9 ต.ค. เวลา 13:00 • นิยาย เรื่องสั้น

"ห้วงเวลาแห่งความพิศวง — ตอน ควันไฟ น้ำมัน หักหลัง… แล้วใครกันแน่ที่ควรตาย!"

ตอนที่ 6
“เธอนี่มัน… อัจฉริยะจริง ๆ เลยบุ๋น เพียงข้ามคืนสามารถหาข้อมูลมากมายขนาดนี้เลยเหรอ? เธอน่าจะเรียนด้านเทคโนโลยีไอทีมากกว่านะ”
“ฉันเห็นด้วยกับมิ้มนะ! เธอมาเรียนการบริหารทำไม?”
“ก็เพราะพ่อฉันเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์นะสิ ฉันก็ต้องสืบทอดกิจการต่อจากพ่อเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว… อึ้งเลยล่ะสิ!”
“เด็กเนิร์ดอย่างเธอนี่นะ? อนาคตเจ้าของกิจการอสังหาฯ แพร… ฉันว่า เรารีบขออภัยกับท่านบุ๋นแล้วก็คอยเดินตามท่านเอาไว้ดีกว่า คราวนี้… เราสองคนก็จะสบายแล้วล่ะ”
“เธอสองคนอย่ามองคนที่ภายนอกสิ! เห็นฉันเป็นเด็กเนิร์ดแบบนี้ แต่การเรียนฉันก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกเธอหรือคนอื่น ๆ เลยนะ แถมการเรียนคณะบริหารก็เหมือนขนมสำหรับฉัน วิชาโทก็คือ ไอที หึ! พวกเธอต้องเรียกฉันว่า ท่านบุ๋นยอดอัจฉริยะ ถึงจะถูกต้อง”
1
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะของสองสาวลั่นออกมากระทบหน้าหนุ่มแว่นหนาเต็ม ๆ ทำให้อัจฉริยะผู้นี้รีบดึงข้อมูลที่เตรียมเอาไว้ให้เก็บลงกระเป๋าสะพายทันที อยากได้ก็ต้องหาอะไรมาแลกกัน ไม่งั้น… อย่าหวังว่า ท่านบุ๋นผู้นี้จะช่วยเหลืออีก!
“โธ่… บุ๋นเพื่อนรัก อย่างอนสิ เราสองคนก็แกล้งเธอเล่น ๆ แต่เธอคืออัจฉริยะของปีหนึ่งจริง ๆ นะ รอบรู้ เก่งไปหมดทุกอย่าง ขอข้อมูลไปเมื่อคืน ดูสิ! ก็ได้มาแล้วสุดยอดมาก”
ไม่พูดเปล่า ๆ มิ้มกับแพรรีบยกนิ้วโป้งให้บุ๋นรวมกันสี่นิ้วเชิงสัญลักษณ์ว่า ยอดเยี่ยมจริง ๆ เจอแบบนี้เข้า… หนุ่มแว่นหนาก็รีบเอาเอกสารออกมาให้สองสาวอย่างรวดเร็ว ทั้งที่หน้ายังเชิด แถมไม่ชายตาแลสองสาวเลยด้วยซ้ำ เพราะคำชมมันทำงานได้ดีขนาดนี้นี่นา
“หื้ม… พี่ที่ชื่อธามเรียนคณะเดียวกับพี่ภีม เรียนสาขาการเงิน เป็นลูกเจ้าของบริษัทการเงินมีชื่อเสียงของประเทศด้วยนะ แถมมีพฤติกรรมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ด้วย เคยโดนมาหลายข้อหา แต่ก็หลุดมาได้ เพราะความรวยนี่เองสินะ!”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ! จะเล่นงานใครก็ไม่ลงมือเอง ใช้เส้นสายที่พ่อตัวเองมีจัดการให้ กดดันคนด้วยหนี้สินที่ยืมจากสถาบันการเงินของตัวเอง ไม่ให้อภัยคนที่หักหน้าตัวเอง พร้อมเล่นงานกลับอย่างเงียบ ๆ อย่างหลังนี่ น่ากลัวมากนะ! เพราะเขาเคยเกือบต้องคดีทำร้ายเพื่อนในชั้นเรียนตอนมัธยมปลายจนเพื่อนคนนั้นเกือบพิการตลอดชีวิตเลย”
“โห! มีวีรกรรมเยอะมากเลยนะเนี่ย พวกเธอก็อย่าไปเข้าใกล้หรือยุ่งกับคนแบบนี้เลย… น่ากลัวอะ เข้าใจไหมยัยมิ้ม ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า?”
“ได้ยินแล้ว… ฉันกำลังอ่านรายละเอียดอื่น ๆ อยู่ แต่ก็ไม่เข้าใจหรอกนะ ทำไมถึงมาคบกับรุ่นพี่หนุ่มหล่อ บ้านรวย ขับรถหรู ที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพี่ภีมได้นะ?”
“อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ จากแหล่งข่าวก็แค่บอกว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ดูแล้ว… นิสัยก็ต่างกันราวฟ้ากับพื้นดิน แต่ก็ช่างเถอะ! เอาเป็นว่า พวกเธอเลี้ยงข้าวกับกาแฟฉันได้แล้วเร็ว ๆ ด้วย เพราะอัจฉริยะหน้าตาดีแห่งปีหนึ่งหิวแล้ว”
“อ่า… มัทฉะแฟรปปูชิโน่วิปครีมเยอะ ๆ นี่อร่อยสดชื่นจริง ๆ ขอบใจมากนะยัยมิ้ม ว่าแต่… ฉันถามจริง ๆ เถอะ พวกเธอจะอยากรู้เรื่องพี่ธามไปทำไมกันแน่? เมื่อคืนก็รีบให้ฉันหา วันนี้ก็นั่งอ่านกันละเอียดขนาดนี้ อย่าบอกนะว่า มีใครแอบชอบรุ่นพี่เขาอยู่?”
“ก็เพราะพวกฉันเห็นพี่ธามอยู่ในคลิปอุบัติเหตุนั่นแหละ เลยสงสัยว่า เขาไปเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนั้นหรือเปล่า อีกอย่าง… พี่เรนนี่ก็รู้จักพวกเขาด้วย พวกฉันเลยอยากรู้ไว้เท่านั้นเอง”
“อ๋อ… แค่นั้นแน่นะ?”
“ก็แค่นี้แหละ… ถามเยอะจริง ๆ คงไม่อยากดื่มมัทฉะต่อแล้วใช่ไหม?”
แพรเอื้อมมือไปหยิบแก้วเครื่องดื่มออกจากมือของหนุ่มแว่นหนา เพื่อเปลี่ยนเรื่องให้เพื่อนไม่ต้องถามอะไรกลับมาเยอะมากเกินไป ยิ่งเรื่องยัยมิ้มได้ยินเสียงวิญญาณแล้วด้วยละก็… อย่ารู้เลยดีที่สุด!
“เอาน่า… ก็แค่ถามเองแม่โบว์ตั้งฉาก ฝากวางไว้กับโต๊ะหน่อยนะ เดี๋ยวพี่จะไปขอน้ำเปล่าเขาก่อนนะจ๊ะสาว ๆ”
มิ้มรีบกระซิบกับแพรเกี่ยวกับธามทันทีที่บุ๋นลุกออกไปจากเก้าอี้แล้ว คุณกลิ่นน้ำมันอาจจะต้องมีบางอย่างที่ขัดแย้งกับพี่ธาม จนทำให้รุ่นพี่คนนี้พูดอย่างนั้นกับเขา แต่จะถามเพื่อนแสนอัจฉริยะก็คงไม่รู้ประเด็นนี้ เพราะเพิ่งเข้ามาเป็นปีหนึ่งเหมือนกัน แล้วใครล่ะ… ที่จะรู้?
