Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นักลงทุนสายขายหมู
•
ติดตาม
8 ต.ค. เวลา 16:08 • หุ้น & เศรษฐกิจ
EP:2.1 แอปเปิ้ลบริษัทที่ปู่ วอเร็น บัฟเฟตต์ มองว่าขายของลั๊กซัวรี่ มากกว่าเป็นสินค้าเทคโนโลยี
ก่อนจะเริ่มลงทุนในหุ้นอเมริกา ผมเคยอ่านหนังสือและบทความเกี่ยวกับปู่ วอเร็น บัฟเฟตต์มาพอสมควร ทุกเล่มมักเขียนตรงกันว่า เป็นปู่นักลงสายเน้นคุณค่า หรือ VI และเป็นนักลงทุนแบบอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว คำพูดของปู่ที่นักลงทุนทักได้ยินมากที่สุดคือ "จงลงทุนในสิ่งที่รู้" พออ่านลึก ๆ ไปจะมีบทสัมภาษณ์ปู่ต่อว่า ผมจะไม่ลงทุนในบริษัทอะไรก็ตาม ที่ไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง ต่อให้ต้องเสียโอกาส ก็จะไม่ซื้อธุรกิจที่ไม่เข้าใจ
หลังจากเริ่มลงทุนในหุ้น BRK.B หรือเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ ถึงได้รู้ว่าปู่ซื้อหุ้นบริษัทแอปเปิ้ล หรือ AAPL ในสัดส่วนประมาณ 50% ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดของบริษัทเบิร์กเชียร์ ความรู้สึกคือประหลาดใจมาก ความเกินคาดนี้แบ่งเป็น 2 ข้อคือ
1. บริษัทเบิร์กเชียร์เป็น Holding Company หรือบริษัทที่ถือและควบคุมธุรกิจจำนวนมาก ทำไมถึงมีหุ้นของบริษัทหนึ่งเกิน 50% ของพอร์ต (พอร์ตเบิร์กเชียร์ในกลางปี 2023) แทบเหมือนเป็นการ All In ไม่เสี่ยงเกินไปเหรอ
2. หุ้นที่ถือคือบริษัทเทคโนโลยีอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในหุ้น 7 นางฟ้าที่กำลังโด่งดังมาก ๆ (ในตอนนั้น) ซึ่งภาพลักษณ์ที่มีต่อปู่บัฟเฟตของผมที่อ่านมาจากหนังสือคือ แกไม่ซื้อหุ้นเทคโนโลยี แต่ในหนังสือคงเป็นข้อมูลเก่ามาก ๆ เพราะไม่มีชื่อบริษัทแอปเปิ้ลอยู่เลย
เท่าที่จำได้ ข้อมูลจากหนังสือ คือปู่บัฟเฟต มีหุ้นอเมริกันเอ็กซ์เพรส ที่ดังที่สุด นำชื่อเสียงด้าน VI มาให้ปู่มากที่สุด คราฟท์ ไฮนน์ เป็นหุ้นบริษัทซอสมะเขือเทศ และหุ้นอ๊อกซี่ ที่เป็นหุ้นบริษัทน้ำมัน นอกนั้นก็มีพูดถึงหุ้นพลังงาน กลุ่มการเงิน หุ้นประกัน ถ้านานกว่านั้นก็เป็นหุ้นสิ่งทอ ที่ล้วนเป็นหุ้นสายอนุรักษ์นิยมทั้งสิ้น
แล้วหุ้นเทคโนโลยีอย่างบริษัทแอปเปิ้ลมาได้ไง ? ผมจึงไปสืบข้อมูลมา คือ ปู่ บัฟเฟตต์ แกไม่มองว่าบริษัทแอปเปิ้ล ที่ผลิตสมาร์ทโฟนที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองเนี่ยเป็นหุ้นเทคโนโลยี แกมองเป็นสินค้าลั๊กซัวรี่ หรือพวกสินค้าแบรนด์เนมนั่นเอง ปู่ไม่ได้มองว่า Apple เป็น “Luxury company” แบบ Hermès หรือ Ferrari เสียทีเดียว เพราะอย่างที่รู้ ไอโฟนมีคนใช้กันทั่วบ้าน ทั่วเมือง จะเป็นสินค้าของหรูอย่างกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง หรือนาฬิกา Patek Philippe ที่คนมีแค่หยิบมือได้ไง
แต่เขามองว่า เศรษฐศาสตร์ของธุรกิจแอปเปิ้ลโดยเฉพาะไอโฟน มีลักษณะคล้ายธุรกิจสินค้าแบรนด์พรีเมียม/สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความภักดีสูง มากกว่าบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป
ตอนแรกผมก็อือ ๆ เออ ๆ อ๋อ ๆ จนพอเวลาผ่านไป ก็เข้าใจอะไรหลายอย่าง จากที่ตัวเองไม่ใช่คนเปลี่ยนมือถือบ่อย แต่คนชอบเปลี่ยนมือถือ โดยเฉพาะเวลาเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเนี่ยมันมีเยอะ และมือถือที่คนชอบพูดเวลามีเครื่องรุ่นใหม่ ๆ ออกมาเนี่ย คือ ไอโฟน มีเครื่องออกใหม่ที ก็เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ หรือเป็นกระแสอยู่เสมอ ดีบ้าง แย่บ้าง แต่ที่สำคัญคือ ไอ้เครื่องฝั่งแอนดรอยนี่ ไม่เห็นมีกระแสเวลามีเครื่องรุ่นใหม่ ๆ เลย หรือถ้ามีก็น้อยมาก
แล้วเวลาเราพกมือถือ ถ้าเครื่องที่เราใช้อยู่มันเป็นไอโฟน เวลาไปอยู่ในที่ชุมชน อย่างรถไฟฟ้า หรือศูนย์ประชุม เราจะรู้สึกภูมิใจมากกว่า ถึงมันจะไม่ใช่ของที่เอามาอวดกันได้ตลอดเหมือนกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้าก็ตาม มันเป็นความภูมิใจลึก ๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนั้น จากใจคนที่เปลี่ยนมือถือจากยี่ห้อแอนดรอยด์ มาใช้ไอโฟน คงเพราะราคา ไม่ก็กระแสสังคมมั๊ง
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ มูลค่าของ Ecosystem และความถาวรของ Ecosystem รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย แต่เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยรู้ระเอียกเหมือนกัน ได้ยินมาว่า แอปเปิ้ลได้เงินจากค่าบริการต่าง ๆ มากกว่าค่าจายมือถือเสียอีก เช่น ค่าธรรมเนียมของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ถูกโหลดลงในมือถือไอโฟน เรียกว่า เป็นเจ้าของพื้นที่ เก็บค่าเช่ากินกันพุงกาง
ปู่ก็เพิ่งจะลงทุนในบริษัทแอปเปิ้ลในต้นปี 2016 นี้เอง ด้วยราคาที่ถ้าคำนวนถึงการแตกหุ้นด้วย จะอยู่ที่ราคา 35.3 ดอลลาห์ต่อหุ้น ซึ่งบริษัทแอปเปิ้ลก็โตมาพอสมควรแล้ว ปู่น่าจะรอจนเชื่อมั่นว่าบริษัทเป็นแบรนด์รอยัลตี้จริง ๆ และทำเงินสดได้อย่างแข็งแรงจริง ๆ เพราะปู่ บัฟเฟตต์ เชื่อเรื่องธุรกิจที่เป็นเครื่องผลิตเงินมาก แม้จะไม่ได้ซื้อเร็วแต่ปัจจุบันหุ้น AAPL ก็โตขึ้น 8-9 เท่าในพอร์ตของปู่เข้าไปแล้ว
ปู่ขายหุ้น AAPL ไปหลายเปอร์เซ็นต์ในช่วงมูลค่าตลาดหุ้นขึ้นสูง เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มเงินสด แต่ก็ยังเป็นหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ต เหมือนได้ยินมาว่า ปู่ บัฟเฟตต์ พูดว่าขายหุ้น AAPL เร็วเกินไป เพราะมูลค้าหุ้นก็ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ต่อให้ปู่เสียดายแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับที่ผมขายหมูหุ้นนี้ไปหรอก ปู่ขายไปบางส่วน แต่ผมขายไปทั้งหมด แล้วเป็นการขายที่แทบไม่ได้กำไรด้วย (ปาดน้ำตา) คิดกี่ทีก็เจ็บใจ ปู่พูดไว้ว่า บริษัทแอปเปิ้ลนี้เป็นแบรนด์รอยัลตี้ ผมก็อ่านผ่านตามาตลอด แต่ผมกลับไม่มีความรอยัลตี้กับหุ้น AAPL ทั้งที่ใช้มือถือไอโฟนอยู่ และรู้ว่ามันดี
แล้วคุณผู้อ่าน ที่อ่านมาถึงตรงนี้ละ คิดว่าแอปเปิ้ล หรือไอโฟน เป็นสินค้าแบรนด์เนม หรือลั๊กซัวรี่หรือไม่ มีความเชื่อมั่นในหุ้น AAPL ว่าราคามันจะขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้อีกไหม หรือว่าราคาหุ้นมีนแพงเกินมูลค่าไปแล้ว ?
หุ้นต่างประเทศ
การลงทุน
หุ้น
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย