประจำไม่มาก หรือยังไม่มีระบบรับออเดอร์และจัดส่งเอง
ร้านจึงอาจไม่ได้จ่ายเพียงค่าธรรมเนียมการขาย แต่กำลังใช้บริการหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการเข้าถึงลูกค้า การรับออเดอร์ การชำระเงิน และการจัดส่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและประโยชน์แตกต่างกันตามสัญญา แพ็กเกจ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละร้าน
อีกเหตุการณ์ที่ช่วยให้เห็นกลไกของระบบชัดขึ้นคือ น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การเดินทางบางพื้นที่ลำบาก และ Rider บางส่วนอาจวิ่งงานไม่ได้ตามปกติ
เรายังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าความต้องการสั่งอาหารเพิ่มขึ้นเท่าใด หรือมีออเดอร์ได้รับผลกระทบกี่รายการ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าผู้บริโภคจำนวนมากหันไปใช้ Delivery ทั้งหมด แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ร้านอาจยังเปิด ลูกค้าอาจยังต้องการสั่ง และแอปอาจยังรับออเดอร์ ขณะที่การจัดส่งจริงกลับสะดุด
ในวันปกติ ร้านใช้แพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงลูกค้า ขณะที่ลูกค้าใช้แพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงร้าน แต่เมื่อการเดินทางมีปัญหา ร้าน ลูกค้า และ Rider อาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ช่วงเวลา สภาพอากาศ จำนวน Rider และมาตรการของแต่ละแพลตฟอร์ม
สำหรับ Rider เราไม่ควรพูดแทนทุกคน เพราะยังไม่มีข้อมูลจากการสัมภาษณ์โดยตรง แต่รายได้ย่อมเกี่ยวข้องกับจำนวนงาน ระยะทาง ช่วงเวลา ค่าตอบแทน และโบนัส เมื่อฝนตก น้ำท่วม หรือการวิ่งงานมีความเสี่ยงมากขึ้น Rider อาจต้องเลือกระหว่างหยุดวิ่งแล้วเสียรายได้ กับวิ่งต่อโดยรับต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น
การประเมินอำนาจต่อรองและภาระของ Rider ให้ชัดเจน จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสัญญา ระบบจัดสรรงาน ค่าตอบแทน ต้นทุนการทำงาน และประสบการณ์ของ Rider ในกลุ่มต่างๆ
ฝั่งผู้บริโภคได้รับความสะดวกจากการค้นหาร้าน สั่งอาหารโดยไม่ต้องเดินทาง และชำระเงินผ่านระบบเดียวกัน แต่ก็อาจต้องจ่ายเพิ่มจากค่าจัดส่ง ค่าบริการ หรือราคาที่ร้านกำหนดบนแอป จึงควรแยกให้ชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนเป็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าจัดส่ง ส่วนลด หรือราคาที่ร้านกำหนดเอง
Food Delivery จึงไม่ใช่เพียงแอปสำหรับสั่งอาหาร แต่เป็นระบบที่เชื่อมร้านค้า ลูกค้า Rider การชำระเงิน และข้อมูลเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายไม่ได้พึ่งพาแพลตฟอร์มในระดับเดียวกัน ร้านที่มีลูกค้าประจำจำนวนมาก หรือมีระบบรับออเดอร์และจัดส่งเอง อาจเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นได้ง่ายกว่า ขณะที่ร้านบางประเภทและผู้บริโภคบางกลุ่มอาจมีทางเลือกจำกัดกว่า
ดังนั้น แทนที่จะกล่าวว่าทุกคน “ออกจากแพลตฟอร์มไม่ได้” อาจกล่าวอย่างระมัดระวังได้ว่า
“ยิ่งพึ่งพาแพลตฟอร์มมาก ต้นทุนในการเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นก็อาจสูงขึ้น”
นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แพลตฟอร์มมีความได้เปรียบ เพราะรวมผู้ใช้งานหลายกลุ่มไว้ในระบบเดียว แต่ขนาดของความได้เปรียบยังต้องอาศัยข้อมูลจริง เช่น สัดส่วนยอดขายจากแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม การกระจายออเดอร์ รายได้สุทธิของ Rider และทางเลือกอื่นของผู้บริโภค
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแพลตฟอร์มจะเติบโตได้อีกเท่าไร แต่รวมถึงว่า
หากการจัดส่งอาหารหยุดชะงัก แพลตฟอร์มจะช่วยลดความเสียหายให้ร้านค้า ลูกค้า และ Rider ได้อย่างไร?
ประเด็นที่ควรพิจารณา ได้แก่ การแจ้งความล่าช้าหรือการหยุดให้บริการ การจัดการออเดอร์ที่ไม่สามารถส่งได้ การคืนเงิน การดูแลความปลอดภัยของ Rider และการกำหนดว่าใครควรรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะนี้เรายังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าแต่ละแพลตฟอร์มรับมือกับน้ำท่วมอย่างไร ประเด็นเหล่านี้จึงควรใช้เป็นคำถามสำหรับการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม มากกว่าจะใช้เป็นข้อกล่าวหาต่อแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
Food Delivery สร้างประโยชน์จริง ร้านมีช่องทางขายเพิ่ม ลูกค้าสั่งอาหารได้สะดวกขึ้น Rider มีโอกาสรับงาน และแพลตฟอร์มช่วยเชื่อมทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน แต่การมีประโยชน์ไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน
* ร้านอาจได้ลูกค้าเพิ่ม แต่มีต้นทุนสูงขึ้น
* Rider อาจมีงานมากขึ้น แต่ต้องรับความเสี่ยงบนท้องถนน
* ลูกค้าอาจได้รับความสะดวก แต่ต้องจ่ายค่าบริการหรือราคาที่สูงขึ้น
การวิเคราะห์ธุรกิจนี้จึงไม่ควรดูเพียงจำนวนออเดอร์หรือรายได้ของแพลตฟอร์ม แต่ควรถามว่า
* ใครได้ประโยชน์
* ใครเป็นผู้จ่ายต้นทุน
* ใครเป็นผู้รับความเสี่ยง
* ใครเป็นผู้กำหนดกติกา
จากข้อมูลที่มี เราอาจกล่าวได้อย่างระมัดระวังว่า สำหรับร้านกาแฟที่ผมพูดคุยด้วย แพลตฟอร์มมีทั้งประโยชน์และต้นทุน ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมแสดงให้เห็นว่า เมื่อการจัดส่งสะดุด ร้านค้า ลูกค้า และ Rider อาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน
แต่ยังไม่ควรสรุปว่าร้านค้าทั้งหมดพึ่งพาแพลตฟอร์มในระดับเดียวกัน หรือว่าแพลตฟอร์มได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมืองแล้ว การประเมินเช่นนั้นต้องอาศัยข้อมูลจากร้านค้า ผู้บริโภค และ Rider เพิ่มเติม เพื่อดูว่าผลกระทบมีขนาดเท่าใดและแตกต่างกันอย่างไร
ท้ายที่สุด ประโยค
“ถึงจะมีต้นทุน แต่ไม่มีไม่ได้”
อาจอธิบายความรู้สึกของเจ้าของร้านที่ผมพูดคุยด้วยได้ดี แต่หากจะใช้เป็นข้อสรุปของทั้งอุตสาหกรรม คงต้องมีข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องอีกหลายกลุ่ม
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่าใครเติบโตจากระบบนี้มากที่สุด แต่อาจเป็นว่า
“ใครเป็นผู้แบกรับต้นทุนของการเติบโต และใครเป็นผู้กำหนดกติกาของระบบ?”
เพราะเมื่อบางกลุ่มพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้น ความอยู่รอดของร้านค้า ความปลอดภัยของ Rider และการเข้าถึงอาหารของผู้บริโภค ก็ควรถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของผลกระทบจากระบบ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะจำนวนออเดอร์ที่จัดส่งสำเร็จ
#วันละเรื่องสองเรื่อง
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
delivery
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย