Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
1 ต.ค. เวลา 14:25 • หนังสือ
บทที่ 223 ชุดขี่ม้า
แม่นมจิ่นเหยียนกว่าจะทรงตัวได้ก็ยังคงขวัญเสียอยู่ไม่น้อย นางใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ ก่อนจะมองเฉียวอวิ้นกับเสิ่นเจวี๋ยที่กำลังควบม้าวิ่งไปทั่วจวนอย่างตื่นตะลึง
ม้าตัวนั้นดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง กีบทั้งสี่วิ่งอย่างรวดเร็ว แถมยังใจกล้าไม่น้อย แม้แต่ทางเดินแคบ ๆ ริมสระบัว มันก็ยังกระโจนข้ามไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม่หวั่นเกรงว่าจะพลัดตกลงไปในน้ำเลยสักนิด
เสิ่นเจวี๋ยใช้มือข้างหนึ่งบังคับม้า อีกข้างประคองเฉียวอวิ้นเอาไว้ ท่าทางของเขาดูคล่องแคล่วชำนาญ ควบคุมม้าได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำ
แม่นมจิ่นเหยียนมองท่าทางของเสิ่นเจวี๋ย พลางถือขนมดอกหอมหมื่นลี้ค้างอยู่ในมือด้วยความเหม่อลอย ความรู้สึกหลากหลายปะปนกันอยู่ในใจ
ผ่านมากี่ปีแล้วนะ?
ครั้งสุดท้ายที่นางเห็นท่านอ๋องเป็นเช่นนี้ ก็คงเป็นก่อนที่เขาจะออกไปรบในสนามรบ
ในตอนนั้น เขามีท่วงท่าสง่างามดุจเซียน วรยุทธ์ล้ำเลิศ องครักษ์เงาเกือบครึ่งหนึ่งในจวนล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
แม่นมจิ่นเหยียนนึกถึงบทกวีที่มีคนแต่งให้เขาในครั้งนั้น
“ท่วงท่าสง่าดุจหงส์กระเรียน ไร้มลทินเปื้อนธุลี
สง่างามเลิศล้ำ เหนือผู้คนทั่วหล้า
เพียงยกแขนเสื้อก็พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน สะเทือนใต้หล้า
อาภรณ์ขาวสะท้อนจันทร์ ดุจเซียนผู้เลิศล้ำหนึ่งเดียว”
บัดนี้เขากลับมาขึ้นหลังม้าอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดกระพืออยู่รอบกาย โดยมีเฉียวอวิ้นอยู่เคียงข้าง ราวกับกลิ่นอายแห่งความเจ็บป่วยที่สะสมมานานถูกสายลมพัดพาไปจนหมดสิ้น ใบหน้าของเขาปรากฏความสดใสและความมีชีวิตชีวาของวัยเยาว์ที่ซ่อนเร้นมานานอีกครั้ง
ทว่าในชั่วขณะถัดมา แม่นมจิ่นเหยียนกลับอดหัวเราะกับภาพตรงหน้าไม่ได้
นางเห็นเสิ่นเจวี๋ยควบม้ากระโจนลงมาจากที่สูง เฉียวอวิ้นกรีดร้องเสียงดังทันที
“อ๊ะ! จะตกแล้ว! จะตกแล้ว!”
เสิ่นเจวี๋ยกลับจงใจหยอกนาง เขากระตุกบังเหียนเพียงครั้งเดียว ม้าก็กระโจนเหยียบผ่านก้อนหินแคบ ๆ ได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะพุ่งไปยังฝั่งตรงข้ามของสระบัว
ทว่าอีกฟากหนึ่งของสระบัว กลับมีผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งโผล่ออกมาพอดี
คนผู้นั้นมีผ้าพันแผลพันอยู่ทั่วร่าง ใช้ไม้ค้ำยันเดินออกมา ดูเหมือนจะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงออกมาดูเรื่องสนุก แต่ใครจะคิดว่าทันทีที่ก้าวออกมา ก็พบเสิ่นเจวี๋ยกับเฉียวอวิ้นกำลังควบม้าพุ่งตรงมาหาตนพอดี
เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ทว่าก็สายเกินกว่าจะหลบได้ทัน ทำได้เพียงร้องเสียงหลง
“อ๊ากกก!”
จากนั้นก็ล้มกลิ้งลงไปในพุ่มหญ้าข้างทาง
ผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฉินฮุยนั่นเอง
แม่นมจิ่นเหยียนรู้สึกว่าจิตสำนึกด้านศีลธรรมกับอารมณ์ขันในใจของตนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด นางรีบวางขนมดอกหอมหมื่นลี้ลง ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา
ฉินฮุยดิ้นรนให้คนช่วยพยุงตัวขึ้นมา พลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
เฉียวอวิ้นเห็นดังนั้นก็รีบเตรียมลงจากม้า
เสิ่นเจวี๋ยกลับยกตัวนางลงมาได้ด้วยมือข้างเดียว ทันทีที่เท้าแตะพื้น ขาของนางยังคงอ่อนแรงอยู่เล็กน้อย จึงเซไปก้าวหนึ่ง เกือบจะยืนไม่อยู่ โชคดีที่เสิ่นเจวี๋ยลงจากม้าตามมาและประคองนางไว้ได้อย่างมั่นคง
“ฉินฮุย เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เฉียวอวิ้นถามด้วยความเป็นห่วง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“มะ...ไม่...”
