Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บอกให้รวย
•
ติดตาม
2 ต.ค. เวลา 16:05 • บ้าน & สวน
หนองยายกะตา
วิธีซ่อมแซมตาม "จุดเสียที่พบบ่อยที่สุด" ในเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมขั้นตอนการลงมือซ่อมอย่างเป็นลำดับ ดังนี้ครับ
1. ซ่อมสายไฟขาดใน / สายเปื่อยชำรุด
อาการนี้มักทำให้อุปกรณ์ไฟติดๆ ดับๆ หรือไฟไม่เข้าเลย
* ค้นหาจุดที่สายขาด: ใช้ มัลติมิเตอร์ (Multimeter) ปรับไปที่ย่านวัดความต่อเนื่อง (Continuity Test/เสียงบี๊บ) จี้ปลายสายไฟฝั่งหัวปลั๊กและปลายสายอีกฝั่งที่ต่อเข้าเครื่อง ถ้าไม่มีเสียงบี๊บแสดงว่าสายขาดใน
* ตัดส่วนที่ชำรุดออก: ใช้คีมตัดสายไฟตรงจุดที่เปื่อยหรือขาดในออก
* ปอกสายไฟ: ใช้คีมปอกสายไฟเปิดฉนวนออกประมาณ 1–1.5 ซม. ทั้งสองฝั่ง จะเห็นสายทองแดงด้านใน (ปกติจะมีสายเส้นสีน้ำเงิน/น้ำตาล หรือแดง/ดำ)
* เชื่อมต่อสายไฟ:
* สวม ท่อหด (Heat Shrink Tube) เข้าไปในสายไฟก่อน
* บิดเกลียวสายทองแดงที่มีสีเดียวกันเข้าด้วยกันให้แน่น (หรือใช้หัวแร้งบัดกรีเพื่อความแข็งแรงสูงสุด)
* หุ้มฉนวน: เลื่อนท่อหดมาครอบจุดที่ต่อสาย แล้วใช้ไฟล่างานท่อหดให้แนบสนิท (หรือใช้ เทปพันสายไฟ พันให้แน่นหนาหลายๆ ชั้น โดยพันเลยจุดตัดไปทั้งสองฝั่งอย่างน้อย 1 นิ้ว)
2. เปลี่ยนหัวปลั๊กตัวผู้ (กรณีเต้ารับแตก/ขาปลั๊กหัก)
* ตัดหัวปลั๊กเก่าออก: ตัดสายไฟชิดกับหัวปลั๊กเดิมที่ชำรุด
* ปอกฉนวนนอก: ปอกฉนวนยางภายนอกออกประมาณ 2–3 ซม. ระวังอย่าให้คีมบาดสายทองแดงด้านใน
* ถอดไขเต้าหัวปลั๊กใหม่: ขันสกรูเปิดถอดฝาครอบหัวปลั๊กตัวผู้ใหม่ออก
* เข้าสายไฟ:
* ขันสกรูยึดสายทองแดงเข้ากับขาเสียบของปลั๊กใหม่ให้แน่น
* หากเป็นปลั๊ก 3 ขา: สาย L (สีน้ำตาล/แดง) เข้าขา L, สาย N (สีน้ำเงิน/ดำ) เข้าขา N, และ สายดิน G (สีเขียว-เหลือง) เข้าขากลาง
* ประกอบฝาครอบ: ขันสกรูยึดฝาครอบปลั๊กตัวผู้ และยึดตัวรัดสายไฟด้านท้ายให้แน่น เพื่อป้องกันสายหลุดเมื่อโดนดึง
3. เปลี่ยนฟิวส์ (กรณีเครื่องดับสนิท)
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น กาต้มน้ำไฟฟ้า, ปลั๊กพ่วง, หรือพัดลม มักจะมีฟิวส์ป้องกันกระแสไฟเกิน
* ถอดฝาครอบอุปกรณ์: ขันสกรูเปิดเคสเพื่อหาตำแหน่งฟิวส์ (มักอยู่ใกล้กับจุดที่สายไฟเข้าเครื่อง)
* ตรวจเช็กฟิวส์:
* หากเป็นฟิวส์แก้ว ให้มองดูเส้นตะกั่วด้านใน หากขาดหรือหลอดแก้วดำ แสดงว่าฟิวส์ขาด
* หากเป็น เทอร์โมฟิวส์ (Thermo Fuse) ให้ใช้มัลติมิเตอร์วัดความต่อเนื่อง หากไม่มีเสียงบี๊บแสดงว่าเสีย
* ถอดเปลี่ยน: ใช้คีมหรือมือดึงฟิวส์เก่าออก
* ใส่ฟิวส์ใหม่: ซื้อฟิวส์ใหม่ที่มี ขนาดแอมแปร์ (A) และแรงดันไฟ (V) เท่าของเดิมเป๊ะๆ (ห้ามใช้ฟิวส์ขนาดใหญ่ขึ้น หรือใช้สายไฟต่อตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสี่ยงไฟไหม้)
4. เปลี่ยนคาปาซิเตอร์ / แคปพัดลม (กรณีพัดลมหมุนช้า / ไม่หมุนแต่มีเสียงคราง)
* ถอดฝาครอบพัดลมด้านหลัง: ขันสกรูถอดตัวกระโหลกหลังพัดลมออก จะพบตัวคาปาซิเตอร์ (ทรงสี่เหลี่ยมสีดำ มีสายไฟ 2 เส้น)
* เช็กค่าความจุ: อ่านค่าบนตัวแคปเดิม เช่น 1.5\ \mu\text{F} (ไมโครฟารัด) 400\text{V}
* ตัดและเปลี่ยนตัวใหม่
* ตัดสายไฟที่ต่อกับแคปตัวเก่าออก
* นำแคปตัวใหม่ (ค่า \mu\text{F} เท่าเดิมหรือต่างกันไม่เกิน 0.2 \mu\text{F}) มาต่อสลับสายไปมาได้ (ไม่มีขั้ว)
* พันเทปและยึดเข้าที่: พันสายไฟด้วยเทปพันสายไฟให้แน่น แล้วขันสกรูยึดแคปเข้ากับตัวถังเดิม
5. การเช็กและแก้ไขอาการไฟรั่วเบื้องต้น
* ตรวจหาจุดรั่ว: เสียบปลั๊กเปิดเครื่อง แล้วใช้ ไขควงวัดไฟ แตะบริเวณตัวถังที่เป็นโลหะ หากหลอดไฟที่ด้ามไขควงสว่าง แสดงว่ามีไฟรั่ว
* ถอดปลั๊กทันที: ถอดปลั๊กออกแล้วเปิดฝาตรวจเช็กสายไฟข้างใน
* หาจุดที่สายไฟหนีบหรือเปลือย: สังเกตสายไฟ内部ว่ามีจุดใดที่ฉนวนถลอกแล้วไปแตะกับโครงโลหะหรือไม่
* แก้ไข: พันฉนวนตรงจุดที่ถลอกด้วยเทปพันสายไฟ หรือจัดระเบียบสายไฟไม่ให้ไปกดทับกับโครงโลหะ
* ติดตั้งสายดิน: หากอุปกรณ์นั้นไม่มีระบบสายดิน ให้ต่อสายดินจากตัวถังโลหะลงดิน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เทคโนโลยี
ความรู้รอบตัว
บ้านโมเดิร์น
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย