2 ต.ค. เวลา 14:53 • ปรัชญา

ถอดรหัส ‘น้ำท่วมกรุง’ ผ่านแว่นตา ‘ชีเชค’(Slavoj Žižek)

เมื่อ ‘ความจริงแท้’(The Real)พังทลายโลกแฟนตาซี(Fantasy) “เอาอยู่”
วิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติ แต่คือภาพสะท้อนโครงสร้างทางจิตวิทยาและการเมืองของคนเมืองหลวงได้อย่างเฉียบคม หากอธิบายผ่านกรอบคิดจิตวิเคราะห์ของ สลาวอย ชีเชค (Slavoj Žižek)
เราจะเห็น “ลูป” การเผชิญหน้ากับความจริงที่มนุษย์มักใช้หนีความกลัว ผ่าน 3 ระยะหลัก ดังนี้:
1. มายาคติ “เอาอยู่” : โลกแห่งจินตนาการและสัญลักษณ์ (The Imaginary & Symbolic)
ก่อนวิกฤติจะมาถึง สังคมขับเคลื่อนด้วย “อุดมการณ์” (Ideology) และภาพฝันที่รัฐและระบบทุนนิยมสร้างขึ้น เราเชื่อมั่นในอุโมงค์ยักษ์ แผนยุทธศาสตร์หรูหรา และคำมั่นสัญญาเชิงสัญลักษณ์ที่ว่า “กรุงเทพฯ เอาอยู่”
มายาคตินี้ทำหน้าที่เป็นฉากบัง (Screen) ให้เราสบายใจและใช้ชีวิตไปวันๆ โดยแกล้งลืมไปว่าเมืองหลวงแห่งนี้เปราะบางและพร้อมจะจมน้ำแค่ไหน
2. สตั้นท์ พูดไม่ออก : การปะทะกับ “The Real” (ความจริงแท้ที่ควบคุมไม่ได้)
เมื่อฝนตกหนักเกินศักยภาพ มวลน้ำมหาศาลที่ทะลักท่วมมิดล้อรถในชั่วข้ามคืน คือ "The Real" หรือความจริงอันดิบเถื่อนที่หลุดรอดผ่านฉากบังเข้ามา
วินาทีที่ทุกคน “สตั้นท์และพูดไม่ออก” คือภาวะ Shock ทางจิตวิทยา เพราะภาษาและคำอธิบายเดิมๆ พังทลายลงชั่วคราว ระบบสมองเกิดรูโหว่เมื่อต้องยอมรับความจริงอันน่าตระหนกว่า “มนุษย์ไม่ได้ควบคุมธรรมชาติเลย และระบบที่เคยเชื่อมั่นนั้นไร้กำลังอย่างสิ้นเชิง”
3. ด่าหาแพะ : กลไกปกป้องแฟนตาซี (Scapegoating)
มนุษย์ทนอยู่กับความว่างเปล่าและไร้อำนาจในสภาวะสตั้นท์ได้ไม่นาน จิตใจจึงต้องรีบทำงานเพื่อเติมเต็มรูโหว่นั้น ด้วยการเปลี่ยน “ความกลัวธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้” ให้กลายเป็น “ความโกรธแค้นต่อบุคคล”
การด่าทอหาแพะรับบาป โทษผู้ว่าฯ โทษรัฐบาล หรือโทษการทำงานของเจ้าหน้าที่ คือกลไกที่ช่วยให้เรากลับมารู้สึก “ควบคุมสถานการณ์ได้” อีกครั้ง เพราะการเชื่อว่าปัญหาเกิดจาก คน หมายความว่าถ้าระเบิดอารมณ์ใส่คนนั้น หรือเปลี่ยนคนใหม่ได้ ระบบเดิมที่เคยเชื่อมั่นก็จะกลับมาใช้ได้ผลเหมือนเดิม
4. ตบเข้าสู่ภาวะฝันดี : การแกล้งลืมเพื่อไปต่อ (Return to Fantasy)
เมื่อน้ำลดและพายุผ่านไป แทนที่สังคมจะถอดบทเรียนเพื่อรื้อสร้างโครงสร้างเมืองที่อยู่รอดไม่ได้ในระยะยาว เรากลับเลือกที่จะ “แกล้งลืม” (Social Amnesia) แล้วตบตัวเองกลับเข้าสู่มโนภาพเดิมๆ ว่าเรายังปลอดภัย เมืองยังศิวิไลซ์ ทิ้งฝันร้ายไว้ข้างหลังแล้วกลับไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในคาเฟ่หรือคอนโดหรู ราวกับว่าน้ำท่วมใหญ่เป็นเพียง “อุบัติเหตุชั่วคราว” ไม่ใช่ “วิกฤติเชิงโครงสร้าง”
บทสรุป :
สุดท้ายแล้ว ชีเชคเคยกล่าวไว้ว่า “มนุษย์ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแฟนตาซีของตัวเอง”
ลูปการน้ำท่วม-สตั้นท์-หาแพะ-แล้วแกล้งลืม จึงเป็นวิธีบริหารจัดการความกลัวของคนเมือง เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับไปนอน “ฝันดีฝันเด่น” ในเมืองหลวงที่พร้อมจะจมน้ำได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงแท้ (The Real) ที่แสนเจ็บปวด
โฆษณา