3 ต.ค. เวลา 10:36 • หุ้น & เศรษฐกิจ

อยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต เราต้องสร้างสินทรัพย์ที่หาเงินแทนเรา

นี่คือหนึ่งในไอเดียการลงทุนจาก Session : The Ultimate Cash Machine สร้างเครื่องจักรผลิตเงินสด ทำงานแทนเรา
-คุณณริดา มานะสมจิตร เจ้าของเพจ Gee Money & More
-คุณชัชวนันท์ สันธิเดช เจ้าของเพจ Club VI และนายกสมาคมนักลงทุนหุ้นไทย
-คุณวิศกรณ์ คีรีวรรณ, CFA, PhD Senior Investment & Product Strategy, CIO Office บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
ถ้าขมวดมุมมองของทั้ง 3 ท่านให้เหลือแก่นเดียว คือ การเปลี่ยนเงินที่เราหามา ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างเงินกลับมาให้เรา จนรายได้จากสินทรัพย์เข้ามาช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตมากขึ้น..
เพราะต่อให้พอร์ตมีมูลค่า 1 ล้านบาท 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท
สิ่งที่เรานำมาใช้จ่ายในชีวิตจริง คือ กระแสเงินสด
คุณชัชวนันท์สรุปแนวคิดนี้ไว้สั้น ๆ ว่ากำไรคือมายา เงินสดคือของจริง
แล้วถ้าเราอยากสร้าง เครื่องจักรผลิตเงิน ขึ้นมาสักเครื่อง
นี่คือประเด็นสำคัญจากทั้ง 3 ท่าน สรุปได้เป็น 4 ข้อ ดังนี้
1. เครื่องจักรผลิตเงินสดที่ดี ต้องสร้างเงินสดได้จริง และแข็งแรงพอจะทำงานต่อไปได้นาน
เวลามองหุ้นที่หวังสร้างกระแสเงินสด ตัวเลขปันผลเพียงอย่างเดียวยังบอกภาพได้ไม่ครบ
เรายังต้องดูต่อว่า
-บริษัทยังเติบโตหรือไม่
-กำไรยังโตหรือไม่
-สร้างเงินสดจากธุรกิจได้ดีแค่ไหน
-ใช้เงินที่หาได้คุ้มค่าหรือไม่
-จ่ายเงินคืนให้ผู้ถือหุ้นได้ต่อเนื่องแค่ไหน
คุณวิศกรณ์จึงให้ความสำคัญกับความสามารถในการสร้างเงินสด คุณภาพของธุรกิจ และการจัดสรรเงินทุน
ในขณะที่คุณณริดา หยิบตลาดสิงคโปร์ขึ้นมา เป็นหนึ่งในตัวอย่างของตลาดที่มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่หลายกลุ่ม
ทั้งธนาคาร กองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง อย่าง DBS, UOB และ OCBC
ดังนั้น เวลาเลือกเครื่องจักรผลิตเงิน เราควรโฟกัสว่าธุรกิจยังหาเงินได้ดีแค่ไหน และจะยังหาเงินได้ต่อไปอีกนานหรือไม่
2. เครื่องจักรที่ดี ต้องมีทั้งเงินสดวันนี้และพื้นที่ให้โตในอนาคต
สินทรัพย์แต่ละแบบ สร้างเงินให้เราในคนละช่วงเวลา
บางธุรกิจสร้างเงินออกมา ให้ผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ
บางธุรกิจเอาเงินที่หาได้กลับไปลงทุนต่อ เพื่อให้ธุรกิจใหญ่ขึ้น และสร้างเงินได้มากขึ้นในอนาคต
บางธุรกิจลงทุนหนักในวันนี้ เพื่อสร้างกระแสเงินสดก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า
ตรงกับหลักของคุณชัชวนันท์ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ดี + การเติบโต + การนำเงินกลับไปลงทุนต่อ
และถ้ามองไปที่สิงคโปร์ ภาพก็มีทั้งฐานธุรกิจเดิมที่สร้างกระแสเงินสดอยู่แล้ว กับเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ Data Center พลังงานสะอาด ตลาดการเงิน อุตสาหกรรมการบิน ไปจนถึงการผลิตขั้นสูง
ตัวอย่างบริษัทก็มีตั้งแต่
-SGX ที่เติบโตตามกิจกรรมในตลาดทุน
-Sembcorp ที่เชื่อมโยงกับความต้องการไฟฟ้า Data Center และพลังงานสะอาด
-ST Engineering ที่มีทั้งธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบิน ป้องกันประเทศ และรายได้จากงานระยะยาว
Cash Machine ที่ดี จึงควรตอบได้สองคำถามพร้อมกันว่าวันนี้สร้างเงินได้แค่ไหน และวันข้างหน้ามีโอกาสสร้างเงินได้มากขึ้นอีกเท่าไร
3. พอร์ตที่ดี ต้องมีเครื่องจักรหลายแบบทำงานร่วมกัน
สินทรัพย์ทุกตัวไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เหมือนกัน
บางตัวสร้างเงินสดวันนี้
บางตัวช่วยให้เงินงอกต่อ
บางตัวสร้างการเติบโตในอนาคต
บางสินทรัพย์ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
คุณณริดาจึงใช้ประโยคที่น่าสนใจว่า Singapore ≠ Mini U.S.
