30 ก.ย. เวลา 14:38 • กีฬา

# มังกรแท้ตีตั๋วไปบอลโลก

# ช่วงเวลาที่ไชนีสซุปเปอร์ลีกของจีนเติบโตและมีการเสริมทัพดึงดาวดังที่ค้าแข้งในยุโรปให้มาค้าแข้งในดินแดนมังกร ทีมชาติจีนก็เลือกที่จะใช้นโยบายการโอนสัญชาตินักเตะ ทำให้ในช่วงเวลานั้นจะเห็นได้ว่าจีนมีนักเตะตัวโอนสัญชาติมาติดทีมอย่างต่อเนื่อง
# โดยแกนหลักของผู้เล่นโอนสัญชาติมักจะเป็นนักเตะเชื้อสายบราซิล นอกจากนั้นพวกเขายังมีการจ้างโค้ชต่างชาติชื่อดังให้มาคุมทีมไม่ว่าจะเป็น โฆเซ่ อันโตนิโอ คามาโช่ / อแล็ง แปร์กแรง / มาร์เซโล่ ลิปปี้
# แต่ถึงจะเลือกใช้วิธีทางลัดเช่นนี้ แต่ทีมชาติจีนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จกับการไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยในประวัติศาสตร์ของลูกหนังแดนมังกรจะพบว่าพวกเขาเพิ่งเคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลโลกเพียงแค่ 1 สมัยเท่านั้นซึ่งก็คือ ปี 2002
# การไปเล่นฟุตบอลโลกของจีนเกิดขึ้นก็เพราะขุมกำลังผู้เล่นท้องถิ่นแท้ๆโดยที่ไม่มีผู้เล่นโอนสัญชาติเลยแม้แต่รายเดียว โดยในช่วงเวลานั้นตัวผู้เล่นส่วนใหญ่ของจีนมักจะค้าแข้งอยูในดินแดนบ้านเกิดและมีผู้เล่นบางรายที่ค้าแข้งอยู่ในต่างแดน
- ซุน จีไห่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- ฟาน ซียี่ (ดันดี)
- หยาง เฉิน (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต)
# จากรายชื่อด้านบน คือ กลุ่มผู้เล่นจีนที่เล่นในต่างแดน ส่วนเส้นทางการไปเล่นฟุตบอลโลกก็ต้องถือว่าพวกเขามีความโชคดีอยู่เล็กน้อยที่ฟุตบอลโลกในครั้งนั้นจัดกันที่ประเทศญี่ปุ่นกับประเทศเกาหลีใต้ ทำให้ทั้ง 2 ประเทศไม่ต้องมาเตะในรอบคัดเลือกซึ่งทำให้การเล่นรอบคัดเลือกของจีนครั้งนี้ดูเบาลงพอควร
# แต่ถึงแม้จะไม่มีทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่ในรอบคัดเลือกก็ยังมีทีมแกร่งของทวีปเอเชียไม่ว่าจะเป็น ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน อุซเบกิสถาน ยูเออี โดยที่จีนเริ่มต้นเส้นทางในรอบคัดเลือกรอบแรกด้วยการอยู่ในกลุ่ม 9 ร่วมกับ อินโดนีเซีย มัลดีฟส์ กัมพูชา ซึ่งในรอบนี้ไม่ใช่งานยากสำหรับทีมมังกรเมื่อพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะ 6 นัดรวดพร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 2 ในฐานะแชมป์กลุ่ม 9
# ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 ได้มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มซึ่งในคราวนี้จีนเริ่มเจอคู่แข่งที่มีมาตรฐานสูงขึ้น โดยพวกเขาอยู่ในกลุ่มบีร่วมกับ อุซเบกิสถาน ยูเออี กาตาร์ โอมาน ซึ่งในรอบนี้จะเอาเพียงแค่แชมป์กลุ่มที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมอันดับ 2 ของทั้ง 2 กลุ่มต้องมาเตะเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วไปเพลย์ออฟกับทีมจากโซนยุโรป
# แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลโลก แต่ บอรา มิลูติโนวิช กุนซือชาวเซิร์บของทีมชาติจีนกลับสามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์กลุ่มได้อย่างเหลือเชื่อพร้อมกับคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ทำให้จีนสร้างประวัติศาสตร์ในการไปเล่นฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก
# ส่วนรูปแบบการเล่นของจีนในยุคมิลูติโนวิชก็ไม่มีอะไรซับซ้อน พวกเขาเน้นความใจสู้และเน้นทีมเวิร์กของผู้เล่นสายพันธุ์มังกรซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนประสบความสำเร็จกับการได้ไปเล่นฟุตบอลโลก
# จีนไปลุยฟุตบอลโลก 2002 ด้วยการอยู่ในกลุ่มซีซึ่งมีทีมร่วมกลุ่มทั้ง บราซิล คอสตาริกา ตุรกี ซึ่งเมื่อมองจากคู่แข่งแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นงานที่ยากยิ่งของจีนที่จะฝ่าฟันผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้
# โดยเมื่อเข้าสู่เกมการแข่งขันจริง ทุกอย่างก็ไม่ต่างอะไรจากที่หลายฝ่ายวิเคราะห์กันไว้ เพราะจีนแพ้รวดทั้ง 3 นัดและยิงไม่ได้เลยสักประตูเดียวแถมยังมีผู้เล่นถูกไล่ออกในเกมนัดสุดท้ายที่เจอกับตุรกี
# แม้ว่าจะแพ้รวดแบบยิงประตูไม่ได้เลย แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าของผู้เล่นสายพันธุ์มังกร เพราะว่าฟุตบอลโลกคือ ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งนักเตะหลายคนล้วนแต่ใฝ่ฝันอยากมีส่วนร่วมกันสักครั้งในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
# นอกจากนั้นแล้วก็ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับชนชาติจีนอยู่ไม่น้อย เนื่องจากขุนพลนักเตะทั้ง 23 คนในชุดฟุตบอลโลก 2002 ล้วนแต่เป็นผู้เล่นสายพันธุ์มังกรแท้ โดยถึงแม้ว่าจีนในยุคปัจจุบันจะเริ่มหันมาใช้ผู้เล่นท้องถิ่นมากขึ้น แต่ความสำเร็จก็ยังไม่ใกล้เคียงกับชุดฟุตบอลโลก 2002 ที่กลายเป็นทีมชุดประวัติศาสตร์ของทีมชาติจีนและอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลชาวจีนมาจนถึงปัจจุบัน
#ทีมชาติจีน
#ฟุตบอลโลก2002
#นักฟุตบอลนอกกระแส
ทีมชาติจีนสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ได้เป็นครั้งแรก
ขุนพลนักเตะจีนชุดฟุตบอลโลก 2002 มีแต่นักเตะท้องถิ่นแท้โดยไม่มีตัวโอนสัญชาติแม้แต่คนเดียว
บอรา มิลูติโนวิช กุนซือชาวเซิร์บเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่พาจีนไปเล่นฟุตบอลโลก
จีนประเดิมการเล่นฟุตบอลโลกด้วยการเจอกับคอสตาริกา
หลี่ เถีย มิดฟิลด์ตัวเก่งของจีนดวลกับ กิลแบร์โต ซิลวา มิดฟิลด์ของทีมชาติบราซิล
แม้ว่าจะตกรอบแรกแบบแพ้รวด แต่ฟุตบอลโลก 2002 ก็เป็นประสบการณ์อันล้ำค่าของนักเตะจีน
โฆษณา