ฉินฮุยกัดฟันตอบ ในใจแอบนึกเสียใจที่ออกมาดูเรื่องสนุก
โชคดีที่บาดแผลภายนอกของเขาเกือบจะหายดีแล้ว จึงไม่ถึงกับทำให้แผลฉีกขาดขึ้นมาอีก
แม่นมจิ่นเหยียนที่รีบตามมาถึง มองคนกลุ่มนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะต่อว่าใครก่อนดี นางกวาดตามองทุกคนอยู่รอบหนึ่ง สุดท้ายก็เลือกฉินฮุยเป็นคนแรก
“เจ้านี่นะ! เหตุใดถึงไม่พักรักษาตัวอยู่ในห้องให้ดี ๆ ออกมาวุ่นวายทำไมกัน!”
ฉินฮุยเองก็รู้สึกน้อยใจไม่น้อย
เขาพักฟื้นมานานถึงเพียงนี้แล้ว ย่อมรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
ทุกวันเอาแต่นอนอยู่บนเตียง ทำให้ในใจรู้สึกกระวนกระวายอย่างไร้สาเหตุ อีกทั้งยังอดคิดไม่ได้ว่า หากรักษาบาดแผลจนหายดีแล้ว ท่านอ๋องอาจมีองครักษ์ประจำกายคนใหม่แล้วก็เป็นได้
เขาจึงอยากรีบหายไว ๆ พอไม่มีอะไรทำก็ออกมาเดินเล่นบ้าง ขยับเขยื้อนร่างกายเสียหน่อย
ใครจะไปคิดว่าท่านอ๋องจะพาพระชายามาขี่ม้าเล่นในจวนได้กัน?
ต่อให้ฝัน เขาก็ยังนึกภาพเช่นนี้ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
ช่างเหลวไหลเกินไปจริง ๆ!
เสิ่นเจวี๋ยปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างเนิบช้า
“ตอนนี้เปิ่นหวางยังไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ เจ้าก็พักผ่อนต่อไปให้เต็มที่ รักษาร่างกายให้หายดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงาน”
ฉินฮุยชะงักไปทันที รู้สึกราวกับความคิดของตนถูกมองทะลุจนหมด ใบหูพลันแดงก่ำขึ้นมา
“ขอรับ...ขอรับ ขอบพระทัยท่านอ๋อง!”
หลังจากฉินฮุยถูกพากลับไปพักรักษาตัว แม่นมจิ่นเหยียนก็กลับไปจัดการงานของตนต่อเช่นกัน จึงเหลือเพียงเฉียวอวิ้น เสิ่นเจวี๋ย และขนมถั่วแดงที่ยืนอยู่ริมสระบัว
เฉียวอวิ้นนึกถึงภาพเมื่อครู่นี้ ในที่สุดก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เสิ่นเจวี๋ยเหลือบมองนาง เห็นนางหัวเราะอย่างมีความสุข มุมปากก็อดยกขึ้นตามไม่ได้
“หัวเราะอะไร?”
“สนุกดี”
เฉียวอวิ้นเงยหน้ามองเขา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“แต่...”
นางเอ่ยเสียงเบา
“แต่รู้สึกว่าพอท่านพี่ขึ้นม้าแล้ว ดู...ดูไม่เหมือนเดิมนิดหน่อย”
เสิ่นเจวี๋ยมองดวงตาคู่นั้นที่สว่างสดใสเป็นพิเศษ หัวใจก็ไหววูบ เขายื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งของนางไปทัดไว้หลังใบหูอย่างแผ่วเบา
“งั้นหรือ?”
เสิ่นเจวี๋ยไม่ได้ถามต่อว่าส่วนไหนที่ไม่เหมือนเดิม กลับถามนางว่า
“แล้วแบบนี้ เจ้าชอบหรือไม่?”
“ชอบเจ้าค่ะ”
เฉียวอวิ้นตอบเขาเสียงเบา
ดวงตาของเสิ่นเจวี๋ยไหววูบ มือที่ลูบอยู่ข้างใบหูของนางค่อย ๆ เลื่อนไปแตะแก้มของนาง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้า...”
ทว่าขนมถั่วแดงที่อยู่ข้าง ๆ กลับพ่นลมหายใจเสียงดัง ก่อนยื่นหัวม้าเข้ามาเบียดตรงกลางระหว่างคนทั้งสองจนมือของเสิ่นเจวี๋ยถูกดันออกไป
ดูเหมือนมันจะร้อนใจไม่น้อย ราวกับกำลังถามว่า ยังจะขี่ม้าต่อหรือไม่?
เสิ่นเจวี๋ยมองมันด้วยสายตานิ่งลึก
ขนมถั่วแดงถึงกับชะงัก มันไม่คิดว่าเมื่อครู่นี้คนผู้นี้ยังมีสีหน้าอ่อนโยนอยู่เลย เหตุใดเพียงพริบตาเดียวถึงเปลี่ยนสีหน้าได้แล้ว?
