Oh wow❗️ ระบบไฟด้วย AI กำลังไปถึงอีกระดับแล้วครับ
ลองดูจังหวะที่มือของเขาเคลื่อนผ่านแสง เราจะเห็นว่า แสงหายไปอยู่ด้านหลังมือทันที แทบไม่มีอาการหน่วงเลย และกลับมาให้เห็นอีกครั้งในจังหวะที่ถูกต้อง ราวกับเป็นแสงจริงๆ ที่อยู่ในห้องนั้น
Konrad Reczko เรียกเทคนิคนี้ว่า Depth-Aware Light Injection
อธิบายง่ายๆ คือ เขานำ “แสงเสมือน” ใส่เข้าไปในภาพจาก Live Webcam แล้วทำให้แสงนั้นเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัวมากพอที่จะรู้ว่า ควรเคลื่อนผ่านหรือหลบสิ่งต่างๆ อย่างไร
แสงสามารถเคลื่อนไปรอบตัวคน ผ่านด้านหน้าของมือที่ยกขึ้น และเลื่อนไปอยู่ด้านหลังไหล่ได้ในจังหวะที่ถูกต้อง
แล้ว AI 🤖 รู้ได้อย่างไรว่า อะไรอยู่ด้านหน้า อะไรอยู่ด้านหลัง?
คำตอบคือ Depth Model
โมเดลจะวิเคราะห์ภาพในแต่ละเฟรม และประเมินว่า วัตถุแต่ละชิ้นอยู่ห่างจากกล้องมากน้อยแค่ไหน ทำให้ระบบเข้าใจโครงสร้างความลึกของภาพ
ถ้าไม่มีสิ่งนี้ แสงก็จะไม่รู้ว่า อะไรขวางอยู่ตรงหน้า มันก็เป็นแค่แสงที่ถูกวางทับลงบนภาพเท่านั้น
แต่เมื่อ AI “มองเห็นความลึก” ของพื้นที่ แสงเสมือนก็เริ่มทำตัวเหมือนแสงที่มีอยู่จริง
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ความเร็ว 💨
ระบบนี้ประมวลผลได้ประมาณ 8 มิลลิวินาทีต่อเฟรมบน M4 Pro ซึ่งเร็วพอที่จะทำงานภายในข้อจำกัดของ Live Video ได้อย่างสบาย
แต่สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจกว่าตัวเลขความเร็ว คือวิธีคิดทางวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลัง
Reczko เขียนระบบ Inference โดยตรงด้วย TypeGPU ทำให้โมเดล Depth ทำงานอยู่บน GPU ในตำแหน่งเดียวกับระบบ Lighting
ไม่มีการต้องส่งข้อมูลกลับไปกลับมาที่ CPU
ไม่มีการรอส่งต่อระหว่างระบบ
และทั้ง Inference, Lighting และ Rendering สามารถทำงานผ่าน Command Encoder ชุดเดียวกัน
พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะให้แต่ละส่วนทำงานแยกกันแล้วคอยส่งไม้ต่อกัน เขาพยายามทำให้ทุกอย่างทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันและเดินไปพร้อมกัน
ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ “AI สร้างแสงสวยๆ 🤖💡”
แต่มันคือ AI ที่เข้าใจพื้นที่ และสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นแบบ Real-time
Credit: Science
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)