•
29 ก.ย. เวลา 02:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทองร่วงแรงเกือบ 4%!

Bond Yield สูงกดตลาด!
จับตาแนวรับสำคัญ $4,000 !!
.
▶ ราคาทองคำปรับตัวลงแรงเกือบ 4% ในวันจันทร์ โดยราคาทองคำลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ที่ระดับ 4,110 เหรียญ หลังถูกกดดันจาก US Treasury Yield ที่สูงขึ้น ดัชนีดอลลาร์แข็งค่า และตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยมีการประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือน ต.ค. ราว 70%
▶ ปัจจัยกดดันทองคำรอบนี้มาจาก Bond Yield ที่ยังยืนในระดับสูงเป็นหลัก หลังตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังไม่ชะลอลง และ Fed อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองเพิ่มขึ้น
▶ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันและข่าวช่องแคบ Hormuz พลิกไปมาตลอดวัน ทั้งท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่าน ข่าวสหรัฐฯ อาจผ่อนคว่ำบาตร การปฏิเสธของ Trump และความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ทำให้ตลาดยังสับสนและผันผวน
▶ ด้านราคาน้ำมันแม้ปิดลบเล็กน้อย แต่ยังทรงตัวในระดับสูง โดย WTI อยู่แถว 96.60 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent ราว 103.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ Bond Yield ยังไม่ปรับลดลงตาม จึงยังคงเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
▶ ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -157.46 เหรียญ หรือ -3.69% มาอยู่ที่ระดับ 4,114.98 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,125 เหรียญ
▶ ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -3.64 เหรียญ หรือ -5.66% มาอยู่ที่ระดับ 60.63 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 60.85 เหรียญ
▶ กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,058.83 ตัน ภาพรวมเดือนกันยายนซื้อเข้า 16.49 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 13.16 ตัน
▶ Kitco วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำร่วงแรง 3.98% ปิดใกล้จุดต่ำสุดที่ 4,115 เหรียญ ซึ่งถือเป็นการปรับลงรายวันแรงที่สุดนับตั้งแต่ 9 มิ.ย. สะท้อนว่าแรงขายในรอบนี้มีความรุนแรงกว่าการพักฐานทั่วไป ในเชิงเทคนิค ราคาหลุดแนวรับ Fibonacci สำคัญต่อเนื่อง ทั้ง (61.8%) 4,298 เหรียญ และ (78.6%) 4,174 เหรียญ ส่งผลให้แนวรับเดิมกลายเป็นแนวต้าน และทำให้โครงสร้างระยะสั้นอ่อนแอลงอย่างชัดเจน โดยตลาดเริ่มจับตาแนวรับถัดไปบริเวณ 4,000 เหรียญ
▶ Max Baecker ประธาน American Hartford Gold มองว่า หากการขึ้นดอกเบี้ยช่วยชะลอเงินเฟ้อได้ Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงจะยังเป็นแรงกดดันทองคำในระยะสั้น แต่หากเงินเฟ้อยังคงสูงหรือเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแอลง ความต้องการทองคำในฐานะ Safe Haven และสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงอาจกลับมาเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยหนุนระยะยาวยังคงมาจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ยของ Fed เพียงอย่างเดียว
โฆษณา