•
30 ก.ย. เวลา 08:25

เจียรแล้วชิ้นงานไหม้ดำ ปัญหาอาจอยู่ที่ “หินเจียร” มากกว่าที่ฝีมือ?

เวลาลับดอกสว่าน มีดกลึง สิ่ว หรือเครื่องมือตัด บนแท่นเจียร เราอาจเคยเจออาการคล้ายกัน คือช่วงแรก “หินเจียร” กินเนื้อได้ดี มีประกายไฟออกตามปกติ แต่พอลับไปสักพัก กลับรู้สึกว่าต้องออกแรงกดมากขึ้น และบริเวณคมเริ่มเปลี่ยนจากสีเหล็กเป็นเหลือง น้ำตาล ม่วง น้ำเงิน หรือบางครั้งดำจนเห็นได้ชัด
เกิดอาการแบบนี้ สิ่งแรกที่คิดคือ น่าจะเป็น “มือคนลับ” กดแรงเกินไป ลับนานเกินไป หรือจับมุมไม่ดี นำไปสู่การพยายามแก้ ด้วยการลดแรงกด แตะหินให้สั้นลง หรือหยุดพักบ่อยขึ้น
วิธีเหล่านี้ช่วยลดความร้อนได้จริง แต่ถ้าต้นเหตุอยู่ที่ หินเจียรที่หน้าหินเริ่มทื่อ อุดตัน หรือเลือกเบอร์เม็ดไม่เหมาะกับงาน ต่อให้ลดแรงกดแค่ไหน ชิ้นงานก็ยังมีโอกาสร้อนผิดปกติ อยู่ดี
ทำไมความร้อนถึงทำให้คมที่ลับมา ใช้ไม่ได้?
เครื่องมือตัดจำนวนมากผลิตจากเหล็กที่ผ่านกระบวนการชุบแข็ง และอบคืนไฟมาแล้ว เพื่อให้บริเวณคมมีความแข็ง ทนการสึก และรักษาคมได้นานกว่าชิ้นเหล็กทั่วไป คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างของคมอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง และสภาวะทางความร้อนของเนื้อเหล็กด้วย
ระหว่างการลับด้วยหินเจียร ถ้าบริเวณปลายคมได้รับความร้อนสูงเกินไปเป็นเวลานาน คุณสมบัติที่ได้จากการอบชุบ อาจลดลงได้ โดยเฉพาะเครื่องมือเหล็กคาร์บอน และเหล็กเครื่องมือบางประเภท จึงเกิดกรณีที่ลับออกมา แล้วดูคมมาก แต่พอเอาไปใช้งานจริง กลับทื่อเร็วกว่าปกติ หรือขอบคมเสียรูปง่าย
สีที่เกิดบนผิวเหล็กระหว่างลับ เช่น เหลือง น้ำตาล ม่วง หรือน้ำเงิน เป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นเคยได้รับความร้อนสูง แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าเหล็กแต่ละชนิดตอบสนองต่อความร้อนไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น HSS หรือ High Speed Steel ทนความร้อนได้มากกว่าเหล็กคาร์บอนทั่วไป ดังนั้นการเห็นสีเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ตัวตัดสินทุกกรณีแบบเดียวกัน
การลับจนร้อนจัด หรือไหม้ซ้ำ ๆ ก็ยังเป็นสัญญาณว่า หินเจียร หรือกระบวนการเจียรกำลังสร้างความร้อนมากเกินความจำเป็น
ความร้อน มาจากการเสียดสี ไม่ใช่จากการตัดเนื้อ
หลักการของ หินเจียร คือเม็ดขัดจำนวนมากบนผิว จะทำหน้าที่เหมือนคมตัดขนาดเล็ก เมื่อเม็ดขัดยังคม มันจะกัดเนื้อโลหะออกเป็นเศษเล็ก ๆ และเม็ดที่ทื่อจะค่อย ๆ แตกหรือหลุดออก เพื่อเปิดเม็ดใหม่ที่คมกว่าออกมาทำงานต่อ
แต่ถ้าเม็ดขัดทื่อแล้วยังติดอยู่บนผิวของหินเจียร หรือช่องว่างระหว่างเม็ดถูกเศษโลหะอุด หินเจียร จะเริ่มไถ และถูผิวชิ้นงานมากกว่าตัดเนื้อออก ใช้เวลาเจียรนานขึ้น ต้องเพิ่มแรงกด และพลังงานส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นความร้อนสะสมบริเวณคม
อาการที่เห็นจึงมักเป็นแบบนี้ คือ “กดยิ่งแรง ยิ่งร้อน แต่เนื้อออกน้อย” ถ้าเกิดลักษณะนี้ การลดแรงกดอย่างเดียวมักไม่ใช่คำตอบ เพราะต้นเหตุอยู่ที่หน้าหินเจียร ที่ไม่ตัดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แล้ว
หน้า หินเจียร อุดตัน: อีกสาเหตุ ที่คนมองไม่เห็น
หินเจียรไม่ได้เสื่อมเฉพาะตอน ที่มีขนาดเล็กลงเท่านั้น หินเจียร ที่ยังมีเส้นผ่านศูนย์กลางเหลือมากก็สามารถทำงานได้ไม่ดี ถ้าหน้าสัมผัสเริ่มอุดตันหรือเกิดอาการที่เรียกว่า glazed ซึ่งก็คือผิวหินเริ่มเรียบ และเงาจากเม็ดขัดที่ทื่อ
อีกอาการหนึ่งคือ loading หรือเศษวัสดุ เข้าไปอุด ตามช่องว่างระหว่างเม็ดขัด ทำให้พื้นที่หินเจียร ที่ควรใช้ตัดโลหะถูกปิดไปเรื่อย ๆ
ปัญหาคือเมื่อมองจากระยะไกล หินเจียรยังดูเหมือนเดิม เครื่องยังหมุนด้วยความเร็วเท่าเดิม และไม่มีเสียงผิดปกติ จึงทำให้เข้าใจ ว่าหินเจียร ยังใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ แล้วพยายามเพิ่มแรงกดเพื่อให้กินเนื้อเร็วขึ้น ยิ่งกด หินยิ่งถู ชิ้นงานยิ่งร้อน และหน้าหิน อาจยิ่งอุดตันเร็วกว่าเดิม
วิธีสังเกตว่าหน้าหินอุดตันแล้ว
สิ่งแรกที่ควรดูคือผิวหน้าของหิน หินเจียร ที่ตัดได้ดีควรมีลักษณะด้าน และเห็นพื้นผิวเม็ดขัด ไม่ใช่เรียบเงา เหมือนถูกขัดจนมัน ถ้าบางช่วงของหน้าหินมีสีโลหะติดอยู่ หรือเห็นจุดเงาเป็นปื้น ๆ อาจหมายถึงมีเศษชิ้นงาน เข้าไปอุดผิว
ต่อมาคือความรู้สึกตอนลับ หินเจียร ที่ดีไม่ควรต้องกดมากเพื่อให้กินเนื้อ ถ้าเมื่อก่อนแตะชิ้นงานเบา ๆ ก็มีเศษออก แต่ตอนนี้ต้องดันแรงขึ้นเรื่อย ๆ และชิ้นงานร้อนเร็วกว่าปกติ ควรเริ่มสงสัยหน้าหินก่อน
ประกายไฟก็ช่วยบอกอาการได้ ถ้าเจียรเหล็กชนิดเดิมด้วยแรงใกล้เคียงเดิม แต่หินเจียรกินเนื้อน้อยลงและประกายไฟเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ควรตรวจหน้าหินร่วมด้วย ไม่ใช้ประกายไฟอย่างเดียวเป็นตัวตัดสิน เพราะชนิดของโลหะ มีผลต่อรูปแบบประกายไฟเช่นกัน
แก้ด้วยการแต่งหน้าหิน ไม่ใช่เปลี่ยนหินใหม่
ถ้าตัวหินเจียร ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยร้าวหรือความเสียหาย การ แต่งหน้าหิน สามารถช่วยให้ประสิทธิภาพกลับมาได้มาก
การแต่งหน้าหิน คือการนำผิวชั้นบนที่ทื่อ และอุดตันออก เพื่อเปิดเม็ดขัดใหม่ที่คมขึ้น พร้อมกับช่วยปรับหน้าหินให้เรียบ และตรงขึ้น ในงานลับคม ความตรงของหน้าหินสำคัญมาก เพราะถ้าหน้าหินเว้าหรือเป็นร่อง การควบคุมมุมคมจะยากขึ้นด้วย
หลังแต่งหน้าหิน อาจรู้สึกได้ทันทีว่าหิน “กัด” ชิ้นงานง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องออกแรงกดมาก และความร้อนสะสมช้าลง
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หินเจียร ใหม่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าหินไม่คม โดยเฉพาะหินที่ยังเหลือเนื้ออีกมาก แต่ควรตรวจสภาพโดยรวมก่อนเสมอว่ายังเหมาะกับงาน และไม่มีความเสียหาย ที่กระทบความปลอดภัย
เบอร์เม็ดที่ไม่ตรงกับงาน ทำให้ หินเจียร สะสมความร้อนเร็วขึ้น
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานลับร้อนเกินไป คือเลือกความละเอียดของเม็ดขัดไม่ตรงกับปริมาณเนื้อที่ต้องการเอาออก
โดยทั่วไป หินเจียรเม็ดหยาบสามารถลอกเนื้อได้เร็วกว่า เพราะช่องว่างระหว่างเม็ดมากกว่า และเม็ดขัดมีขนาดใหญ่ จึงเหมาะกับช่วงที่ต้องปรับรูปทรง หรือเอาเนื้อออกมาก ส่วนเม็ดละเอียดจะให้ผิวเรียบกว่า แต่กินเนื้อต่อรอบน้อยกว่า
ปัญหาที่เจอบ่อยคือ เราต้องการผิวสวยจึงเลือกหินละเอียด แล้วใช้หินก้อนเดียวลอกเนื้อปริมาณ มาก ผลคือ ชิ้นงานต้องสัมผัสหินนาน กว่าจะได้รูปร่างที่ต้องการ และยิ่งสัมผัสนาน ความร้อน ก็ยิ่งมีเวลาสะสม
ลอกเนื้อด้วย หินเจียร เบอร์หยาบ เก็บผิวด้วยเบอร์ละเอียด
ช่วงแรกใช้หินเจียร ที่หยาบกว่า เพื่อเอาเนื้อส่วนเกินออกอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเน้นผิวเรียบมาก จากนั้นเมื่อได้รูปทรง และมุมใกล้เคียงที่ต้องการ ค่อยใช้หินละเอียดเก็บผิว และปรับคมในช่วงสุดท้าย
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่แท่นเจียรสองล้อ มักจับคู่หินเจียรที่ความละเอียดต่างกัน เพราะสามารถสลับจากงานลอกเนื้อไปงานเก็บผิวได้ทันที
อย่างไรก็ตาม “หยาบกว่า” ไม่ได้หมายความว่ายิ่งหยาบยิ่งดี เพราะชนิดเม็ดขัด ความแข็งของหินเจียร โครงสร้างหิน และวัสดุของชิ้นงานก็มีผลร่วมกันทั้งหมด การเลือกหินจึงควรอ้างอิงจากชนิดงาน และคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรดูแค่ตัวเลขเบอร์เม็ดเพียงอย่างเดียว
อาการอื่น ที่บอกว่าถึงเวลาเลิกฝืนใช้ หินเจียร
ไม่ใช่ว่า หินเจียรทุกก้อนที่มีปัญหา จะสามารถแก้ด้วยการแต่งหน้าได้ ถ้าตัวหินมีความเสียหายทางกายภาพ ควรหยุดใช้งานแทนที่จะพยายามแต่งผิวต่อ
อาการที่ควรตรวจอย่างจริงจัง ได้แก่
  • ●
    หน้าหินสึกผิดรูปมากจนควบคุมงานไม่ได้
  • ●
    ขอบบิ่น มีรอยร้าว
  • ●
    เครื่องเกิดอาการสั่นผิดปกติหลังติดตั้ง
  • ●
    หินสึกจนมีขนาดเข้าใกล้ขีดจำกัดที่ผู้ผลิตกำหนด
หากพบความเสียหายแบบนี้ อย่ามองว่าเป็นปัญหาคุณภาพผิวงาน เพราะหินเจียรหมุนด้วยความเร็วสูงมาก หากหินแตกขณะหมุน เศษหินอาจกระเด็นออกมาด้วยแรงมหาศาล
ก่อนใช้งานจึงควรตรวจว่าหินเจียร เหมาะกับรอบของเครื่อง ติดตั้งหน้าแปลนและการ์ดป้องกันถูกต้อง และไม่ใช้หินที่มีความเสียหายหรือประวัติการตกกระแทกรุนแรง
ถ้าเครื่องสั่น ทั้งที่ หินเจียร ดูปกติ ไม่ควรรีบสรุปว่าหินเสียเสมอไป เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเพลา หน้าแปลน ลูกปืน หรือการติดตั้งด้วย ถ้าหาสาเหตุไม่ได้ ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนใช้งานต่อ
สรุป เจียรแล้วไหม้ อย่ารีบเพิ่มแรงหรือโทษฝีมือ
ถ้าลับเครื่องมือ แล้วชิ้นงานร้อนเร็ว ปลายคมเปลี่ยนสี หรือเริ่มไหม้ดำ สิ่งที่ควรถามไม่ใช่แค่ว่า “กดแรงเกินไป หรือเปล่า” แต่เป็น หินเจียรยังตัดเนื้อได้ดีอยู่หรือไม่ ด้วย
เริ่มจากตรวจหน้าหินก่อน ถ้าผิวเริ่มเงา มีเศษโลหะติด หินเจียรกินเนื้อน้อยลง หรือจำเป็นต้องเพิ่มแรงกดมากกว่าเดิม ให้ลองตรวจ และแต่งหน้าหินตามวิธีที่ถูกต้อง จากนั้นพิจารณาเรื่องเบอร์เม็ดขัดว่าเหมาะกับงาน หรือไม่ ถ้าต้องเอาเนื้อออกมาก ให้ใช้หินที่เหมาะกับงานลอกเนื้อก่อน แล้วค่อยใช้หินละเอียดเก็บผิว
หินที่คม และเลือกตรงกับงาน จะช่วยให้ตัดเนื้อได้เร็วขึ้น ใช้แรงกดน้อยลง และลดเวลา ที่ชิ้นงานสัมผัสหน้าหิน ซึ่งทั้งหมดช่วยลดความร้อนที่สะสมบริเวณคมได้โดยตรง
ดังนั้น ถ้าเจอปัญหา เจียรแล้วเหล็กไหม้ดำ อย่าเพิ่งฝืนกดต่อหรือเปลี่ยน หินเจียร ทันที ลองดูหน้าหินก่อน บางครั้งต้นเหตุไม่ได้อยู่ ที่มือคนลับ แต่อยู่ที่หินก้อนเดิม ที่กำลัง “ถู” ชิ้นงาน แทนที่จะ “ตัด”
หาข้อมูลเพิ่มเติม หรือเลือก หินเจียร ได้จากลิ้งค์ข้างล่างนี้
โฆษณา