เพราะตลาดหุ้นแต่ละประเทศมีโครงสร้างต่างกัน
สหรัฐฯ เด่นในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต
ในขณะที่ สิงคโปร์มีทั้งธนาคาร REITs โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และบริษัทที่เชื่อมโยงกับหลายประเทศในเอเชีย
อีกจุดที่น่าสนใจคือ
-59% ของกำไรบริษัทใน STI มาจากนอกสิงคโปร์
-35% ของบริษัทที่จดทะเบียนบน SGX เป็นบริษัทต่างประเทศ
ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงกระแสเงินสดจากหลายพื้นที่ในเอเชีย
ถ้าเปรียบพอร์ตเป็นโรงงาน
DBS หรือ UOB อาจเป็นเครื่องจักรที่สร้างเงินสด
SGX เป็นเครื่องจักรที่โตตามตลาดทุน
Sembcorp เป็นเครื่องจักรที่ลงทุนวันนี้ เพื่อสร้างเงินสดในอนาคต
ST Engineering มีรายได้จากธุรกิจระยะยาวและ Backlog
ส่วนตราสารหนี้ ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอ และช่วยลดความผันผวนของทั้งระบบ
แก่นสำคัญจึงอยู่ที่สินทรัพย์แต่ละตัว ต้องมีหน้าที่ชัดเจนในพอร์ต
4. เครื่องจักรจะใหญ่ขึ้น เมื่อเราให้เวลาและการทบต้นทำงาน
คุณชัชวนันท์ยกตัวอย่างว่าถ้าอายุ 30 ปี เริ่มลงทุนด้วยเงิน 1 ล้านบาท
สมมติให้พอร์ตเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% มีเงินปันผลปีแรก 3% และเงินปันผลเติบโตเฉลี่ยปีละ 9%
เมื่อผ่านไป 30 ปี
พอร์ตตามตัวอย่างจะมีมูลค่าประมาณ 29.96 ล้านบาท
พร้อมเงินปันผลประมาณ 398,000 บาทต่อปี
หรือราว 33,166 บาทต่อเดือน
และถ้าระหว่างทางลงทุนเพิ่มเดือนละ 5,000 บาท
มูลค่าพอร์ตตามตัวอย่างจะเพิ่มเป็นประมาณ 45.2 ล้านบาท
พร้อมเงินปันผลราว 54,417 บาทต่อเดือน
แก่นของตัวอย่างนี้อยู่ที่ เวลา + ธุรกิจที่ดี + การนำเงินกลับไปลงทุนต่อ
เมื่อทั้ง 3 อย่างทำงานร่วมกันเครื่องจักรเล็ก ๆ ในวันนี้ ก็มีโอกาสค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเอามุมมองของทั้ง 3 Speakers มารวมกัน The Ultimate Cash Machine จึงสรุปได้ง่าย ๆ ว่า
-เลือกธุรกิจที่สร้างเงินสดได้จริง
-มองทั้งกระแสเงินสดวันนี้ และการเติบโตในอนาคต
-ให้สินทรัพย์แต่ละตัวมีหน้าที่ชัดเจนในพอร์ต
-ให้เวลาและการทบต้น ช่วยขยายเครื่องจักรนั้นให้ใหญ่ขึ้น
สุดท้าย คำถามสำคัญจึงอาจเป็นเราจะออกแบบพอร์ตอย่างไร
ให้สินทรัพย์แต่ละตัวช่วยกันสร้างเงินให้เราไปได้นานที่สุด
เพราะวันที่เงินที่เราเคยหา เริ่มสร้างเงินต่อได้ด้วยตัวเอง
วันนั้น เครื่องจักรผลิตเงินสด ก็ได้เริ่มทำงานแทนเราอย่างแท้จริง..
-ใครพลาดลงทุนแมน SUMMIT 2026 วันจริง ยังตามเก็บทุก Sessions ได้แล้วกับ RERUN ONLINE บัตรมีจำนวนจำกัด จองได้ที่ https://zipeventapp.com/e/longtunmansummit2026
รวมกว่า 30 Speakers, 15+ Sessions และ 2 Main Stages ครบทั้ง Business, Marketing และ Investment พร้อมดูย้อนหลังได้ทุก Sessions ภายในงาน
Rerun Ticket ราคา 690 บาท ไม่รวม VAT 7% และ Payment Fee
สามารถรับชมย้อนหลังได้ตั้งแต่ 7 ตุลาคม - 7 ธันวาคม 2569
#ลงทุนแมนSUMMIT2026
โฆษณา