เสิ่นเจวี๋ยเองก็ไม่อาจถือสากับม้าตัวหนึ่ง จึงได้แต่เอ่ยอย่างจนใจ
“ช่างเถิด ส่งเจ้ากลับไปก่อน”
ขนมถั่วแดงถูกส่งกลับไปยังคอกม้า ส่วนเฉียวอวิ้นก็ถูกส่งกลับเรือนเช่นกัน
ทันทีที่กลับถึงเรือนหมิงเซียง นางก็ถูกแม่นมจิ่นเหยียนลากไปอาบน้ำชำระกายทันที ทั้งเหงื่อออกทั้งยังถูกลมพัด แม่นมจิ่นเหยียนเป็นห่วงร่างกายเล็ก ๆ ของนางเหลือเกิน
ระหว่างที่เฉียวอวิ้นอาบน้ำเสร็จแล้วนั่งกินขนมดอกหอมหมื่นลี้ แม่นมจิ่นเหยียนก็รับคำสั่งไปหาแม่นมจางผู้ดูแลการตัดเย็บเสื้อผ้าของจวน
“แม่นมจาง ท่านอ๋องมีรับสั่งว่า ชุดขี่ม้าชุดนั้นต้องทำใหม่อีกชุดเจ้าค่ะ”
แม่นมจางชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำใหม่หรือ? ชุดขี่ม้าชุดนั้นเพิ่งทำเสร็จไม่ใช่หรือ?”
ผ้าที่นางเลือกใช้เป็นผ้าที่ดีที่สุด งานปักก็ประณีตที่สุด ทั้งยังพอดีกับพระวรกายของพระชายา แล้วเหตุใดถึงต้องทำใหม่?
แม่นมจิ่นเหยียนมองนาง ก่อนจะทำท่าจะพูดก็ไม่พูด
แม่นมจางรีบถามต่อ
“ตรงไหนไม่เหมาะหรือ? เอวคับไป หรือแขนเสื้อยาวเกินไป? หรือพระชายาไม่ชอบสีนั้น? ทางข้ายังมีผ้าชุดใหม่เพิ่งมาถึงอีกหลายพับ จะเอามาให้พระชายาเลือกดูหรือไม่?”
แม่นมจิ่นเหยียนถอนหายใจ พลางมองนางอย่างมีความหมาย ก่อนเอ่ยว่า
“เป็นเพราะท่านอ๋องไม่พอพระทัย”
“ท่านอ๋อง?”
แม่นมจางยิ่งขมวดคิ้ว
“ท่านอ๋องไม่ชอบว่าชุดขี่ม้าชุดนี้ไม่สวยหรือ?”
“ไม่ใช่”
แม่นมจิ่นเหยียนส่ายหน้าอย่างมีนัย
“สวยเกินไป สะดุดตาเกินไป”
“อา...”
คราวนี้แม่นมจางเข้าใจความหมายของแม่นมจิ่นเหยียนในทันที
เสื้อผ้าที่พระชายาสวมในยามปกติ มักเป็นสีเรียบ ๆ หรือสีอ่อนสดใสเป็นหลัก เพียงประดับตกแต่งเล็กน้อยก็งดงามจนยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้แล้ว
นาน ๆ ครั้งหากสวมอาภรณ์สีจัด ก็ยิ่งทำให้ผู้คนตื่นตะลึงไปทั่ว ดึงดูดสายตาจนแทบไม่อาจละสายตาไปได้
“ชุดขี่ม้าสีแดงชุดนั้น หากพระชายาสวมไปยังสนามล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง ต่อให้ไม่ต้องขึ้นม้า เพียงยืนอยู่ตรงนั้น ก็ไม่มีใครไม่อยากมองแล้ว”
เพียงแม่นมจิ่นเหยียนนึกถึงภาพนั้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
“ท่านอ๋องจะไม่หึงจนคลุ้มคลั่งหรือ”
แม่นมจางเบะปาก
“แต่ต่อให้เป็นสีอื่น พระชายาสวมแล้วก็ยังงดงามอยู่ดีไม่ใช่หรือ? เขาก็ยังต้องหึงอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้แล้ว”
แม่นมจิ่นเหยียนถอนหายใจ
“เจ้าก็ทำไปเถอะ ไม่อย่างนั้นก็ทำหลายชุดหน่อย ให้ท่านอ๋องเลือกเองก็แล้วกัน”
“ใครจะคิดว่าท่านอ๋องจะเป็นคนเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้าเพียงคิดว่าท่านอ๋องไม่รู้เรื่องความรัก ไม่สนใจเรื่องความรักระหว่างหนุ่มสาว”
แม่นมจางทอดถอนใจ
“สมัยนั้นในเมืองหลวงมีเด็กสาวตั้งมากมายที่ชอบท่านอ๋อง ถึงขั้นมีคนไปดักรอท่านอ๋องออกจากจวนด้วยซ้ำ แต่ท่านอ๋องกลับไม่แม้แต่จะเหลียวมอง...”
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย