Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
3 ต.ค. เวลา 16:35 • หนังสือ
บทที่ 232 ยุแยง
“น้องไม่ได้มีความหมายอื่นใดพ่ะย่ะค่ะ”
แม้ต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดและคำข่มขู่ของจักรพรรดิ เสิ่นเจวี๋ยก็ยังคงผ่อนคลายอย่างเกียจคร้านเช่นเดิม ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอย่างเชื่องช้า
“บางครั้งน้องก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เหตุใดหลายปีมานี้เสด็จพี่จึงทรงวางพระทัยได้อย่างสนิท แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว ที่แท้เป็นเพราะทรงหลับพระเนตรทั้งสองข้างนี่เอง”
เมื่อจักรพรรดิได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์ก็แดงก่ำ พระองค์ลุกพรวดขึ้นทันที
“เสิ่นเจวี๋ย! เจ้ารู้จักพอเสียบ้าง!”
เสิ่นเจวี๋ยกลับเพียงมองจักรพรรดิด้วยรอยยิ้ม สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“เสด็จพี่อย่าทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ เป็นน้องเองที่ปากพล่อยพูดจาไม่ยั้งคิด”
“ฮึ! รู้ก็ดีว่าเจ้าปากพล่อย ระวังเถิด สักวันหนึ่งปากของเจ้าเองจะนำภัยมาถึงตัวจนถึงแก่ชีวิต!”
จักรพรรดิสูดพระปัสสาสะเข้าลึก ๆ ก่อนค่อย ๆ ประทับลงบนที่นั่งอีกครั้ง เมื่อถูกเสิ่นเจวี๋ยก่อกวนเช่นนี้ พระองค์ก็หมดอารมณ์จะทอดพระเนตรทิวทัศน์ไปเสียแล้ว
ส่วนเสิ่นเจวี๋ยกลับทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงมองไปยังสนามม้าเช่นเดิม
สตรีหลายคนดูเหมือนจะรวมกลุ่มกันอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังพูดคุยเรื่องใด คล้ายกับว่ากำลังมีปากเสียงกันอยู่
เฉียวอวิ้นยืนอยู่ตรงกลาง แผ่นหลังตั้งตรง ดูเหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่าง
เสิ่นเจวี๋ยมองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ สีหน้าสงบนิ่ง
ผ่านไปครู่ใหญ่ จักรพรรดิก็พลันตรัสถามขึ้นอีกครั้ง
“น้องสิบห้า เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนั้นกันแน่ หรือว่าเจ้าพบเบาะแสอะไรบางอย่างเข้า?”
เสิ่นเจวี๋ยเหลือบมองจักรพรรดิด้านข้าง เมื่อเห็นว่าพระองค์มีสีหน้าเป็นกังวล เกรงว่าคงทรงเก็บเรื่องนี้ไปใส่พระทัยแล้วเช่นกัน
“น้องไม่กล้าพูดเหลวไหลหรอกพ่ะย่ะค่ะ หากถูกกล่าวหาว่ายุแยงให้แตกแยก ก่อความวุ่นวายขึ้นมา มิเท่ากับหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นเจวี๋ยยิ้มบาง ๆ ก่อนเบือนสายตาออกไป
“เจ้ากล้าพูดออกมาแล้ว ยังจะกลัวก่อเรื่องวุ่นวายอีกหรือ?”
จักรพรรดิจ้องเขาอย่างเย็นชา
“ในเมื่อพูดออกมาแล้ว ก็พูดให้ชัดเจนเสีย มิฉะนั้นอย่าหาว่าเราไม่เกรงใจเจ้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นเจวี๋ยจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้นในที่สุด
“สนามหญ้ากว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ทุกคนต่างมีทั้งธนูและดาบยาวอยู่ในมือ เสด็จพี่ ทหารองครักษ์ของพระองค์ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์รัชทายาท เพื่อใช้ดูแลความปลอดภัยในการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วง หากเป็นเช่นนี้แล้ว...”
เสิ่นเจวี๋ยยิ้มบาง ๆ
“เรื่องอื่นน้องไม่กล้าเอ่ยมากไปกว่านี้ เพียงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ที่กุมอำนาจทางทหารเอาไว้ ย่อมสามารถคว้าบัลลังก์มาได้อย่างง่ายดาย นับเป็นบททดสอบจิตใจคนอย่างแท้จริงพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทหรือ?
หัวใจของจักรพรรดิกระตุกวูบ พระองค์พลันเข้าใจขึ้นมาทันที
“องค์รัชทายาทไม่มีทางทำเช่นนั้น!”
เสิ่นเจวี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบรับ
“อ้อ”
“...”
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเขา จักรพรรดิก็ยิ่งทรงพิโรธ
“เจ้าก็แค่ต้องการยุแยงให้เราแตกแยกกับองค์รัชทายาท!”
“หากเสด็จพี่ทรงคิดเช่นนั้น น้องก็ไม่มีอะไรจะพูดพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้า...”
“ที่จริงวันนี้น้องมาที่นี่ ก็เพราะอยากทูลถามเสด็จพี่เรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของเสิ่นเจวี๋ยค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น
“น้องได้รับพระบัญชาจากเสด็จพี่ให้ส่งคนไปช่วยองค์รัชทายาทดูแลความปลอดภัยในการล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทกับเสด็จพี่จะไม่ได้มีเป้าหมายเดียวกัน เช่นนั้นหากเกิดความเห็นไม่ตรงกันขึ้นมาในภายหลัง น้องควรจะฟังองค์รัชทายาท หรือควรจะฟังเสด็จพี่กันแน่พ่ะย่ะค่ะ?”
หลังจากเสิ่นเจวี๋ยกล่าวจบ บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงัดลง
พระเนตรของจักรพรรดิไหวเล็กน้อย ก่อนจะทอดพระเนตรเสิ่นเจวี๋ยอย่างลึกซึ้ง ราวกับต้องการมองทะลุใบหน้าของเขา เข้าไปให้ถึงส่วนลึกในจิตใจ
เสิ่นเจวี๋ยไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวังของพระองค์ ทั้งสองสบตากันโดยตรง
ภายในพระทัยของจักรพรรดิราวกับเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ พระองค์พอจะเดาเจตนาของเสิ่นเจวี๋ยออกแล้ว...
เสิ่นเจวี๋ยกับองค์รัชทายาทไม่ลงรอยกันมาโดยตลอด เดิมทีองค์รัชทายาทถูกสั่งกักบริเวณ พระองค์จึงค่อยวางพระทัยลงได้บ้าง แต่ตอนนี้องค์รัชทายาทกลับได้ออกมาอยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง จึงทำให้เสิ่นเจวี๋ยรู้สึกถึงภัยคุกคามขึ้นมา
แต่เสิ่นเจวี๋ยก็ยังคงคิดว่าตนเองฉลาดเกินไปอยู่ดี
องค์รัชทายาทเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์มาแต่เดิม อีกทั้งพระองค์ยังทรงดีกับเขาถึงเพียงนี้ แล้วองค์รัชทายาทจะก่อกบฏได้อย่างไร?
หากตอนนี้พระองค์ทรงเลือกให้เสิ่นเจวี๋ยฟังคำสั่งของพระองค์ตามที่อีกฝ่ายต้องการ เช่นนั้นเมื่อองค์รัชทายาทเกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติขึ้นมา เสิ่นเจวี๋ยก็จะสามารถอาศัยพระนามของจักรพรรดิลงมือจัดการองค์รัชทายาทได้
เขากุมอำนาจทางทหารอยู่ในมือ หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็อาจทำให้องค์รัชทายาทถึงแก่ชีวิตได้!
เมื่อจักรพรรดิทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็ยิ่งรู้สึกว่าเสิ่นเจวี๋ยมีแผนการลึกล้ำ เกือบจะหลงกลอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว
แต่หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงเล่า?
...เสิ่นเจวี๋ยใกล้จะตายอยู่แล้ว เหตุใดถึงยังต้องจัดการองค์รัชทายาทอีก? หรือเป็นเพียงเพราะเรื่องส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาเท่านั้น?
จักรพรรดิทรงนิ่งเงียบ ไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ
เสิ่นเจวี๋ยเองก็ไม่เร่งรัดแม้แต่น้อย ไม่ได้เอ่ยทวงถาม เพียงปล่อยให้พระองค์มีเวลาพิจารณาอย่างเต็มที่
ส่วนความคิดของจักรพรรดิก็ยังคงแล่นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หรือว่าเสิ่นเจวี๋ยคิดจะสนับสนุนผู้อื่นขึ้นครองบัลลังก์?
แล้วผู้อื่นที่ว่านั้นจะเป็นใครกัน?
ขณะที่กำลังครุ่นคิด จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง เป็นเสียงนุ่มนวลและแฝงความอ่อนแรงอยู่หลายส่วน
“ลูกถวายพระพรเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิชะงัก พระองค์หันพระพักตร์ไปมอง ก็เห็นเสิ่นหนิงไม่รู้ว่ามาถึงข้างแท่นตั้งแต่เมื่อใด กำลังยืนอยู่ด้านล่าง
เขาสวมชุดลำลองสีขาว ยิ่งขับให้ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซีดขาวอยู่แล้วไร้สีเลือดมากขึ้นไปอีก ทั้งคนผอมลงไปมาก ราวกับเพียงสายลมพัดมาก็อาจล้มลงได้ ดูราวกับเป็นคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
จักรพรรดิทอดพระเนตรเขาครู่หนึ่ง ก่อนขมวดพระขนง
“ร่างกายเจ้าไม่ดี เหตุใดไม่พักผ่อนอยู่ในกระโจม กลับออกมาทำไม?”
เสิ่นหนิงยิ้มอย่างขมขื่นเล็กน้อย
“ลูกได้ยินเสียงกีบม้าด้านนอก ในใจก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง จึงอยากออกมาดูพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิถึงได้ทรงนึกขึ้นได้ว่า เขายังอายุน้อย เดิมทีควรเป็นเด็กหนุ่มที่ควบม้าโลดแล่นออกล่าสัตว์อยู่ด้านนอก ทว่าตอนนี้กลับทำได้เพียงนอนอย่างคนไร้ประโยชน์ จึงไม่อยากตรัสอะไรให้มากความ
“ถ้าเช่นนั้นก็เข้ามานั่งเถอะ”
เสิ่นหนิงขอบพระทัยจักรพรรดิ ก่อนจะคารวะเสิ่นเจวี๋ยอีกครั้ง จากนั้นจึงนั่งลงข้างกายเสิ่นเจวี๋ย
จักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นทั้งสองนั่งอยู่ใกล้กันเช่นนี้ คนหนึ่งก็ซีดขาวและอ่อนแอ อีกคนก็มีสีหน้าเจ็บป่วย ทั้งยังถูกพิษชนิดเดียวกัน ในพระทัยจึงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาเล็กน้อย
หรือว่า...เสิ่นเจวี๋ยทำทั้งหมดนี้เพื่อเขา?
เพราะรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน จึงคิดจะแย่งชิงอำนาจและยึดบัลลังก์อย่างนั้นหรือ?
แต่เสิ่นหนิงเองก็ถูกพิษร้ายแรงอยู่แล้ว ต่อให้แย่งชิงอำนาจมาได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร?
จักรพรรดิทอดพระเนตรเสิ่นหนิง ก่อนแสร้งถามด้วยความเป็นห่วง
“เหตุใดร่างกายยังอ่อนแอถึงเพียงนี้? แม้แต่เสด็จอาของเจ้าดูยังมีเรี่ยวแรงมากกว่าเจ้าเสียอีก”
เสิ่นหนิงหัวเราะขื่น ๆ
“ทูลเสด็จพ่อ อาจเป็นเพราะร่างกายของลูกไม่แข็งแรงเท่าเสด็จอา หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะลูกได้รับพิษรุนแรงกว่าเสด็จอากระมังพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเสิ่นเจวี๋ยได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะเบา ๆ
“อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้เจ้าถูกพิษเหมือนเสด็จอาจนครบสองปีและใกล้ตายเสียก่อน พอถึงเวลานั้นยามใกล้ตายกลับฟื้นคืนกำลังขึ้นมา เจ้าก็จะดูมีเรี่ยวแรงเอง”
สีหน้าของเสิ่นหนิงแข็งค้างไปเล็กน้อย
“เสด็จอาช่างล้อเล่นเก่งจริง ๆ”
“เปิ่นหวางเป็นห่วงเจ้า”
เสิ่นเจวี๋ยมองเสิ่นหนิง รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความเมตตา
“อย่างไรพวกเราก็ถูกพิษชนิดเดียวกัน นับว่าเป็นวาสนาอย่างหนึ่ง เปิ่นหวางเป็นผู้ที่ผ่านเรื่องนี้มาก่อน ย่อมต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าเสียหน่อย”
“...ถ้าเช่นนั้นก็ขอบพระคุณเสด็จอาพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหนิงกัดฟันกลั้นอารมณ์ ก่อนแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย
จักรพรรดิทอดพระเนตรทั้งสองโต้ตอบกันไปมา ดูเหมือนกำลังหยอกล้อกัน ทว่าความจริงกลับดูสนิทสนมและคุ้นเคยกันอย่างยิ่ง
ในพระทัยจึงอดเกิดความสงสัยขึ้นมาไม่ได้
เสิ่นหนิงกับเสิ่นเจวี๋ย คนหนึ่งอยู่ในวัง อีกคนอยู่นอกวัง สรุปแล้วสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
หรือว่าเสิ่นหนิงเองก็มีความเกี่ยวข้องกับเสิ่นเจวี๋ย?
เสิ่นเจวี๋ยกุมกำลังทหารมาหลายปี ปกติมักวางตัวเงียบ ๆ ไม่เคยปล่อยให้กองกำลังส่วนตัวเหล่านั้นเคลื่อนไหว ทว่าเหตุใดครั้งนี้กลับกระตือรือร้นถึงเพียงนี้?
จักรพรรดิยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อทอดพระเนตรทั้งสองพระองค์ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในเวลานั้นเอง เสียงโห่ร้องชื่นชมก็ดังขึ้นจากสนามม้า ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมอง
เห็นเพียงว่าม้าตัวหนึ่งพลันล้มลง หญิงสาวที่อยู่บนหลังม้าถูกเหวี่ยงตกลงบนพื้น ดูเหมือนจะตกลงมาอย่างแรงไม่น้อย
เสิ่นเจวี๋ยหรี่ตาลงเล็กน้อย มองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสนามหญ้า สีหน้าสงบนิ่ง
เสิ่นหนิงเห็นเช่นนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ จึงถามขึ้น
“เสด็จอาไม่เป็นห่วงหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“เป็นห่วงเรื่องอะไร?”
เสิ่นเจวี๋ยเหลือบมองเขา
“เป็นห่วงว่าคนที่ตกจากม้าอาจเป็นพระชายา”
เสิ่นหนิงจงใจเอ่ย
เสิ่นเจวี๋ยกลับหัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนตอบอย่างเรียบเฉย
“พระชายาของเปิ่นหวาง ต่อให้ตกจากม้า ก็คงไม่มีทางดูน่าเกลียดถึงเพียงนั้น องค์ชายหก ปากอีกาของเจ้าพักเสียบ้างเถอะ”
“...”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย