Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Perfume story By Pratintip M.
•
ติดตาม
4 ต.ค. เวลา 12:48 • การตลาด
pr group thailand ร้านพีอาร์กรุ๊ป ไทยแลนด์
จาก Enfleurage สู่ Encapsulation PART 1
จากไขมันที่โอบอุ้มกลิ่น สู่พอลิเมอร์ธรรมชาติที่สร้างบ้านให้โมเลกุลหอม
ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักคำว่า Encapsulation เราได้เรียนรู้ศิลปะของการ “กักเก็บกลิ่น” มาเป็นเวลานานแล้ว
หนึ่งในเทคนิคที่งดงามที่สุดคือ Enfleurage
🌸วิธีสกัดกลิ่นจากดอกไม้ด้วยไขมัน ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การผลิตน้ำหอมของฝรั่งเศส โดยเฉพาะกับดอกไม้บอบบางที่ความร้อนสามารถทำลายบุคลิกของกลิ่นได้
โดยทีจุดเริ่มต้นจาก จักรวรรดิอียิปต์📍
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อมอง Enfleurage ผ่านสายตาของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เราจะพบแนวคิดบางอย่างที่สะท้อนมาถึงเทคโนโลยี Encapsulation ในปัจจุบัน
แม้ว่าทั้งสองกระบวนการจะไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวกัน และ Encapsulation ไม่ได้วิวัฒน์โดยตรงมาจาก Enfleurage แต่ทั้งคู่กำลังตอบคำถามพื้นฐานเดียวกันว่า
Enflurage & pectin
เราจะทำอย่างไรให้โมเลกุลของความหอมออกจากแหล่งกำเนิด เข้ามาอยู่ในวัสดุอีกชนิดหนึ่ง และถูกเก็บรักษาไว้จนถึงเวลาที่เราต้องการให้มันถูกปลดปล่อย?
🌸Enfleurage: เมื่อไขมันทำหน้าที่เป็นแหล่งพักของโมเลกุลกลิ่น
❤️หัวใจของ Enfleurage คือคุณสมบัติของ fat phase หรือเฟสไขมัน
สารหอมจำนวนมากในดอกไม้เป็นโมเลกุลอินทรีย์ที่มีความชอบต่อเฟสที่ไม่ชอบน้ำหรือมีความสามารถละลายในน้ำมันและไขมันได้ดี เมื่อกลีบดอกสัมผัสกับชั้นไขมัน สารระเหยจากดอกไม้จึงสามารถเคลื่อนย้ายและกระจายเข้าสู่เฟสไขมันตามสมดุลการกระจายตัวของโมเลกุล ** โดยเฉพาะดอกไม้ขาว **
กล่าวอย่างง่ายที่สุด
🍋ไขมันไม่ได้สร้างกลิ่นขึ้นมา แต่ทำหน้าที่เป็น
“reservoir” ที่รับและเก็บโมเลกุลหอมเอาไว้
🌸เมื่อเปลี่ยนดอกไม้สดซ้ำหลายครั้ง ไขมันจะสะสมสารหอมมากขึ้นจนเกิดเป็น pommade ที่อิ่มตัวด้วยกลิ่นของดอกไม้
นี่คือความงามของ Enfleurage: ไม่มีแคปซูล ไม่มีผนังไมโครสโคปิก และไม่มีพอลิเมอร์สมัยใหม่ แต่มีแนวคิดเรื่อง การถ่ายเท การกักเก็บ และการรักษาสารระเหย อยู่แล้ว
ตัวอย่างนวัตกรรมดาวนี่
จาก Fat Reservoir สู่🩷 Encapsulation 🩷
เมื่อวิทยาศาสตร์วัสดุพัฒนาขึ้น มนุษย์ไม่จำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นเพียงแหล่งพักของกลิ่นอีกต่อไป
เราสามารถสร้างโครงสร้างระดับไมโครหรือนาโนที่ทำหน้าที่เป็น carrier หรือ matrix เพื่อบรรจุสารหอมไว้ภายใน
นี่คือโลกของ fragrance encapsulation
ในระบบ encapsulation สารหอมอาจเป็น core material ขณะที่วัสดุอื่นสร้างผนังหรือโครงข่ายรอบสารหอม หรือสารหอมอาจกระจายตัวและถูกตรึงอยู่ภายใน matrix
จุดประสงค์สำคัญคือการลดการสูญเสียของสารระเหย ป้องกันสารหอมจากสภาวะแวดล้อม เพิ่มเสถียรภาพ และที่สำคัญมากคือ
ควบคุมว่า “กลิ่นจะออกมาเมื่อใด และออกมาอย่างไร”
หาก Enfleurage คือการให้ไขมัน “รับกลิ่นไว้”
Encapsulation ก็คือการออกแบบ architecture สำหรับเก็บและปล่อยกลิ่น
?????? 🧐🤔🤔
แล้ว Pectin เข้ามาอยู่ตรงไหน?
ตรงนี้เป็นจุดเชื่อมที่น่าสนใจมาก
🍊🍋Pectin ไม่ใช่ไขมัน🍊🍋
Pectin เป็น polysaccharide จากผนังเซลล์พืช มีหมู่ฟังก์ชันที่สามารถสร้างโครงข่าย🍋 เจล หรือมีปฏิสัมพันธ์กับสารและพอลิเมอร์ชนิดอื่นได้
ดังนั้นกลไกที่ pectin ใช้ในการกักเก็บกลิ่นจึงแตกต่างจากการที่ไขมันใน Enfleurage ละลายหรือรับโมเลกุลที่มีความชอบต่อ lipid phase
ในระบบ encapsulation นั้น pectin สามารถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของ wall material, coating, hydrogel หรือ polymeric matrix ขึ้นอยู่กับสูตรและกระบวนการที่ใช้
สารหอมอาจถูกกักอยู่ภายในหยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่ในระบบ แล้ว pectin หรือระบบพอลิเมอร์ที่มี pectin เป็นองค์ประกอบช่วยสร้างโครงสร้างรอบหยดนั้น
เราจึงควรแยกคำสองคำนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน:
🩷Enfleurage — retention ผ่านความชอบของโมเลกุลต่อ lipid phase
🍋Pectin-based encapsulation — retention ผ่านโครงสร้างของ polymeric matrix / interface / gel network
กลไกต่างกัน แต่ปรัชญาของการออกแบบมีจุดร่วมเดียวกัน
«สร้าง " สภาพแวดล้อม" ที่โมเลกุลหอมอยากอยู่
มากกว่าปล่อยให้มันระเหยหายไปสู่อากาศ»
❤️จากการ “เก็บกลิ่น” >> “สั่งให้กลิ่นออกมา”❤️
นี่คือก้าวสำคัญจากศาสตร์ดั้งเดิมสู่ fragrance technology สมัยใหม่
Enfleurage สนใจคำถามว่า
How do we capture the scent?
แต่ Encapsulation เพิ่มคำถามอีกข้อว่า
How do we release it?
แคปซูลหรือ matrix สามารถถูกออกแบบให้ตอบสนองต่อเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ความชื้น น้ำ การเสียดสี แรงกด อุณหภูมิ การเปลี่ยนแปลงของ pH หรือการเสื่อมสลายของวัสดุ
ดังนั้นหน้าที่ของ carrier ( สารนำพา สารตรึงกลิ่น )
จึงไม่ใช่เพียงการเป็น “กล่องใส่น้ำหอม”
แต่มันคือ ระบบบริหารเวลาให้กับกลิ่น
โมเลกุลเดียวกัน หากไม่มี carrier อาจระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อถูกจัดวางอยู่ใน matrix ที่เหมาะสม เส้นทางการแพร่หรือ diffusion pathway เปลี่ยนไป การระเหยสามารถช้าลง และ profile การปลดปล่อยกลิ่นก็เปลี่ยนตามไปด้วย
🧐นี่ทำให้ perfumery เริ่มเดินข้ามเส้นไปสู่การออกแบบกลิ่นตามพฤติกรรม ที่ส่งผลต่อ อุตสาหกรรม
🩵Enfleurage → Encapsulation
หากมองผ่านประวัติศาสตร์ของวัสดุ เราอาจวางแนวคิดทั้งสองไว้บนเส้นเดียวกันได้ว่า
🌸Flower → Volatile Molecules → Fat Reservoir
และในเทคโนโลยีสมัยใหม่
🩷Fragrance → Carrier / Matrix → Encapsulated System → Controlled Release
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวัสดุและความสามารถในการควบคุม
จาก fat
สู่ polysaccharides และ biopolymers
จาก absorption / partition into a lipid phase
>> สู่ entrapment / interfacial stabilization / matrix formation
📍จาก การเก็บกลิ่น
สู่ การกำหนดชะตาของกลิ่นหลังจากถูกเก็บ
และ pectin เป็นหนึ่งในวัสดุธรรมชาติที่น่าสนใจในบทสนทนานี้ เพราะมันพาเรากลับไปหาพืชอีกครั้ง
ครั้งหนึ่งเราเอาดอกไม้วางลงบนไขมันเพื่อรักษากลิ่นของมัน
วันนี้เราอาจใช้พอลิเมอร์ที่พืชสร้างขึ้นเอง มาสร้างโครงสร้างระดับจุลภาคเพื่อปกป้องสารหอม
เทคโนโลยีเปลี่ยนจากถาด Enfleurage ไปสู่ microstructure แต่ความปรารถนาของมนุษย์ยังเหมือนเดิม
เราพยายามสร้างสถานที่ให้ความหอมพักอยู่ ก่อนจะปล่อยมันกลับสู่อากาศอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม
และบางที นี่อาจเป็นแก่นแท้ของศาสตร์น้ำหอมมาตลอด:
--- มี Part 2 ---
หากสนใจน้ำหอม encapsul เริ่มต้น 10 ลิตร/กลิ่น
ติดต่อ เพจfb @prgroupthailand
น้ำหอม
วิทยาศาสตร์
ความรู้รอบตัว
1 บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
สารตรึงกลิ่น
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย