•
7 ต.ค. เวลา 14:16 • การ์ตูน

Cosplay IRL | ผู้ประสบภัยไปงานด้วยแขนข้างเดียว

จริง ๆ อะนะทุกคน ต้องย้อนเวลาก่อนว่า วันที่ 24 กรกฏา เรามีทริปต่างจังหวัดไปเชียงใหม่ ไปหาเพื่อน ๆ สมัยมัธยมที่ตอนนี้แยกย้ายกันไปเรียนที่ มช. แล้ว ทริปนี้ตอนแรกก็กะว่าจะไปเที่ยว ไปหาเพื่อน กินของอร่อย ๆ แล้วก็กลับกรุงเทพฯ แบบชิล ๆ ใครจะไปรู้ว่าทริปนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ “แขนข้างเดียวก็จะคอส” ไปได้ 5555
แต่แล้วเชียงใหม่ก็รับน้องเราแบบจ๊าไม่มีวันลืมใช่ครับทุกคน เราโดนประตูรถหนีบนิ้วโป้งขวาเต็ม ๆ เพราะปิดประตูรถผิดท่า ตอนนั้นคือแบบ…อ้าว เหี้ยแล้ว นิ้วกรู
ด้วยความที่ทริปมีแค่ 3 วัน แล้วธุระก็เยอะมาก ๆ ทำให้ตอนนั้นเราไปโรงพยาบาลไม่ได้จริง ๆ สุดท้ายกว่าจะได้กลับกรุงเทพฯ และไปหาหมอก็อีกประมาณ 3 วันหลังจากเกิดเหตุ เรียกได้ว่าเป็นการรักษาที่มาพร้อมกับคำถามในใจว่า “นิ้วฉันจะด้วนไหมวะ”
แต่เรื่องมันยังไม่จบครับ เพราะหลังจากกลับกรุงเทพฯ เราก็มีแพลนไปงาน HOYOFEST วันที่ 30 ของเดือนเดียวกันอยู่แล้ว และที่สำคัญคือ…ซื้อบัตรไปแล้ว
เอาวะ ก็ได้
THE SHOW MUST GO ON!!!
ในวันนั้นเราตัดสินใจคอสเพลย์เป็น Ellen Joe จากเกม Zenless Zone Zero ซึ่งตอนแรกก็คิดแค่ว่า เออ ไปงานทั้งที ก็อยากแต่งตัวให้เต็มที่ อยากเจอเพื่อน ๆ อยากถ่ายรูป อยากเดินงาน และอยากสนุกให้คุ้มกับบัตรที่ซื้อมา
แต่ปัญหาคือ…คุณหมอบอกว่า
“อย่าเพิ่งจับหรือยกอะไรนาน ๆ”
ครับคุณหมอ
แต่ผมกำลังจะไปงานคอสเพลย์ครับพี่
แถมวันนั้นเราเหลือมือซ้ายข้างเดียวที่ใช้งานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ เพราะนิ้วโป้งขวายังต้องพักแผลอยู่ มือซ้ายก็เป็นข้างที่ไม่ถนัดอีกต่างหาก แล้วชีวิตในงานคอสเพลย์มันไม่ได้มีแค่เดินตัวเปล่า ๆ ไงทุกคน
สิ่งที่ต้องถือมีตั้งแต่อาวุธกรรไกร, กระเป๋าเครื่องสำอาง, โทรศัพท์, ของที่ซื้อในงาน, ของรางวัลจากกิจกรรมตามบูธต่าง ๆ รวมไปถึงกระเป๋าของตัวเองที่ข้างในยัดของสารพัดอย่างแบบที่ไม่รู้ว่าพกมาทำไมเยอะขนาดนั้น เอามาเผื่อๆ
สรุปง่าย ๆ คือ มือซ้ายข้างเดียวต้องทำงานแทนทั้งร่างกาย 5555
แล้วตัวงานเองก็มีความไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนถือบัตรปกตินิดนึง เพราะของที่ขายในงานหมดไวมากกกกกก แบบหมดเร็วชนิดที่เรารู้สึกว่า “นี่ฉันมางานหรือมาแข่งชิงของวะ”
เดินไปแต่ละบูธก็ต้องคอยคิดตลอดว่า อันนี้ถือได้ไหม อันนั้นเอายังไง ของที่ซื้อจะใส่ตรงไหน แล้วถ้ามีคนมาขอถ่ายรูปเราจะจัดการของทั้งหมดในมือยังไงอีก
ช่วงหนึ่งคือสภาพแบบ…ทั้งคน ทั้งชุด ทั้งแผล เริ่มไม่ไหวแล้ว 5555
แต่ถึงจะทุลักทุเลขนาดนั้น เราก็ยังรู้สึกว่าการตัดสินใจมางานวันนั้นไม่ได้ผิดเลย
เพราะสุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาไม่ได้มีแค่รูปคอสเพลย์หรือของจากงาน แต่เราได้เจอผู้คนใหม่ ๆ ได้คุยกับคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ และที่สำคัญคือได้กำลังใจจากคนในงานเยอะมาก ๆ
บางคนเห็นแผลก็ถามว่าเป็นอะไร บางคนก็เป็นห่วง บางคนให้กำลังใจ บางคนเข้ามาคุยด้วยแบบน่ารักมาก ๆ ซึ่งสำหรับคนที่กำลังเจ็บอยู่แล้วต้องพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนปกติ มันรู้สึกดีจริง ๆ นะ
คนนอกอาจจะมองแล้วคิดว่า
“จะไปทำไมวะ เจ็บมืออยู่แท้ ๆ”
ซึ่งเอาจริง ๆ เราก็ถามตัวเองเหมือนกัน 5555
แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ เราก็ยังเลือกไปอยู่ดี
เพราะบางครั้งสิ่งที่เราจำได้จากงานหนึ่งงาน อาจไม่ใช่แค่ว่าเราแต่งเป็นตัวละครอะไร หรือซื้ออะไรกลับบ้าน แต่เป็นเรื่องราวระหว่างทางมากกว่า
สำหรับ HOYOFEST ครั้งนั้น มันเลยกลายเป็นหนึ่งในงานที่เราจำได้แม่นมากๆ
จำได้ทั้งตอนมือเจ็บ ตอนถือของด้วยมือข้างเดียว ตอนเดินจนเหนื่อย ตอนสภาพตัวเองเริ่มเละ และที่จำได้ดีที่สุดคือ มิตรภาพกับกำลังใจที่เราได้รับจากคนในงาน
สุดท้ายแล้ว…
แขนข้างเดียวก็ไม่ได้หยุดเราจากการคอสได้
คงมีแต่ไฟแดงที่จะหยุดผมได้
อาจจะทุลักทุเลหน่อย
อาจจะเจ็บหน่อย
อาจจะดูบ้าสำหรับคนอื่นนิดนึง
แต่ก็ได้ความทรงจำดี ๆ กลับมาแบบเต็มกระเป๋าเลย
และนี่แหละมั้ง…
Cosplay IRL ของจริง ไม่ได้มีแค่ตอนแต่งตัวสวย ๆ หน้ากล้อง แต่รวมถึงเรื่องวุ่น ๆ เบื้องหลังทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วย
แล้วถ้าถามว่า “ครั้งหน้าจะไปงานทั้งที่เจ็บอีกมั้ย?”
…
ไม่จ้าาา 🤣
อย่างน้อยขอให้ร่างกายพร้อมก่อน
โฆษณา