“พี่เรนนี่ไงล่ะ”
ตึ๊ง! เสียงข้อความดังไล่เลี่ยกันจากมือถือของมิ้มกับแพร จะเป็นใครได้ล่ะ? ก็สองหนุ่มหน้ามนคนน่ารักของสองสาว นัดพบกันเย็นนี้หลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายวัน เพราะทั้งสองต้องนำเสนอผลงานของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมเทอมหนึ่งให้กับคณะอาจารย์ประจำภาควิชานะสิ
“แหม… มีคนม้วนจนตัวเป็นเกลียวแน่นเชียว เขินอะไรขนาดนั้นมิทราบคะยัยแพร”
“ก็พี่ภัทรส่งข้อความมานัดเจอเย็นนี้นะสิ แล้วเธอล่ะ?”
“พี่คินส่งมาเหมือนกัน ก็ไปด้วยกันอีกนั่นแหละ! ดีเหมือนกันจะได้เดินเล่นผ่อนคลายความคิดเสียหน่อย”
ไม่มีใครกล้ายุ่งกับธามสักเท่าไหร่ เบื้องหน้าของเขานั้นคือ ชายหนุ่มหน้าตาดีพอใช้ และเป็นลูกชายเจ้าของกิจการเงินกู้รายใหญ่ มีลูกหนี้มากมายอยู่ในกำมือ นักศึกษาบางคนก็ยังหยิบยืมจากเขานี่แหละ กลายเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ที่ทำเงินให้เขาเป็นกอบเป็นกำในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แถมเป็นนายหน้าจัดหาสิ่งของต่าง ๆ ที่ลูกค้าอยากได้มาให้ถึงที่ แต่ต้องแลกกับจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว
มีเพียงภีม… หนุ่มหล่อ ขับรถหรู วางตัวดี บ้านรวย ทายาทตระกูลเจ้าของธนาคารรายใหญ่ของประเทศ ที่เป็นเพื่อนกับธามเท่านั้น ลักษณะนิสัยของทั้งสองก็ช่างต่างกันอย่างมาก ทำให้หลายคนไม่เชื่อว่า สองคนนี้จะเป็นเพื่อนกันได้เลย
“ตัวเลขที่โอนไปให้คุ้มค่ากับที่ลงทุนไปไหมล่ะ?”
“ต้องอย่างนี้สิ! ถึงจะหายเหนื่อย คิดตั้งนานว่าจะใช้วิธีไหนเอาของมาให้แกได้อย่างที่ไม่มีข้อกังขา ได้มาแล้วก็ใช้ให้มันคุ้มหน่อยล่ะ อย่าเบื่อง่ายนักเลย ของเก่า ๆ ที่ผ่านมา ถ้าไม่อยากเก็บเอาไว้ก็เอามาปล่อยที่ฉันได้นะ! ยินดีให้ราคาอย่างงามเลยล่ะ”
ปลายสายวางไปแล้ว… แต่ธามยังครุ่นคิดถึงการทำธุรกิจต่อไป วันนี้เขาจะไปรับและเช็กของเสียหน่อยว่า ตรงไหนบุบสลายบ้าง ค่อยส่งต่อไปประเทศที่สามในตลาดที่ทำรายได้ให้เขาเป็นกอบเป็นกำ
“ไปหาความสุขมาให้ตัวเองบ้างดีกว่า มันคงกำลังมีความสุขกับการเสแสร้งเป็นคนดีอยู่แน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ณ ร้านอาหารแสนอร่อย…
“ทางนี้ครับน้องแพร… พี่สั่งอาหารตามที่ไลน์มาบอกแล้วนะ เราเข้าไปกันเลยดีกว่า”
แพรเดินตามภัทรเข้าไปติด ๆ ตามด้วยมิ้มที่กำลังส่งยิ้มทักทายให้กับหนุ่มหล่อที่ยืนตรงหน้า พร้อมกับเงาดำราง ๆ ที่อยู่ด้านหลังหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ!
“นี่นาย! มาด้วยอีกแล้วหรือ?”
“เพื่อนผมมา… ผมก็ต้องมาด้วยสิ ทำไมพวกพี่คิดแต่จะเลี้ยงแค่สองสาวนี่ล่ะ? สนิทกับผมไว้ดีนะพี่ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับสองคนนี้ จะให้คอยจับตาดู กีดกัน ขวางกั้นหนุ่มคนอื่นไม่ให้เข้าใกล้ยายพวกนี้ก็ได้นะ วัน ๆ มีแต่คนมาขอทั้งเบอร์โทรและไลน์ด้วย… น่าเบื่อจริง ๆ”
“ที่พูดมาก็มีเหตุผลอยู่… ก็ได้นายมาร่วมด้วยก็ได้ หลังมื้อนี้เราค่อยมาตกลงเงื่อนไขแล้วกันแว่นหนา”
“หื้ม! เรียกแว่นหนา หึ! น่าทำสัญญาด้วยจริง ๆ ผมชื่อบุ๋น ยอดอัจฉริยะทางด้านไอที ต่างหาก!”
“เออ… บุ๋นก็บุ๋น ตามมาสิ ไม่ตามมาก็กลับบ้านไปซะ”
อาหารที่วางเต็มโต๊ะทำให้บรรยากาศของมื้อนี้สนุกสนานมากขึ้น หนุ่มแว่นหนาโม้อย่างออกรสออกชาติให้รุ่นพี่ทั้งสองฟังว่า สนิทกับสองสาวมาก ๆ เพราะนั่งเรียนทุกวิชาด้วยกันเสมอ สองหนุ่มเบะปากเชิงหมั่นไส้ขึ้นมาทันที
“นี่นายโม้มากเกินไปหน่อยไหม นั่งเรียนด้วยทุกวิชาเลยหรือ? พอขึ้นปีสองยังไงนายก็ต้องไปทางวิชาเอกมากกว่า และก็ต้องห่างจากสองคนนี้อยู่แล้วนี่”
“มันก็ใช่นะพี่ แต่ตอนนี้… ปีหนึ่งนะครับ ผมกับสองสาวนี้ก็ต้องเรียนด้วยกันอยู่ดี แถมผมยังต้องคอยช่วยด้านการเรียน เพราะพวกเธอชอบมาสาย จนเข้าคาบแรกไม่ค่อยทัน ทำให้โน้ตของผมมักจะถูกส่งไปให้พวกเธอเสมอ หรือจะหาข้อมูลต่าง ๆ ผมก็ช่วยเหลือหมด แบบนี้เรียกว่า โม้หรือครับ?”
“เดี๋ยวนะบุ๋น… กรุณาระบุด้วยว่า สายเพราะใคร ฉันไม่ชอบการมาสายอยู่แล้วเว้นเสียแต่จะต้องรอบางคนมาเรียนด้วยกัน”
สายตามิ้มมองผ่านไปยังเพื่อนสาวอีกคนที่กำลังก้มหน้าหลบสายตาจากทุกคน พร้อมกับจับโบว์ที่ปลายผมเปียให้ตรงเป๊ะ ๆ
“ก็ได้… ฉันสายเองแหละ แหม… ก็นะ”
“ทำไมน้องแพรถึงมาสายล่ะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?”
“พี่ภัทรคะ… แพรไม่ได้ตื่นสายหรือมีอุบัติเหตุอะไรหรอกค่ะ ก็แค่… ตั้งใจผูกริบบิ้นให้มันเป๊ะ ๆ ห้ามเบี้ยวแม้แต่เซนติเมตรเดียวค่ะ กว่าจะได้แบบนี้ทุกเช้าก็เลยมาสายค่ะ แต่ถ้าพวกคุณอาอยู่บ้านละก็ มามหาวิทยาลัยแต่เช้าเลยล่ะค่ะ”
มิ้มเบะปากหนักกว่าสองหนุ่มที่ทำใส่บุ๋นมาก ๆ แค่ผูกริบบิ้นจะต้องตามมาตรฐานอะไรขนาดนั้น!
“ก็แพรไม่ชอบให้มันเบี้ยวนี่นา มันไม่สวยแล้วก็ชี้โด่เด่ด้วยนะ”
“เรื่องนี้แก้ไม่ยากหรอกครับแพร เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง เชื่อพี่นะ”
ชายหนุ่มนึกออกแล้วว่า จะช่วยแฟนคนสวยของตัวเองอย่างไรดี เพราะลูกพี่ลูกน้องเปิดร้านขายเครื่องประดับผมทั้งของในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศด้วย น่าจะมีตัวเลือกดี ๆ ให้สาวน้อยของเขาแน่นอน ว่าแล้ว… ชายหนุ่มก็นัดหมายจะไปรับหญิงสาวที่บ้าน เพื่อพากันไปที่ร้านในวันหยุดที่จะถึงนี้
“ดีเลยค่ะ พี่ภัทรได้โปรดช่วยปลดปล่อยให้แพรเป็นอิสระจากการผูกริบบิ้นด้วยนะคะ มิ้มเองก็จะได้สบายไปด้วย ไม่ต้องรีบวิ่งหน้าตั้งรีบเข้าห้องเรียนเหมือนทุกครั้ง”
“แล้วน้องมิ้มไม่สนใจไปด้วยหรือครับหรืออยากจะไปที่ไหนบ้างไหม? พี่จะอาสาพาไปทุกที่เลยนะ”
“ก็ได้ค่ะ… ไปร้านเครื่องประดับผมก่อน อาจจะเลือกสักชิ้นหรือสองชิ้น เพราะมิ้มไม่ค่อยทำอะไรมากและก็ไม่เป๊ะแบบบางคนด้วยค่ะ จากนั้นเราไปดูหนังกันนะคะ มีเรื่องใหม่เข้ามาพอดี”
“ได้เลยครับ… เดี๋ยวไปส่งแล้ว พี่จะขออนุญาตกับคุณอาทั้งสองคนด้วย งั้นเจอกันวันเสาร์นี้ ตอนสิบโมงเช้าแล้วกันนะ”
“แหม… จับคู่กันไปเที่ยวหาความสุขกันเลย แล้วฉันล่ะ? โดนทิ้งอยู่คนเดียวหรือไง?”
คินกับภัทรประสานแขนคล้องที่คอของบุ๋นอย่างหนักหน่วง เอ่ยถามว่า อยากได้เครื่องประดับผมด้วยเหมือนกันเหรอ เรื่องแบบนี้ปล่อยให้ผู้หญิงเขาได้ใช้เวลาไปเถอะ ส่วนเวลาเรียนแว่นหนาค่อยใช้เวลากับพวกเธอไปแล้วกันนะ แว่นหนา
ขณะเดินออกจากร้านอาหาร…
“น้องมิ้มครับ… วันก่อนพี่เห็นมิ้มยืนคุยอยู่กับใครหรือเปล่าครับ? แต่ตอนนั้นพี่เห็นมิ้มอยู่คนเดียว เหมือนกำลังคุยกับใครสักคน”
“อ่อ… ไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะ คือ ๆ มิ้มชอบพูดอยู่คนเดียว แบบถามตัวเองว่า ทำแบบนี้ดีไหม? แล้วอย่างนั้นล่ะ?”
“ชอบพูดคนเดียวนี่นะ! ดูเหมือนคุยเป็นเรื่องราวเลยนะมิ้ม!”
“จริงค่ะ… ยัยมิ้มชอบพูดและตัดสินใจเองทุกอย่าง เพราะคุณอาทั้งสองคนชอบให้มิ้มทำอะไรด้วยตัวเองตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ”
แพรรีบฉวยโอกาสพูดให้รุ่นพี่ตรงหน้าทราบ เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่มิ้มคุยกับคุณกลิ่นน้ำมัน และบอกให้รุ่นพี่สบายใจว่า ถ้าเพื่อนเธอเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่ ถือเป็นเรื่องปกติมาก ๆ เพราะมิ้มกำลังคุยกับตัวเอง
“อื้ม… เข้าใจแล้วครับ มาเลยสาวน้อย… กลับบ้านกันเถอะ พี่จะไปส่งที่บ้านนะ ดึกมากเกินไป เดี๋ยวคุณอาทั้งสองจะจ้องพี่จนตัวเล็กลงเป็นมดแน่ ๆ เลย… เห้ย! ภัทรแยกไปส่งน้องแพรเองนะ ส่วนนายแว่นหนา เอ๊ย! นายบุ๋น กลับบ้านเองแล้วกันนะ”
คินไม่พูดเปล่าพลางคว้ากระเป๋าเงินขึ้นมาควักธนบัตรสีเขียวให้สองใบใส่มือบุ๋นอีกครั้ง เป็นค่ารถกลับบ้าน แต่คราวนี้… บุ๋นมาเหนือกว่า หากไม่ใช่ธนบัตรสีเทา พรุ่งนี้ไลน์ของสองสาวจะว่อนไปทั่วมหาวิทยาลัยแน่นอน สุดท้ายแล้ว… ก็ถูกต่อรองเป็นใบสีม่วงแทน
ขณะเดินทางกลับบ้าน…
“แว่นหนานี่ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะมิ้ม อยู่ห่าง ๆ เอาไว้เลย พี่ไม่ไว้ใจหมอนี่”
“ไม่ต้องคิดมากนะคะ บุ๋นเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้เลยค่ะ ช่วยเรื่องเรียน ค้นหาข้อมูล และที่สำคัญ… เขาไม่บ่นสักคำเวลาที่เราขอความช่วยเหลือ อีกอย่างนะคะ… ใครที่คิดจะเข้ามาขอเบอร์หรือไลน์ บุ๋นคนนี้จัดการให้พวกเราหมดเลยค่ะ”
“ถือเป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังไง… พี่ก็ห่วงอยู่ดี ไม่ให้อยู่ใกล้เกินหนึ่งเมตร ห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันด้วย!”
“โอ้โห้! แบบนี้คงต้องมีบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกันแล้วค่ะ นั่นเพื่อน แต่คนนี้… แฟนค่ะ”
ตาคินเบิกกว้างมากกว่าปกติ เพราะคำว่า แฟน แท้ ๆ มันรู้สึกดี จั๊กจี้ที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก เขินกับคำพูดของสาวน้อยที่นั่งข้าง ๆ เขาอย่างจัง
บ้านพักหรูหราของธาม…
“เช็กสินค้าเรียบร้อยแล้ว ไม่บุบสลายเลย สภาพดูดีมาก ๆ เอาเป็นว่า รอบนี้แกก็ส่งไปปลายทางที่นัดหมายเอาไว้เลยแล้วกัน อ่อ… อย่าลืมให้มันโอนเงินเข้ามาให้ก่อนด้วย แล้วค่อยมารับรางวัลพรุ่งนี้ตอนสาย ๆ ล่ะ”
สายตัดไปแล้ว… สีหน้าของธามมีความสุขมาก เพราะธุรกิจรอบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนใหญ่ก็เป็นของสะสมของคน ๆ นั้น และพวกที่เขาติดต่อเป็นประจำนั้นแหละ เบื่อแล้วก็ทิ้งมาให้เขาจัดการ แต่รอบนี้… สินค้าชิ้นนี้เป็นของดีจริง ๆ แบบนี้เรียกเงินได้มากกว่าเดิมแน่ ๆ เสียงหัวเราะดังลั่นห้องนั่งเล่นที่ครบครันไปด้วย อาหาร เครื่องดื่ม และสาวน้อยคอยบริการอยู่ใกล้ ๆ
“ขอให้เบื่อไวไวเถอะ… แล้วฉันจะเรียกเงินจากแกให้เยอะกว่าเดิม เพราะสินค้ารอบนี้ มันสุดยอดไปเลยนี่หว่า!”
เครื่องดื่มถูกส่งมา ธามรับเอาไว้พร้อมยิ้มน้อย ๆ แขนข้างนึงโอบเอวสาวสวยเอาไว้ ดึงเธอเข้ามากอดอย่างสบายใจ
“หรือว่า… ก่อนจะส่งของชิ้นนั้นออกไปขาย ฉันควรลองใช้ก่อนด้วยล่ะ!”
#ห้วงเวลาแห่งความพิศวง
#นิยาย
#เรื่องสั้น
#เรื่องลึกลับ
#เหนือธรรมชาติ
#โรแมนติก
#ลมลัลลา
โฆษณา