Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
UAE ประเทศอาหรับ ที่น้ำมันไม่ใช่ ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักแล้ว
หากพูดถึง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE คนส่วนใหญ่มักคิดว่าประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้ มีน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด
แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบัน ภาคพลังงานและน้ำมันของ UAE มีสัดส่วนคิดเป็นไม่ถึง 1 ใน 4 ของ GDP แล้ว
นั่นหมายความว่า ทองคำสีดำอันมีค่า ไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของ UAE แล้วในวันนี้..
แล้วตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แท้จริงของชาติอาหรับแห่งนี้คืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
19 ล้านล้านบาท คือมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE (United Arab Emirates)
นับเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบรรดาชาติอาหรับ โดยเป็นรองเพียงซาอุดีอาระเบียเท่านั้น
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ UAE เคยเป็นประเทศที่พึ่งพาน้ำมันอย่างมากมาก่อน..
ย้อนกลับไปในปี 1962 Abu Dhabi หนึ่งในรัฐที่ต่อมารวมตัวกันเป็น UAE เริ่มส่งออกน้ำมันดิบเป็นครั้งแรก ก่อนที่ UAE จะถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1971
ก่อนที่ยุคทองของอุตสาหกรรมน้ำมันจะมาถึง ในช่วงต้นทศวรรษ 1970
เมื่อกลุ่มประเทศอาหรับที่ส่งออกน้ำมัน ประกาศลดกำลังการผลิต และจำกัดการส่งออกน้ำมันไปยังสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร
เพื่อตอบโต้ที่ประเทศเหล่านี้ สนับสนุนอิสราเอลในสงคราม Yom Kippur ที่เป็นการสู้รบระหว่างอิสราเอล กับอียิปต์และซีเรีย
จนทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งจากราว 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเกือบ 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 4 เท่า
แม้ประเทศอื่นในโลก จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤติน้ำมัน แต่ UAE กลับมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมากขึ้น
จนในช่วงทศวรรษ 1970 อุตสาหกรรมน้ำมันครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของ GDP ใน UAE เลยทีเดียว
การมีรายได้เพิ่มขึ้นทำให้ UAE มีงบประมาณมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาล UAE ในตอนนั้นตระหนักดีว่าน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีราคาผันผวนรุนแรง
การฝากอนาคตของประเทศไว้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน จึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงมากจนเกินไป
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมประเทศครั้งใหญ่ ด้วยการนำรายได้จากยุคทองของน้ำมันไปลงทุน เพื่อหาผลตอบแทนในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญ คือการก่อตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัฐบาล Abu Dhabi ที่ชื่อว่า ADIA (Abu Dhabi Investment Authority) ในปี 1976
โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนรายได้ส่วนเกินจากน้ำมัน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวให้ Abu Dhabi
โดย Global SWF ประเมินว่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของ ADIA ในปี 2026 มีมูลค่าราว 1.13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 37 ล้านล้านบาท
ทำให้ ADIA กลายเป็นหนึ่งในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขณะเดียวกัน การกระจายความเสี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพอร์ตการลงทุน เพราะ UAE ยังเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่แนวทางเหล่านี้จะถูกยกระดับเป็นแผนระดับชาติที่ชัดเจนมากขึ้นในยุคหลัง นั่นก็คือ UAE Vision 2021 และ We the UAE 2031
แล้วกลยุทธ์การพัฒนาประเทศของ UAE มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
เรื่องแรกคือ การสร้างจิกซอว์ด้านโลจิสติกส์..
UAE รู้ดีว่าทำเลที่ตั้งของตน คือจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อเส้นทางการค้าหลักระหว่าง เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา
นั่นทำให้เกิดการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าและโลจิสติกส์
หนึ่งในนั้นคือ ท่าเรือ Jebel Ali ที่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่ดึงดูดเม็ดเงินจากการค้า และระบบโลจิสติกส์ ให้ไหลผ่าน UAE
เรื่องที่สองคือ การสร้างแม่เหล็ก ไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยว..
จากพื้นที่ทะเลทราย UAE ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จนทำให้ดูไบกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางระดับโลก
ตั้งแต่การสร้างเกาะเทียมรูปต้นปาล์มอย่าง Palm Jumeirah หนึ่งในโครงการวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไปจนถึง Burj Khalifa ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าเป็นเจ้าภาพจัดงานอิเวนต์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
1
ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต Formula 1, งานประชุมสภาพอากาศโลก COP28 และ World Governments Summit ที่เป็นการพบปะของเหล่าผู้นำระดับโลก
เรื่องสุดท้ายคือ การปักหมุดเป็นศูนย์กลางทางการเงินโลก..
เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี UAE ยังสร้างระบบนิเวศทางการเงินขึ้นมาโดยเฉพาะ
ทั้ง Dubai International Financial Centre (DIFC) และ Abu Dhabi Global Market (ADGM) เพื่อดึงธนาคาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กองทุน และสถาบันการเงินจากทั่วโลกเข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศ
นอกจากนี้ UAE ยังมีการใช้เครื่องมือด้าน Residency ในการดึงดูดกำลังซื้อและเงินทุนจากต่างประเทศ
ตั้งแต่การออก Golden Visa สำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และบุคลากรทักษะสูง ไปจนถึง Retirement Visa สำหรับผู้เกษียณอายุ
ทำให้เงินทุนและกำลังซื้อจากทั่วโลก ไหลเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ การเงิน Healthcare และบริการต่าง ๆ ในประเทศมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ทำให้ Dubai และ Abu Dhabi กลายเป็นจุดหมายสำคัญของกลุ่มมหาเศรษฐี (HNWIs), Family Offices และสถาบันการเงินระดับโลก ที่ต้องการเข้ามาตั้งฐานหรือขยายธุรกิจในตะวันออกกลาง
เรื่องราวทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การกระจายเศรษฐกิจที่ UAE เดินหน้ามานานหลายทศวรรษ
โดยไม่รอให้น้ำมันหมดแล้วค่อยหาทางรอด
แต่เริ่มนำความมั่งคั่งจากน้ำมัน ไปสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งแต่ตอนที่น้ำมันยังสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ
จากครั้งหนึ่ง น้ำมันเคยเป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ แต่ในวันนี้เศรษฐกิจนอกภาคน้ำมัน กลับสร้างมูลค่าได้สูงกว่าไปแล้ว..
เศรษฐกิจ
3 บันทึก
12
3
3
12
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย