•
30 ก.ย. เวลา 07:07 • สุขภาพ
โรงพยาบาลเวชธานี

เจ็บส้นเท้าตอนเช้า อาจไม่ใช่แค่อาการปวดธรรมดา รู้จักโรครองช้ำ

เคยรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้าทันทีที่ลุกจากเตียงและก้าวเท้าลงพื้นในตอนเช้าหรือไม่? บางคนอาจรู้สึกเจ็บจนต้องเดินเขย่งในช่วงแรก แต่เมื่อเดินไปสักพักอาการกลับค่อย ๆ ดีขึ้น อาการลักษณะนี้อาจสัมพันธ์กับ โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) หนึ่งในสาเหตุของอาการปวดส้นเท้าที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน นักวิ่ง ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือผู้ที่มีลักษณะโครงสร้างเท้าบางประเภท
โรครองช้ำคืออะไร?
รองช้ำเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับพังผืดใต้ฝ่าเท้า หรือ Plantar Fascia ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ทอดจากบริเวณกระดูกส้นเท้าไปยังด้านหน้าของเท้า พังผืดส่วนนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยรองรับอุ้งเท้าและแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการยืน เดิน หรือวิ่ง
เมื่อพังผืดใต้ฝ่าเท้าต้องรับแรงซ้ำ ๆ หรือมีแรงตึงมากเกินไป อาจเกิดการระคายเคืองและอาการปวด โดยเฉพาะบริเวณจุดที่พังผืดเชื่อมกับกระดูกส้นเท้า
หนึ่งในลักษณะที่พบได้บ่อยของ โรครองช้ำ คืออาการเจ็บส้นเท้าในช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน
อาการแบบไหนที่อาจสัมพันธ์กับรองช้ำ?
อาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน แต่ลักษณะที่มักพบ ได้แก่
ปวดบริเวณใต้ส้นเท้าหรือด้านในของส้นเท้า
ปวดมากในช่วงก้าวแรกหลังตื่นนอน
เจ็บหลังจากลุกขึ้นเดินหลังนั่งหรือพักเป็นเวลานาน
เมื่อเดินไประยะหนึ่งอาการอาจลดลง
ปวดมากขึ้นหลังจากยืน เดิน หรือออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน
มีจุดกดเจ็บบริเวณใกล้กับส้นเท้า
อย่างไรก็ตาม อาการปวดส้นเท้าไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดจากรองช้ำเสมอไป เพราะยังอาจมีสาเหตุอื่นจากกระดูก เส้นเอ็น ข้อต่อ หรือโครงสร้างของเท้าได้เช่นกัน
ใครบ้างที่มีโอกาสเกิดรองช้ำ?
โรครองช้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับคนหลายกลุ่ม แต่มีปัจจัยบางอย่างที่อาจเพิ่มแรงกดหรือแรงตึงต่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า เช่น
คนที่ต้องยืนหรือเดินนาน
อาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน หรือเดินบนพื้นแข็งเป็นประจำ อาจทำให้บริเวณส้นเท้าต้องรับแรงอย่างต่อเนื่อง
นักวิ่งหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
การเพิ่มระยะทางหรือความหนักในการออกกำลังกายอย่างรวดเร็ว รวมถึงการวิ่งบนพื้นแข็ง อาจเพิ่มแรงที่กระทำต่อฝ่าเท้า
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้เท้าและส้นเท้าต้องรับแรงมากขึ้นขณะเดินหรือยืน
ผู้ที่มีโครงสร้างเท้าบางประเภท
เท้าแบน อุ้งเท้าสูง หรือรูปแบบการลงน้ำหนักของเท้าที่ไม่สมดุล อาจทำให้พังผืดใต้ฝ่าเท้ารับแรงมากกว่าปกติ
การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม
รองเท้าที่พื้นบางเกินไป ไม่มีส่วนรองรับอุ้งเท้า หรือไม่เหมาะกับกิจกรรม อาจเพิ่มแรงกระแทกที่ส่งมายังส้นเท้า
ปวดส้นเท้าควรดูแลอย่างไร?
ในผู้ที่มีอาการไม่มาก การปรับพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยลดแรงที่กระทำต่อส้นเท้าได้ เช่น ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ เลือกรองเท้าที่มีพื้นรองรับเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
การยืดกล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวาย และบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้าอย่างเหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่อาจนำมาใช้ในผู้ป่วยบางราย
สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย ควรค่อย ๆ เพิ่มความหนักและระยะเวลาของกิจกรรม แทนที่จะเพิ่มอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น
ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร?
หากอาการปวดส้นเท้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ดีขึ้นหลังปรับพฤติกรรม หรือเริ่มรบกวนการเดิน การทำงานและการออกกำลังกาย ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
แพทย์อาจประเมินจากประวัติอาการ ตำแหน่งที่ปวด ลักษณะการเดิน โครงสร้างของเท้า และการตรวจร่างกาย ในบางกรณีอาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยแยกโรคหรือภาวะอื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกัน
แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง ระยะเวลาที่มีอาการ และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การปรับกิจกรรม กายภาพบำบัด การใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีช่วยรักษา ไปจนถึงแนวทางอื่นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
ผู้ที่มีอาการเกี่ยวข้องกับเท้าและข้อเท้าเรื้อรังสามารถเข้ารับการประเมินจาก แพทย์เฉพาะทางด้านเท้าและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและพิจารณาแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อย่าปล่อยให้อาการเจ็บส้นเท้ากระทบการใช้ชีวิต
อาการเจ็บส้นเท้าในตอนเช้าหรือหลังพักเป็นเวลานานเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดซ้ำต่อเนื่อง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรครองช้ำหรือความผิดปกติอื่นของเท้า
การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก ปรับพฤติกรรมที่ทำให้เท้ารับแรงมากเกินไป และเข้ารับการประเมินเมื่ออาการไม่ดีขึ้น สามารถช่วยให้ทราบสาเหตุและเลือกแนวทางดูแลได้อย่างเหมาะสม
โฆษณา