น้ำท่วมกรุงเทพฯ คราวนี้ไม่ได้ท่วมเพียงถนน
น้ำยังไหลเข้าไปถึงความอดทนของผู้คนด้วย
คนที่ต้องยกของหนีน้ำ
คนที่เดินลุยน้ำกลับบ้าน
คนที่เฝ้าร้านทั้งคืน
ย่อมมีสิทธิ์โกรธ
มีสิทธิ์ถามว่าผู้มีอำนาจอยู่ที่ไหน
เสียงด่าของพวกราษฎรไม่ใช่สิ่งที่ผู้นำต้องหนี
แต่เป็นเสียงที่ต้องฟัง
……….
ผมเห็นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่
ทั้งที่รู้ว่าจะต้องถูกด่า
การกล้าไปยืนต่อหน้าคนเดือดร้อน
เป็นเรื่องที่ต้องชม
………
ผู้นำจะเปลี่ยนเสียงด่าเป็นคำขอบคุณได้
ก็ต่อเมื่อกลับจากพื้นที่แล้วลงมือแก้ปัญหาจนเห็นผล
……….
น้ำต้องลด
ความช่วยเหลือต้องถึงคนที่รอ
และเมื่อฝนหยุดแล้ว
ต้องไม่ปล่อยให้ทางน้ำที่อุดตันกลายเป็นเรื่องรอฝนปีหน้าอีก
……….
เมื่อนักการเมืองเปลี่ยนตัวเอง
ราษฎรก็มองเขาใหม่
นักการเมืองที่เคยคิดแต่จะเอา
หากหันมาทำเพื่อประชาชนจริง
วันหนึ่งประชาชนจะเปลี่ยนคำด่าเป็นคำขอบคุณ
………..
ปัญหาของรัฐบาลไทยคือ…
ต้องรวบรวมเสียง ส.ส.มาจากหลายพรรคการเมือง
บางพรรคการเมืองก็มีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มี ส.ส. ของกลุ่มตัวเอง
ที่หัวหน้ากลุ่มจำเป็นต้องหาเงินมาซื้อ ส.ส.
หลายกลุ่ม หลายพรรค เกาะอำนาจ ไม่ใช่เพราะอยากจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้านเมือง
แต่เพราะจะหาผลประโยชน์
จากเงินก้อนโตที่สุดของประเทศ
เงินก้อนใหญ่กว่าบริษัทใดๆ
นั่นคืองบประมาณของรัฐบาลแต่ละปี
……….
ผมเรียกคนเหล่านี้ว่า “ปลิงการเมือง”
นายกรัฐมนตรีที่ต้องรักษาเสียงข้างมาก
จึงปลดปลิงพวกนี้ได้ยาก
ถึงอย่างนั้น
ความยากก็ไม่ควรเป็นเหตุให้ท่านปล่อยให้ไอ้ปลิงพวกนี้ดูดกินต่อไป
………….
เสียงสรรเสริญที่ได้มาตั้งแต่วันแรกอาจหายไปกับน้ำฝน
ส่วนคำขอบคุณที่ได้มาหลังจากช่วยประชาชนจนพ้นทุกข์ จะอยู่ในใจคนได้นานกว่า
………..
ผู้นำจึงไม่ต้องรีบขอให้ใครรัก
ขอเพียงอย่าหายไปเมื่อคนกำลังลำบาก
และอย่าหยุดทำงานเมื่อน้ำลดแล้ว