Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
แจกวิธีคำนวณ เงินเดือนเท่านี้ ควรซื้อ RMF และ Thai ESG เท่าไร
แม้กองทุน RMF และ Thai ESG กับ Thai ESGX (ส่วนเงินซื้อใหม่) จะมีวงเงินลดหย่อนภาษีรวมกันสูงสุดถึง 800,000 บาท
1
แต่หลายคนกลับไม่ได้นึกถึงกองทุนเหล่านี้เป็นตัวเลือกในการลดหย่อนภาษีแรก ๆ
จากเงื่อนไขที่ต้องล็อกเงินไว้อย่างน้อย 5 ปี ทั้ง Thai ESG และ RMF
โดยเฉพาะ RMF ยังมีเกณฑ์ที่ต้องรอจนถึงอายุ 55 ปี กว่าการขายจะถูกเงื่อนไข เพื่อไม่ต้องคืนภาษีที่ลดหย่อนไป รวมทั้งต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี หรือปีเว้นปีด้วย
ไม่ก็บางคนอาจคิดว่าเอาเงินไปลงทุนเองดีกว่า เพราะถึงแม้จะไม่ได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี แต่ก็มีความคล่องตัวที่มากกว่า เพราะสามารถขายหุ้นหรือกองทุน เพื่อนำเงินออกมาใช้ได้เลย
ทั้งที่จริงแล้ว เราไม่จำเป็นจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทั้งลงทุนเองเพื่อความคล่องตัว และซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ แบบไม่จำเป็นต้องจัดหนักจัดเต็ม จนแทบไม่มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่น
ซึ่งวันนี้เราก็มีสูตรในการคำนวณว่า เราควรจะซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเท่าไร ให้เหมาะกับเป้าหมายของเรา
ถ้าหากสงสัยว่าสูตรคำนวณนี้ มีรายละเอียดอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณหาเงินได้สุทธิ ก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
โดยคำนวณจาก
เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อนส่วนตัว - ลดหย่อนประกันสังคม = เงินได้สุทธิก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
โดยสำหรับมนุษย์เงินเดือน ค่าใช้จ่าย หัก 50% จากเงินได้ สูงสุด 100,000 บาท และได้ค่าลดหย่อนส่วนตัวอีก 60,000 บาท
ส่วนค่าลดหย่อนประกันสังคมนั้น เนื่องจากปี 2569 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเพดานเงินจ่ายประกันสังคม ที่เพิ่มจากสูงสุดเดือนละ 750 บาท เป็นเดือนละ 875 บาท
ทำให้ค่าลดหย่อนประกันสังคมสูงสุดในปีภาษี 2569 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10,500 บาท จากที่ปีก่อน ๆ จะอยู่ที่ 9,000 บาท
ทีนี้ถ้าสมมติให้คุณ F มนุษย์เงินเดือนหนุ่มโสด ที่มีเงินเดือน 60,000 บาท ไม่มีโบนัส และไม่มีค่าลดหย่อนอื่น ๆ เลย ก็จะได้ว่า
เงินได้สุทธิก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี = 720,000 - 100,000 - 60,000 - 10,500 = 549,500 บาท
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหาภาษีที่ต้องจ่าย
เมื่อได้เงินได้สุทธิมาแล้ว สิ่งที่เราสามารถคำนวณต่อได้ ก็คือภาษี
โดยสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่มีเงินเดือนเป็นรายได้ทางเดียว อัตราภาษี จะถูกแบ่งเป็นขั้นบันได ตามจำนวนเงินได้สุทธิ และแต่ละขั้นก็จะมีสูตรคำนวณตามนี้
- ขั้นที่ 1 : เงินได้สุทธิ 0 - 150,000 บาท
ได้รับการยกเว้นภาษี
- ขั้นที่ 2 : เงินได้สุทธิ 150,001 - 300,000 บาท
ภาษี = (เงินได้สุทธิ - 150,000) x 0.05
- ขั้นที่ 3 : เงินได้สุทธิ 300,001 - 500,000 บาท
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 300,000) x 0.10] + 7,500
- ขั้นที่ 4 : เงินได้สุทธิ 500,001 - 750,000 บาท
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 500,000) x 0.15] + 27,500
- ขั้นที่ 5 : เงินได้สุทธิ 750,001 - 1,000,000 บาท
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 750,000) x 0.20] + 65,000
- ขั้นที่ 6 : เงินได้สุทธิ 1,000,001 - 2,000,000 บาท
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 1,000,000) x 0.25] + 115,000
- ขั้นที่ 7 : เงินได้สุทธิ 2,000,001 - 5,000,000 บาท
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 2,000,000) x 0.30] + 365,000
- ขั้นที่ 8 : เงินได้สุทธิ 5,000,001 ขึ้นไป
ภาษี = [(เงินได้สุทธิ - 5,000,000) x 0.35] + 1,265,000
เพราะฉะนั้น คุณ F ที่มีเงินได้สุทธิที่คำนวณได้จากข้อที่แล้วอยู่ที่ 549,500 บาท ก็ต้องใช้สูตรคำนวณของ ขั้นที่ 4
ทำให้คุณ F มีภาษีที่ต้องเสีย = [(549,500 - 500,000) x 0.15] + 27,500 = 34,925 บาท
ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมเลย
ขั้นตอนที่ 3 คำนวณหาจำนวนเงินซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
ถ้าเป้าหมายของคุณ F คือการไม่ต้องเสียภาษี วิธีคำนวณว่าจะต้องซื้อกองทุนเท่าไรก็คือ
กองทุนลดหย่อนภาษีที่ต้องซื้อ = เงินได้สุทธิ - 150,000 บาท
โดยตัวเลข 150,000 บาทนั้น มาจากจำนวนเงินได้สุทธิที่มากสุด ที่เราจะไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง
จากตัวอย่างของคุณ F ที่เงินได้สุทธิ 549,500 บาท ก็แปลว่า เขาจะต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี = 549,500 - 150,000 = 399,500 บาท เพื่อให้ไม่ต้องเสียภาษี
เมื่อได้ยอดมาแบบนี้ ก็มีสิ่งสำคัญเลยที่เราต้องเช็กคือ สิทธิในการซื้อกองทุน RMF และ Thai ESG สูงสุดของเราคือเท่าไร ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละกองทุน ก็คือไม่เกิน 30% ของเงินได้
กับวงเงินในการลดหย่อนภาษีสูงสุด ที่ RMF กำหนดไว้ที่สูงสุด 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ
และ 300,000 บาท สำหรับ Thai ESG และ Thai ESGX ในส่วนที่ซื้อใหม่ รวมกัน
เพราะจากตัวอย่าง คุณ F จะซื้อ RMF ได้สูงสุดเพียงแค่ 720,000 x 30% = 216,000 บาทเท่านั้น แม้วงเงินยังไม่เต็ม 500,000 บาทก็ตาม
ส่วนที่เหลืออีก 183,500 บาท ต้องไปซื้อกองทุน Thai ESG หรือ Thai ESGX เพิ่มเอา
ซึ่งก็ซื้อได้ตามยอดเลย เพราะไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกินวงเงินสูงสุดที่ 300,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีใน 1 ปี กว่า 399,500 บาท
ถ้าหารเฉลี่ยต่อเดือน ก็เท่ากับว่าคุณ F ต้องซื้อกองทุนเดือนละเกือบ 33,300 บาท ซึ่งเกินครึ่งของเงินเดือนคุณ F เลย
เพราะฉะนั้น ถ้าหากคุณ F อยากลดหย่อนภาษี โดยไม่อยากให้สภาพคล่องตึงมือจนเกินไป
สิ่งที่คุณ F ยังทำได้ ก็คือซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเพิ่ม ให้ฐานภาษีตัวเองลดลงไปอย่างน้อย 1 ขั้น โดยคำนวณจาก
กองทุนลดหย่อนภาษีที่ต้องซื้อ = เงินได้สุทธิ - ขอบบนของเงินได้สุทธิขั้นก่อนหน้า
เงินได้สุทธิของคุณ F คือ 549,500 บาท อยู่ในขั้นที่ 4 เสียภาษีอัตรา 15%
ทำให้ขอบบนของเงินได้สุทธิจากขั้นก่อนหน้า คือขั้นที่ 3 ก็คือ 500,000 บาท
ทำให้คุณ F ต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี = 549,500 - 500,000 = 49,500 บาท
เพียงแค่นี้ภาษีของคุณ F จากแต่เดิมที่เสียอยู่ที่ 34,925 บาท เมื่อไม่ได้ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
แต่เมื่อฐานภาษีลดลงไป 1 ขั้น จนเป็นอัตราภาษี 10% ก็จะทำให้ภาษีที่ต้องเสีย = [(500,000 - 300,000) x 0.10] + 7,500 = 27,500 บาท
ประหยัดภาษีไปได้ 7,425 บาท โดยจ่ายเงินซื้อกองทุนเฉลี่ยเดือนละ 4,125 บาท ไม่ถึง 10% ของเงินเดือนคุณ F เลยด้วยซ้ำ
ทำให้คุณ F มีเงินเหลือในการไปโปะผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือลงทุนด้วยตัวเองได้
จะเห็นได้ว่า แม้การหาว่า เงินเดือนเท่านี้ ต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเท่าไร ในขั้นตอนที่ 3 จะมีสูตรคำนวณตายตัว
แต่คำตอบสำหรับแต่ละคนนั้นกลับแตกต่างกัน ตามเป้าหมาย และบริบทของตัวเอง
บางคนไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง รอเวลาถือครองได้ ไม่ต้องการลงทุนเอง และเป้าหมายคือไม่อยากเสียภาษีเลย
ก็อาจจะเลือกคำนวณหาว่า ต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมเท่าไร ถึงจะไม่ต้องเสียภาษี
แต่บางคนที่ไม่อยากให้สภาพคล่องตึงมือเกินไป ไม่อยากล็อกเงินเยอะ ๆ ไว้ หรือเชื่อมั่นในฝีมือการลงทุนของตัวเอง แต่ยังอยากได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอยู่
ก็คำนวณหาว่า ต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมเท่าไร ถึงจะลดฐานภาษีลงมาสัก 1 ขั้นได้ ก็เพียงพอแล้ว
เพราะฉะนั้น ถ้าหากเรารู้ตัวแล้วว่าเป้าหมายในปีภาษีนี้ของเราเป็นแบบไหน ก็ให้คำนวณตาม 3 ขั้นตอนนี้คือ
1. หาเงินได้สุทธิก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
2. หาภาษีที่ต้องจ่ายก่อนซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
3. หาจำนวนเงินซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
ได้เลย..
#TaxFest2026
#ลงทุนดีมีเงินคืน
References
-
https://www.ttbbank.com/th/fin-tips/detail/ssf-rmf-tesg
-
https://www.finnomena.com/finnomenafunds/what-is-tesg/
-กรมสรรพากร
หุ้น
การลงทุน
40 บันทึก
26
42
40
26
42
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย