•
6 ต.ค. เวลา 08:21 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

We may finally know how to stop taking GLP-1s without regaining weight

ในที่สุดเราอาจรู้วิธีหยุดใช้ยา GLP-1 โดยที่น้ำหนักไม่กลับมาเพิ่มขึ้นอีก
สิ่งที่ต้องทำจริงๆ หากต้องการหยุดใช้ยาช่วยลดน้ำหนัก โดยไม่ทำให้ความคืบหน้าทั้งหมดสูญเปล่า
ครั้งหนึ่ง โอปราห์ วินฟรีย์ Oprah Winfrey เคยยกย่องยาในกลุ่ม GLP-1 ว่าเป็นเสมือน "ของขวัญ"
หลังจากต้องต่อสู้กับปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำหนักมาอย่างยาวนาน พิธีกรรายการทอล์กโชว์ชื่อดังผู้นี้ ได้เปิดเผยเมื่อปี 2023 ว่า เธอเริ่มใช้ยาในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกทางการว่า Glucagon-like peptide-1 มีชื่อย่อว่า จีเอลพี GLP -1 แต่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อทางการค้าอย่าง โมนจาโร Mounjaro และ โอเซ็มพิก Ozempic เพื่อลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ
วิธีนี้ได้ผลดี แต่หลังจากผ่านไปราวหนึ่งปี วินฟรีย์ก็ตัดสินใจหยุดใช้ยา เพราะต้องการพิสูจน์ว่า เธอจะสามารถรักษาน้ำหนักตัวเอาไว้ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยทางยา ซึ่งผลจากการตัดสินใจของตัวเธอในครั้งนั้น ทำให้น้ำหนักตัวของเธอเพิ่มกลับขึ้นมาอีก ประมาณ 9 กิโลกรัม
ประสบการณ์ของวินฟรีย์ สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนอีกนับพัน ที่เลิกใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 โดยบางคนอาจหยุดใช้ยา เพื่อพิสูจน์กับตัวเองว่า สามารถรักษาน้ำหนักตัว ไม่ให้กลับมาเพิ่มขึ้นได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาทางการแพทย์
แต่สำหรับอีกหลายคนแล้ว การเลิกใช้ยา ถือเป็นความจำเป็นในทางปฏิบัติมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเพราะค่ายาที่สูงเกินกว่าจะจ่ายไหว หรือเพราะผลข้างเคียงของยา ซึ่งอาจมีทั้งอาการคลื่นไส้ ท้องผูก ท้องเสีย และภาวะขาดน้ำ นั้นรุนแรงเกินกว่าจะทนรับไหว
เทย์เลอร์ Roy Taylor ศาสตราจารย์กิตติคุณ ด้านอายุรศาสตร์และเมตาบอลิซึม แห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศสหราชอาณาจักร ระบุว่า ยังมีเหตุผลที่แปลกประหลาดกว่านั้นอีก กล่าวคือ ผู้ป่วยบางราย อาจรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อความอยากอาหารที่หายไป แม้ว่าการลดความอยากอาหาร จะเป็นกลไกในการทำงานหลักของยานี้ก็ตาม
นอกจากนี้ บางคนยังถูกกดดันจากคนรักที่มีความหึงหวง ให้เลิกใช้ยา เนื่องจากน้ำหนักตัวที่ลดลง ทำให้ผู้ใช้ยานี้ มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น หรือรูปร่างที่กระชับเพรียวเล็กลง และดูมีเสน่ห์ ทำให้ไปดึงดูดใจเพศตรงข้ามมากจนเกินไป
เทย์เลอร์ กล่าวว่า "ฟังดูแล้ว อาจจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ที่ใครสักคน จะไม่ต้องการให้ภรรยา สามี หรือคนรักของตนลดน้ำหนัก ทั้งที่เห็นได้ชัดว่า น้ำหนักที่ลดลงไปนั้น เป็นผลดีต่อสุขภาพ แต่ก็นับเป็นเรื่องปกติของวิสัยมนุษย์"
การกลับมาของน้ำหนักตัว
เทย์เลอร์ อธิบายว่า ผู้ป่วยจำนวนมาก ที่ไม่พบผลข้างเคียงจากการใช้ยา และกำลังจะเริ่มหยุดใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 มักรายงานว่า ตนเองมีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ระบุว่า ยาเหล่านี้ ช่วยลดการอักเสบ รวมถึงลดความอยากดื่มแอลกอฮอล์ และแม้กระทั่ง ลดความอยากใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย
เทย์เลอร์ กล่าวว่า "แทบทุกคนที่ใช้ยานี้ ต่างรายงานว่า ตนเองมีพลังมากขึ้น และมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น รวมถึง มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงานได้ดีขึ้น ซึ่งรวมไปถึงกรณีของตำรวจหญิง ที่พบว่า การเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยนั้น ทำได้ง่ายขึ้น เมื่อน้ำหนักตัวของเธอ ลดลงไปถึง 15 กิโลกรัม"
แทบทุกคนที่หยุดใช้ยา จีเอลพี -1 จะต้องเผชิญกับภาวะน้ำหนักตัวที่เพิ่มกลับขึ้นมาบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนั้น มาจากปัจจัยหลายประการ
ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 ออกฤทธิ์โดยการเลียนแบบฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนจีเอลพี -1 ซึ่งฮอร์โมนนี้ ร่างกายของเราผลิตขึ้นที่ลำไส้เล็ก โดยฮอร์โมนชนิดนี้ มีหน้าที่หลายอย่าง รวมถึงมีหน้าที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหาร
การหยุดใช้ยาเหล่านี้ จะทำให้ความรู้สึกหิวของผู้ป่วย กลับคืนสู่ระดับปกติ และด้วยเหตุนี้ น้ำหนักตัวจึงมักจะเพิ่มกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร บริติช เมดิคอล เจอนัล British Medical Journal ชื่อย่อ BMJ เมื่อเดือนมกราคม พบว่า โดยทั่วไปแล้วผู้ที่หยุดใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 0.4 กิโลกรัม และจะกลับไปมีน้ำหนักตัวเท่าเดิม ภายในระยะเวลา 18 เดือนถึง 2 ปี
ในขณะเดียวกัน การหยุดใช้ยาในกลุ่มรุ่นใหม่นี้ อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 0.8 กิโลกรัม ต่อเดือน
เทย์เลอร์ ให้ความเห็นว่า แม้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ได้รับจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เช่น สุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น จะถดถอยกลับไปสู่สภาพเดิม แต่ความเร็วในการกลับคืนมาของน้ำหนักตัวที่ลดลงไปนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลแต่อย่างใด
เทย์เลอร์ กล่าวว่า "ผมไม่พบข้อมูลที่ระบุถึง ผลเสียเฉพาะเจาะจงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการที่น้ำหนักตัวจะกลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากหยุดใช้ยา จีเอลพี -1 เป็นสิ่งที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยมักจะยังคงรักษาน้ำหนักบางส่วนที่ลดลงเอาไว้ได้
ข้อมูลนี้ มาจากการวิเคราะห์เมต้า ของงานวิจัยจำนวน 48 ชิ้น โดยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเมต้า พบว่า ผู้ป่วยสามารถรักษาน้ำหนักตัวที่ลดลงไปในช่วงที่ใช้ยา จีเอลพี -1 เอาไว้ได้ประมาณหนึ่งในสี่ แม้ว่าจะหยุดใช้ยาไปแล้วก็ตาม
ความรู้ความเข้าใจคือสิ่งสำคัญที่สุด
อีกปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งคือ การขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่ว่าจะเกิดจากความไม่รู้จริงๆ หรือการเพิกเฉยไม่รับรู้ เกี่ยวกับกลไกการทำงานของยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 และปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายของเรา เมื่อหยุดใช้ยาเหล่านี้
เทย์เลอร์ กล่าวว่า “เรามียาที่เปรียบเสมือนทางออกอันยอดเยี่ยม ในการช่วยลดความอยากอาหาร แต่เนื่องจากมีการอธิบายสรรพคุณยาเพียงแค่ว่า มันช่วยเสริมฮอร์โมนตามธรรมชาติในลำไส้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จึงทำให้หลายคนมองข้ามความจริงที่ว่า การจะรักษาผลลัพธ์ที่ดีเอาไว้นั้น จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปด้วย”
ไวท์ Martin Whyte ศาสตราจารย์ ด้านเวชศาสตร์เมตาบอลิซึม แห่งมหาวิทยาลัย เซอรี Surrey ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 ยอมรับได้ยาก โดยเขามองว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจในหน้าที่ ย่อมต้องแนะนำคนไข้ว่า หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การที่น้ำหนักตัวจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกหลังจากหยุดใช้ยา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับคำเตือนในเรื่องนี้ หรือแม้แต่ผู้ที่ได้รับคำเตือนแล้ว แต่ยังคงกลับมามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากหยุดใช้ยาจีเอลพี -1 พวกเขามัก "รู้สึกละอายใจหรือผิดหวังในตัวเองที่ไม่อาจลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นได้สำเร็จ และรู้สึกว่าต้องพึ่งพาการฉีดยานี้ เพราะการลดน้ำหนักโดยวิธีอื่นๆ ตนเองทำไม่ได้มาก่อน"
ในภาพรวมแล้ว เทย์เลอร์ ให้ความเห็นว่า บุคลากรทางการแพทย์ ควรนำแนวทางของโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารมาปรับใช้ โดยไม่เพียงแค่ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เกี่ยวกับอันตรายของการกลับไปใช้พฤติกรรมเดิมๆ เท่านั้น แต่ยังต้องฝึกสอน วิธีการหลีกเลี่ยง การรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นด้วย
เทย์เลอร์ กล่าวว่า "การให้ความรู้มักเกิดขึ้นในรูปแบบของการบรรยาย ซึ่งการพูดสอนหรือบรรยายใส่คนฟังนั้น ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร" "แท้จริงแล้ว เราจำเป็นต้องมีการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่มักถูกมองข้ามไปในบริบทของการใช้ยา จีเอลพี -1"
วิธีหยุดใช้ยา จีเอลพี -1 อย่างปลอดภัย
อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก ที่ผู้ป่วยมักรู้สึกอยากกลับมาใช้ยานี้อีกครั้ง โดยผลการวิจัยล่าสุดชี้ว่า กว่าร้อยละ 40 ของผู้ที่หยุดใช้ยา จีเอลพี -1 จะกลับมาใช้ยาซ้ำภายในหนึ่งปี และร้อยละ 58 จะกลับมาใช้ภายในสองปี
จนถึงปัจจุบัน มีการวิจัยเพียงไม่กี่ชิ้น ที่ตรวจสอบประสิทธิภาพโดยรวมของยา ภายใต้รูปแบบการใช้งานที่ไม่ต่อเนื่องเช่นนี้ แม้ว่างานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Investigation Insight จะระบุว่าประสิทธิภาพของยาอาจลดลงก็ตาม
ในส่วนของ ไวท์ นั้น เขาให้ความสำคัญกับการหาวิธีที่มีประสิทธิภาพ ในการค่อยๆ ลดปริมาณยา จีเอลพี -1 ของผู้ป่วยลง ก่อนที่จะให้หยุดใช้ยาอย่างถาวร
ไวท์ กล่าวว่า "โดยส่วนตัวแล้ว ผมแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยา จีเอลพี -1 ต่อเนื่องเป็นเวลาสูงสุดหนึ่งปีหรือ 18 เดือน จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับลดขนาดยาลงในช่วงเวลาประมาณสามเดือนก่อนที่จะหยุดใช้ยา" พร้อมเน้นย้ำว่า แนวทางปฏิบัติในการใช้ยานี้ ต้องควบคู่ไปกับการให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ถึงความจำเป็นในการรักษาวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
เทย์เลอร์ กล่าวว่า ประสิทธิภาพของการใช้ยา จีเอลพี -1 ในปริมาณต่ำมากหรือที่เรียกว่า ไมโครโดสซิ่ง microdosing ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม โดยปรับการคลิกของปากกาฉีดยา เพื่อฉีดยาในปริมาณที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งการใช้วิธีเช่นนี้ เพื่อควบคุมน้ำหนักหลังจากหยุดยาแล้วนั้น ก็เป็นแนวทางการวิจัยที่น่าสนใจ และยังมีผู้ทำวิจัยน้อยอยู่
ในระหว่างนี้ เริ่มมีการค้นพบแนวทางการรักษาหรือมาตรการอื่นๆ ที่น่าสนใจ
ยกตัวอย่างเช่น ผลจากการวิจัยทดลองทางคลินิกเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า หัตถการทางการแพทย์ ที่ใช้เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 นั้น มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาผลลัพธ์เรื่องการลดน้ำหนัก ในกลุ่มผู้ที่เคยใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 มาก่อน เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวกลับมาเพิ่มขึ้นอีก
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ทางเลือกในการรักษาด้วยการผ่าตัด อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เป็นไปได้ในอนาคต
อีกประเด็นหนึ่งที่ ไวท์ ยังคงต้องวิจัยเพิ่มเติมคือ ประโยชน์ที่เป็นไปได้ของยา จีเอลพี -1 ชนิดรับประทานแบบเม็ด ซึ่งเป็นยาตัวใหม่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้ยาเหล่านี้ ในปริมาณที่ลดลง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวกลับมาเพิ่มขึ้น
สำหรับ โอปราห์ วินฟรีย์ แล้ว อย่างน้อยที่สุด เธอก็ได้คำตอบสำหรับข้อสงสัยเรื่องการหยุดใช้ยาในกลุ่ม จีเอลพี -1 นั่นคือ การหยุดใช้ยาชนิดนี้ มันไม่เหมาะกับเธอ เพราะเช่นเดียวกับผู้ป่วยอีกจำนวนมาก เธอได้กลับมาใช้ยานี้อีกครั้ง หลังจากผ่านไปหนึ่งปี
"มันจะเป็นสิ่งที่ต้องทำไปตลอดชีวิตค่ะ" วินฟรีย์ กล่าวกับนิตยสาร พีเพิล People ฉบับเดือนธันวาคม 2025
"ฉันต้องกินยารักษาโรคความดันโลหิตสูงอยู่ และถ้าฉันหยุดยา ความดันโลหิตของฉันก็จะพุ่งสูงขึ้น ฉันตระหนักได้ว่า ยาพวกนี้ก็คงเป็นแบบเดียวกันกับยาลดความดันโลหิต และฉันพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นแล้วว่า ฉันจำเป็นต้องใช้มัน"
ผู้เขียน : Greg Noone
แปลไทยโดย : Wichai Purisa (senior scientist)
โฆษณา