Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Nok Creative Branding
•
ติดตาม
9 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
เราไล่ Junior 🧑🏻🦱 ออก แล้วใครจะกลายเป็น Senior 👨🏻 ?
AI 🤖 อาจไม่ได้ฆ่าวงการโฆษณาโดยตรง แต่มันอาจทำให้เกิดปัญหาที่เงียบกว่านั้นมาก นั่นคือ เราอาจกำลังตัดเส้นทางที่คนรุ่นใหม่ใช้เรียนรู้ จนวันหนึ่งไม่มีคนที่มีประสบการณ์มากพอขึ้นมาเป็น Senior!
เมื่อก่อนชีวิต Junior ในเอเจนซี่ไม่ได้สวยงามเลย
ดึกๆ ยังนั่งแก้งานอยู่ในออฟฟิศ กินพิซซ่าเย็นๆ กาแฟที่อุ่นซ้ำจนแทบเป็นสารเคมี 🍕☕️ แก้ Headline เป็นครั้งที่ 37 เพราะ Creative Director บอกว่า “เกือบแล้ว” ซึ่งในภาษาของเอเจนซี่แปลประมาณว่า ฉันก็ยังไม่รู้ว่าต้องการอะไร แต่ช่วยทรมานตัวเองต่อไปจนกว่าฉันจะรู้สึกว่าใช่ก็แล้วกัน!
งาน Junior ส่วนใหญ่เป็นงานที่ดูเหมือนไม่สำคัญ Resize งาน หา Reference เขียน Headline เพิ่ม เช็ก Supers นั่งในห้อง Edit หรือเปลี่ยน Layout ตามคำสั่ง
แต่สิ่งที่ Junior ได้กลับมาคือ การเรียนรู้จากของจริง 🧐
เขาได้เห็น Senior เถียงกัน เห็นคนเก่งตัดสินใจผิด เห็น Creative Director ฆ่าไอเดียสวยๆ 🔪💡 เพราะมันไม่เหมาะกับแบรนด์ และบางครั้งเลือกไอเดียที่ดูธรรมดากว่า เพราะมันมีโอกาสขายของได้จริง
เขาได้เรียนรู้ว่า ไอเดียแรกอาจเป็นความอัจฉริยะ หรืออาจเป็นแค่ความหลงตัวเองก็ได้ และตอนอายุ 24 เราแทบไม่มีทางรู้ความแตกต่างนั้น
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยอยู่ใน Job Description แต่มันคือ การฝึกวิชาชีพที่สำคัญที่สุด 🏋🏻♂️
แล้วอุตสาหกรรมก็เจอคำว่า Efficiency
เมื่อไหร่ก็ตามที่วงการโฆษณาพูดถึง Efficiency คนที่อายุน้อยกว่ามักจะเป็นคนถือกล่องเดินออกจากลิฟต์
วันนี้ AI 🤖 สามารถทำ Research, First Draft, Layout, Variation, Correction หรือแม้แต่สร้าง Headline ได้เป็นสิบๆ แบบภายในเวลาไม่กี่นาที
ในมุมของ Productivity มันยอดเยี่ยมมาก
❓แต่มีคำถามหนึ่งที่เรากำลังลืมถามคือ…
ถ้า AI ทำงานที่เคยเป็นสนามฝึกของ Junior หมด แล้ว Junior จะฝึกจากอะไร❓
เพราะบางทีสิ่งที่เราเรียกว่า “งานน่าเบื่อ” อาจไม่ใช่งานที่ไม่มีค่าเลย
มันคือ สนามซ้อม 🏋🏻♂️
การเขียน Headline ✍🏻 แย่ๆ 50 อัน ก่อนจะรู้ว่า อันไหนใช้ได้ ทำให้เราเรียนรู้ว่า ทำไมอีก 49 อันถึงไม่ดี
การทำ Layout ที่ถูกแก้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้เราเริ่มเข้าใจว่า ทำไม Senior ถึงตัดสินใจแบบนั้น
การโดน Client ยิงคำถามจน Strategy ที่เราคิดมาสามสัปดาห์พังลงต่อหน้า ทำให้เรารู้ว่า Strategy ที่ดีจริงๆ ต้องแข็งแรงแค่ไหน
AI สามารถให้คำตอบที่ “ดูดี” ได้
แต่ AI ไม่สามารถมอบ ประสบการณ์ของการเลือกผิด ให้เราได้
และนั่นคือสิ่งที่สร้าง Judgement 👨🏻⚖️
ปัญหาคือ วันนี้เรากำลังคาดหวังให้คนอายุ 24 ปี ใช้เทคโนโลยีที่สามารถสร้าง Campaign ได้ทั้งแคมเปญ แต่กลับให้โอกาสเขาน้อยลงในการเรียนรู้ว่า
แล้ว Campaign แบบไหนที่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก❓
เราบอกว่า เด็กสมัยนี้ขาด Craft…
แล้วเราก็ Automation กระบวนการฝึก Craft ของเขา
เราบอกว่า Junior อยากโตเร็วเกินไป…
แล้วเราก็เริ่มลบขั้นตอนระหว่าง Junior กับ Senior ออกไป
สุดท้ายเราจะได้คนที่ ผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่ยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะรู้ว่า งานไหนไม่ควรทำ 🤷🏻♂️
นี่ต่างหากที่น่ากลัว 😱
เพราะ AI กำลังทำให้ “งานระดับกลางๆ” ผลิตได้ง่ายมาก
งานดูดี ภาพสวย Copy ลื่น Presentation สมเหตุสมผล ทุกอย่างดู Professional ไปหมด
แต่…
ไม่มีอะไรติดอยู่ในหัวเราเลยหลังจากดูจบ 🤯
เมื่อก่อนงานโฆษณาที่แย่ มักจะดูออกว่าแย่ แต่ต่อไป Mediocrity อาจแต่งตัวดีขึ้นมาก มันจะดู Premium, Polished และ Competent จนเราแทบหาความผิดไม่ได้
สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่ความสามารถในการ “ผลิต”
แต่คือความสามารถในการ “เลือก”
เพราะเมื่อทุกคนเข้าถึง AI และ Technology ใกล้เคียงกันหมด ความได้เปรียบจะไม่ได้อยู่ที่ใครสร้างงานได้มากกว่า
แต่อยู่ที่ว่า…
ใครมองงานที่ดูดี 20 ชิ้น แล้วกล้าพูดว่า 19 ชิ้นนี้ควรทิ้ง
ใครรู้ว่า Research กำลังถูกใช้เป็นข้ออ้าง
ใครแยก Originality ออกจาก Nonsense ได้
ใครรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสู้ และเมื่อไหร่ควรยอมรับว่า Client มีเหตุผล
สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Judgement 👨🏻⚖️
และ Judgement ไม่ได้เกิดจากการเรียน Course 6 Modules แล้วรับ Certificate
มันเกิดจากการทำของจริง ล้มเหลว โดนวิจารณ์ เห็นคนเก่งทำงาน และใช้เวลาอยู่ใกล้กับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา
พูดง่ายๆ คือ…
เราไม่ได้เรียนรู้เพราะ Junior Work มีคุณค่าในตัวมันเอง แต่เราเรียนรู้ผ่าน Junior Work
ดังนั้น ทางเลือกของอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องเป็น “ใช้ AI หรือไม่ใช้ AI”
เราใช้มันแน่นอน
คำถามจริงๆ คือ เราจะใช้ AI เพื่อกำจัด Junior Work หรือใช้ AI เพื่อเปลี่ยนความหมายของ Junior Work❓
ถ้า AI ทำ First Draft ให้ Junior ก็ควรเรียนรู้ว่า First Draft ที่ดีจริงๆ ต้องถูกสงสัยตรงไหน
ถ้า Research ใช้เวลาไม่กี่วินาที ก็ควรสอนให้เขาตั้งคำถามกับ Research นั้นให้เป็น
ถ้าการสร้างภาพแทบไม่มีต้นทุนอีกต่อไป สิ่งที่ต้องแพงขึ้นคือ Visual Judgement
ให้ Junior เข้า Meeting กับ Client
ให้เขาเห็นการต่อรอง
ให้เขาเข้า Edit
ให้เขา Present Idea แล้วเห็น Idea ของตัวเองถูกฆ่าต่อหน้า
ให้เขาเห็น Budget
ให้เขาเห็น Senior พูดอะไรโง่ๆ บ้าง และเรียนรู้ว่า คนเก่งก็ผิดได้
เพราะบางทีเด็กไม่ได้เรียนรู้จากวันที่ Senior ทำถูก
เด็กเรียนรู้มากที่สุดจากวันที่เห็นว่า Senior ก็ไม่ได้รู้ทุกอย่างเหมือนกัน
เรื่องนี้ยังมีอีกมุมที่น่าคิดมาก คือเรื่องของ โอกาส🌦️
ตำแหน่ง Junior, Internship, Apprenticeship อาจเคยเป็นประตูที่ไม่ได้ดีมาก เงินเดือนน้อย งานหนัก และบางครั้งน่าหงุดหงิด
แต่ก็ยังเป็น “ประตู🚪”
ถ้าเราลบตำแหน่งเหล่านี้ออก คนที่ไม่มีเงินพอจะอยู่โดยไม่มีรายได้ก็จะถูกตัดออกก่อน
เด็กที่มีฐานะดีอาจมีเวลาทำ Freelance ฟรี สร้าง Portfolio ทดลองใช้ AI ไปงาน Festival หรืออยู่บ้านพ่อแม่ แล้วเรียกช่วงว่างงานว่า “Exploration”
แต่เด็กที่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้านต้องหางานที่ได้เงิน 💵
ดังนั้น เทคโนโลยีที่เราคิดว่า จะทำให้ Creativity เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อาจกลับทำให้อุตสาหกรรม Creative กลายเป็นพื้นที่ของคนที่มีต้นทุนทางสังคมและการเงินสูงขึ้น
ฟังดูย้อนแย้งดี 🙄
Progressive ใน Manifesto
แต่ Victorian ใน Payroll
ผมไม่ได้คิดว่า AI ควรถูกหยุด!
มันไม่หยุดอยู่แล้ว และการย้อนกลับไปหาโลกเก่าก็คงไม่มีประโยชน์
AI 🤖 จะทำให้งานเร็วขึ้น ถูกลง และมีประสิทธิภาพขึ้นแน่นอน
แต่สิ่งที่เราต้องระวังคือ อย่าประหยัดวันนี้ด้วยการทำลายคนที่เราจะต้องใช้ในวันข้างหน้า
เพราะ Efficiency 💪🏻 มีหลักฐานให้เราเห็นทันที
ชั่วโมงทำงานลดลง
จำนวนคนลดลง
ต้นทุนลดลง
Production เร็วขึ้น
ทุกอย่างอยู่ใน Dashboard 💻
แต่ คนที่อาจกลายเป็น Creative Director ในอีก 10 ปี แต่ไม่เคยได้รับโอกาสในวันนี้ ไม่มีตัวเลขไหนบันทึกการสูญเสียนี้ไว้
ไม่มีเก้าอี้ว่างที่เขียนชื่อเธอเอาไว้
ไม่มี Financial Report ที่บอกว่า เราเสีย Creative Leader ไปหนึ่งคน
ไม่มี Dashboard วัดว่า Judgement ที่เธอไม่เคยมีโอกาสพัฒนานั้นมีมูลค่าเท่าไร
เพราะต้นทุนของสิ่งที่เรา “ไม่ได้สร้าง” มักมองไม่เห็น
จนกระทั่งวันหนึ่งเราต้องการ Senior
แล้วพบว่า…
เราไม่มีใครให้ขึ้นมาเป็น Senior
นี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดของยุค AI สำหรับวงการ Creative ไม่ใช่แค่ “AI ทำอะไรแทนคนได้บ้าง?”
แต่ต้องถามด้วยว่า 💬
“ในสิ่งที่ AI ทำแทนคนได้ เรากำลังเอาส่วนไหนของการเรียนรู้ออกไปพร้อมกัน❓”
เพราะสุดท้ายแล้ว งานของคน Senior ไม่ได้อยู่ที่การสร้างสิ่งต่างๆ ให้ได้มากที่สุด
แต่อยู่ที่การรู้ว่า อะไรควรสร้าง และอะไรควรทิ้ง และ Judgement แบบนั้นไม่ได้เกิดจาก Prompt มันเกิดจาก งาน ความผิดพลาด ความอับอาย การได้เห็นคนเก่งทำงาน และเวลา
เราอาจกำลังเก่งขึ้นมากในการกำจัดงานของ Junior
แต่ถ้าเราไม่ระวัง…
วันหนึ่งเราอาจต้องการ Senior แล้วเพิ่งค้นพบว่า เราลืมสร้างเขาขึ้นมา 👨🏻🤷🏻♂️
Credit: Inspired by Credit: Ercole E. - Global Brand Strategist | Creative Leader
linkedin.com
WE FIRED THE JUNIORS. WHO WILL BECOME THE SENIORS?
AI may not kill advertising. It may simply make sure nobody learns how to do it properly anymore.
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย