4 ต.ค. เวลา 12:24 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 101: ผู้เขียนหน้าว่าง

“งั้นพวกเจ้ายังไม่รู้เลยว่า ใครเป็นคนเขียนหน้าว่างขึ้นมาก่อน”
เสียงจากใต้ทะเลหมอกไม่ได้ดังขึ้นอีก
แต่มันยังคงอยู่
อยู่ในปลายด้ายแดงที่สั่นเหนือความว่าง
อยู่ในดวงอาทิตย์เล็ก ๆ ที่ดับลงทีละดวง
อยู่ในช่องว่างระหว่างทุกคนที่เพิ่งเริ่มเชื่อว่า พวกเขาอาจแก้สิ่งต่าง ๆ ได้
สะพานไม้ส่งเสียงลั่นเบา ๆ
ผู้เฝ้าประตูเดินไปยืนตรงขอบสะพาน มองลงไปยังหมอกสีเทาที่หมุนวนเป็นวงลึกไร้ก้น
“ข้ารู้จักเสียงนั้น” เขากล่าว
ผู้ปฏิเสธคนแรกหันไปหาเขา
“เจ้าเคยบอกว่า เจ้าไม่เหลือเรื่องราวพอให้ใครตามหา”
“ใช่”
“แล้วเจ้าจำมันได้อย่างไร?”
ผู้เฝ้าประตูนิ่งไป
เส้นหมึกดำบนร่างของเขาไหลช้าลง ราวกับกำลังย้อนกลับไปหาความทรงจำที่ไม่ควรยังอยู่
“เพราะก่อนที่ข้าจะกลายเป็นผู้เฝ้าประตู” เขาพูด “มีใครบางคนเคยเรียกข้าว่า ‘พื้นที่ว่าง’”
เด็กชายบนสะพานกอดดวงอาทิตย์กระดาษไว้แน่น
“พื้นที่ว่างคืออะไร?”
อีรินมองหน้ากระดาษกองมหึมาภายในห้องของผู้เขียนคนแรก
“หน้ากระดาษที่ยังไม่ได้ถูกเขียน?” เขาถาม
ผู้เฝ้าประตูส่ายหน้า
“ไม่ใช่”
เขาเงยหน้าขึ้นมองรอยฉีกบนท้องฟ้า
“มันคือหน้ากระดาษที่ถูกเขียนแล้ว แต่ถูกลบจนไม่มีใครจำได้ว่าเคยมีอะไรอยู่ตรงนั้น”
คำพูดนั้นทำให้ห้องของผู้เขียนคนแรกเงียบลง
ผู้เขียนคนแรกมองมือของตนเอง
เส้นด้ายแดงรอบนิ้วของเขาหลุดออกไปแล้วหนึ่งเส้น แต่ยังเหลืออีกหลายเส้นพันอยู่ใต้ข้อมือ
“ข้าไม่เคยเขียนหน้าว่าง” เขาพูดช้า ๆ
ผู้เฝ้าประตูหันมองเขา
“แต่ท่านเคยใช้มัน”
ผู้เขียนคนแรกไม่เถียง
ในความเงียบ เด็กผู้คัดเลือกคนแรกซึ่งนั่งอยู่ในห้องเล็กเหนือรอยฉีก เริ่มเลื่อนมือไปตามแผนที่ด้ายของตน
“มีรอยหนึ่ง...” เขาพูด
ทุกคนเงยหน้ามอง
เส้นด้ายแดงเส้นใหม่ที่พุ่งออกมาจากหมอกไม่ได้เชื่อมกับโลกใดจริง ๆ
แต่มันกำลังเชื่อมกับ ช่องว่าง ระหว่างเส้นด้าย
เด็กผู้คัดเลือกคนแรกแตะช่องว่างหนึ่งบนแผนที่
ภาพเหนือสะพานเปลี่ยนไป
ปรากฏห้องโถงสีขาวกว้างใหญ่
ไม่มีประตู
ไม่มีหน้าต่าง
ไม่มีหนังสือ
ไม่มีโคมไฟ
บนพื้นมีรอยเท้าเล็ก ๆ หลายร้อยคู่
บางรอยเดินไปข้างหน้า
บางรอยวิ่ง
บางรอยหยุดอยู่กลางทาง
และหลายรอย... หายไปก่อนจะถึงผนัง
ตรงกลางห้อง มีเด็กคนหนึ่งนั่งอยู่
เขาหันหลังให้ทุกคน
สวมเสื้อคลุมสีขาวสะอาด
บนตักมีสมุดเล่มเล็กที่ไม่มีปก
มือของเด็กคนนั้นถือยางลบ
แต่ยางลบไม่ได้ลบรอยหมึก
มันลบรอยเท้าบนพื้น
“นั่นใคร?” เรนาถาม
ไม่มีใครตอบ
เด็กในภาพหยุดลบรอยเท้า
เขาหันหน้ามาช้า ๆ
ใบหน้าของเขาว่างเปล่า
ไม่มีตา
ไม่มีจมูก
ไม่มีปาก
มีเพียงแผ่นกระดาษขาวเรียบ
แล้วเสียงจากทะเลหมอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ข้าไม่เคยมีชื่อ”
หมอกด้านล่างเริ่มยกตัวสูงขึ้น
มันไม่ได้พุ่งขึ้นมาเหมือนคลื่น
ไม่ได้โอบรัดสะพาน
มันค่อย ๆ เรียงตัวเป็นบันไดสีเทาเงินทอดขึ้นจากก้นบึ้ง
ทุกขั้นทำจากเศษหน้ากระดาษที่ไม่มีตัวอักษร
เด็กชายอดีตผู้ลบกำโคมอำพันแน่น
“มันกำลังมาหาเรา?”
“ไม่” ผู้เฝ้าประตูพูด “มันกำลังให้เราไปหา”
บันไดหยุดที่ปลายสะพาน
ขั้นแรกมีดอกไม้กระดาษสีแดงหม่นวางอยู่หนึ่งดอก
ขั้นที่สองมีดินสอหัก
ขั้นที่สามมีหน้ากระดาษว่างพับเป็นรูปนก
และขั้นที่สี่ มีรอยเท้าเด็กเล็กปรากฏอยู่
อาเรียมองด้ายเงินของนาง
ด้ายทุกเส้นที่เคยนำกลับไปยังห้องคัดเลือกกำลังสั่นพร้อมกัน
“นี่ไม่ใช่ทางไปยังโลกที่ถูกซ่อน” นางกล่าว
“แล้วมันคืออะไร?” อีลันถาม
อาเรียเงียบไปครู่หนึ่ง
“มันคือทางไปยังสิ่งที่ถูกลบออกจากทุกโลก”
ผู้ปฏิเสธคนแรกก้าวไปที่ขอบบันได
แต่ก่อนจะลง เขาหันกลับไปหาผู้เขียนคนแรก
“ท่านรู้ไหมว่าใครอยู่ข้างล่าง?”
ผู้เขียนคนแรกมองบันไดนั้น สีหน้าของเขาซีดจนแทบไม่มีสีเหลือ
“ข้าเคยพยายามตามหา” เขาตอบ “ตอนที่ข้ายังคิดว่าข้าควบคุมทุกอย่างได้”
“แล้วท่านพบอะไร?”
“หน้าว่าง”
“และท่านทำอะไรกับมัน?”
ผู้เขียนคนแรกหลับตา
“ข้าปิดมัน”
ไม่มีใครกล่าวโทษเขาในทันที
คำสารภาพนั้นชัดเจนเกินไปอยู่แล้ว
อีรินก้าวมาข้างผู้ปฏิเสธคนแรก
“ทำไม?”
ผู้เขียนคนแรกตอบโดยไม่ลืมตา
“เพราะข้ากลัวว่า ถ้าสิ่งที่ไม่มีชื่อ ไม่มีบทบาท และไม่มีรูปแบบ ได้กลับมามีที่อยู่... ทุกสิ่งที่ข้าเขียนไว้จะไม่สำคัญอีกต่อไป”
เด็กชายบนสะพานมองดวงอาทิตย์กระดาษในมือ
“แต่ถ้าไม่มีที่ว่าง” เขาพูด “เราจะวาดดวงอาทิตย์แบบใหม่ลงตรงไหน?”
ผู้เขียนคนแรกลืมตา
เด็กชายไม่หลบสายตาเขา
“โลกของข้าไม่เหมือนเดิมแล้ว” เด็กชายพูดต่อ “แต่ก็ยังเป็นโลกของข้าอยู่”
ผู้เขียนคนแรกมองไปยังดวงอาทิตย์เล็ก ๆ หลายร้อยดวงเหนือสะพาน
บางดวงยังมีรอยร้าว
บางดวงส่องแสงไม่เท่ากัน
บางดวงเกือบดับ
แต่ไม่มีดวงใดหายไป
ผู้เขียนคนแรกค่อย ๆ ปลดเส้นด้ายแดงอีกเส้นออกจากข้อมือ
เส้นนั้นตกลงบนพื้นห้อง และไม่ได้กลับไปพันกับอะไร
มันกลายเป็นเส้นสีแดงเล็ก ๆ วางนิ่งอยู่ข้างเท้าเขา
“ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ข้างล่าง” เขากล่าว
“ดีแล้ว” ผู้เฝ้าประตูตอบ
ผู้เขียนคนแรกชะงัก
“ดี?”
“เพราะคนที่คิดว่ารู้ทุกอย่าง” ผู้เฝ้าประตูกล่าว “คือคนที่เคยทำให้เราไม่มีที่อยู่”
โคมอำพันของเด็กชายอดีตผู้ลบส่องสว่างขึ้น
“งั้นเราลงไปถาม” เขาพูด
เรนาหันไปหาอีลัน
“เจ้าต้องการไปหรือ?”
อีลันมองบันไดที่ทอดลงสู่หมอก
“ข้ากลัว”
“ข้าก็กลัว”
“แต่เรายังไปไหม?”
เรนายื่นมือให้เขา
“ไป ถ้าเราจำไว้ว่ากลัวได้ โดยไม่ต้องหนี”
อาเรียมองกลุ่มทั้งหมด
“เราจะไปเพียงบางคน” นางกล่าว “คนอื่นต้องอยู่เฝ้าทางกลับ และช่วยให้โลกที่กำลังสั่นไม่ถูกปิดอีก”
เซเรนก้าวผ่านประตูจากห้องคัดเลือกเข้ามา
เขาไม่ได้ถือดาบนำหน้าอีกแล้ว
เขาถือโคมอำพันสองดวง
“ข้าอยู่เฝ้าทาง” เขาบอก “และจะไม่ปิดประตูใส่ใครโดยไม่มีคำตอบจากคนที่อยู่ข้างใน”
ผู้ตั้งชื่อคนแรกยืนอยู่หลังเขา
“ข้าจะจดเฉพาะสิ่งที่ผู้คนยอมให้จด” เขากล่าว “ไม่ใช่ตั้งชื่อแทนพวกเขา”
เด็กผู้คัดเลือกคนแรกยังนั่งอยู่หน้าแผนที่ เขามองเส้นทางสีแดงที่เปิดออก
“ข้าควรทำอะไร?” เขาถาม
อาเรียเงยหน้ามองเขา
“ช่วยเราเห็นว่ามีโลกไหนกำลังรอความช่วยเหลือ”
“แล้วข้าต้องเลือกก่อนหรือไม่?”
“ไม่” อาเรียตอบ “แค่บอกคนที่เกี่ยวข้องว่ามีทางเลือกอยู่”
เด็กผู้คัดเลือกคนแรกพยักหน้า
เป็นการพยักหน้าที่เล็กมาก
แต่แผนที่ด้ายของเขากลับเริ่มสว่างขึ้นทีละเส้น
ไม่ใช่เพราะมันถูกจัดให้เรียบร้อย
แต่เพราะปลายด้ายหลายเส้นเริ่มมีคนจับไว้เอง
ผู้เฝ้าประตูเดินลงบันไดเป็นคนแรก
ทุกคนคาดว่าหมอกจะกลืนเขา
แต่มันกลับแยกออกให้ทาง
เขาหันกลับมามองเด็กชายบนสะพาน
“เจ้าไม่ต้องลงมา”
เด็กชายกอดดวงอาทิตย์กระดาษแน่นกว่าเดิม
“ข้าอยากไป”
“ข้างล่างอาจไม่มีแสง”
เด็กชายยื่นดวงอาทิตย์กระดาษให้ดู
“งั้นข้าจะพกแสงของข้าไป”
อีลันยิ้มบาง ๆ
“ข้าจะพกหนังสือของข้าไป”
เด็กชายอดีตผู้ลบยกโคมขึ้น
“ข้าจะพกแสงที่ไม่ลบเงา”
อาเรียปล่อยด้ายเงินเส้นหนึ่งลงไปตามบันได
“และข้าจะทำให้ทุกคนรู้ว่า ทางกลับยังอยู่”
อีรินมองปากกาผลึกในมือ
เขาไม่ใช้มันเขียนสะพาน
ไม่ใช้มันเขียนคำตอบ
เขาแตะปลายปากกาลงบนขั้นแรกของบันได
แสงฟ้าและทองปรากฏเป็นจุดเล็ก ๆ
จากนั้นเขาเขียนเพียงคำเดียว
ไม่ใช่ชื่อ
ไม่ใช่คำสั่ง
ไม่ใช่ชะตา
เป็นเครื่องหมายวงกลมเปิดที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ
แสงนั้นลอยขึ้นเหนือขั้นบันได
ผู้เฝ้าประตูมองมัน
“มันหมายความว่าอะไร?”
อีรินตอบ
“มีที่ว่าง”
บันไดทั้งสายสว่างขึ้น
หมอกแยกออกกว้างกว่าเดิม
และลึกลงไปด้านล่าง ทุกคนเริ่มเห็นบางสิ่ง
ไม่ใช่ทะเล
ไม่ใช่หลุม
ไม่ใช่ความมืด
เป็นห้องขนาดใหญ่กว่าทุกโลกที่พวกเขาเคยเห็น
พื้นห้องเต็มไปด้วยหน้ากระดาษสีขาวนับไม่ถ้วน
บนกระดาษแต่ละแผ่น มีรอยวาดจาง ๆ ที่ยังไม่เสร็จ
และท่ามกลางหน้ากระดาษเหล่านั้น มีเด็กมากมายกำลังนั่งอยู่เงียบ ๆ
บางคนวาดรูป
บางคนพับกระดาษ
บางคนถือยางลบ
บางคนแค่มองมือของตัวเองราวกับไม่แน่ใจว่าควรเริ่มอะไร
ตรงกลางห้อง เด็กไร้หน้าจากภาพก่อนหน้านี้ยืนรออยู่
ครั้งนี้ เขาไม่ได้ถือยางลบ
เขาถือดินสอแท่งสั้น
เมื่อเห็นพวกเขา เขาก็ยื่นดินสอนั้นออกมา
“ข้าไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร” เสียงของเขาดังขึ้น
อีรินก้าวลงบันไดอีกขั้น
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้”
เด็กไร้หน้าเอียงศีรษะ
“แล้วข้าจะเริ่มได้อย่างไร?”
อาเรียตอบจากข้างเขา
“เริ่มด้วยการบอกว่า เจ้าอยากมีใครนั่งข้าง ๆ ไหม”
เด็กไร้หน้ายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วเขาก็ค่อย ๆ พยักหน้า
ทันใดนั้น หน้ากระดาษทุกแผ่นในห้องใต้หมอกพลิกขึ้นพร้อมกัน
บนหน้าว่างแต่ละหน้า ปรากฏประโยคเดียวเป็นรอยแสงอ่อน
ยังไม่จบ
และจากมุมที่มืดที่สุดของห้อง มีใครบางคนปรบมือช้า ๆ
ครั้งหนึ่ง
สองครั้ง
สามครั้ง
“ในที่สุด” เสียงนั้นกล่าว “พวกเจ้าก็เดินเข้ามาในหน้าที่ข้าเว้นไว้”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา