Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เมืองไทยไดอารี่ by Supawan
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 05:18 • ท่องเที่ยว
คลองปากประ .. มนตร์เสน่ห์แห่งยอยักษ์
แสงแรกเหนือผืนน้ำ กับวิถีชีวิตชาวประมงแห่งพัทลุง
หากมาเยือนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง แล้วมีเวลาเหลืออีกสักช่วงหนึ่งของวัน อยากชวนให้ตื่นแต่เช้ามืด ออกไปสัมผัสมนตร์เสน่ห์ของ “คลองปากประ” ที่อยู่ไม่ไกลจากกัน
เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์ของผืนน้ำกว้างใหญ่ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนหลอมรวมเป็นภาพงดงามอย่างมีเอกลักษณ์
คลองปากประตั้งอยู่บริเวณบ้านปากประ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางน้ำที่เชื่อมโยงกับทะเลหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลา
สายน้ำแห่งนี้หล่อเลี้ยงชุมชนและเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน
เฝ้ารอแสงแรกเหนือคลองปากประ
เราตื่นกันแต่เช้ามืด เพื่อออกไปเฝ้ารอชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นที่คลองปากประ ในช่วงเวลาที่ท้องฟ้ายังแต่งแต้มด้วยสีครามและม่วงอ่อน เมฆก้อนใหญ่ลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า
ผืนน้ำสะท้อนสีของท้องฟ้าเป็นริ้วระยับ ขณะที่เงาของยอยักษ์เรียงรายอยู่กลางน้ำ ราวกับประติมากรรมที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันสร้างขึ้น
เมื่อแสงแรกเริ่มปรากฏ ขอบฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทอง แสงอาทิตย์ส่องลงบนผืนน้ำกว้างใหญ่
เกิดเป็นประกายระยิบระยับทอดยาวไปตามลำน้ำ ภาพของยอยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงอรุณยิ่งดูโดดเด่นและน่าประทับใจ
เรือประมงลำเล็กแล่นผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ บางลำกำลังมุ่งหน้าไปทำงาน ขณะที่บางลำพานักท่องเที่ยวออกมาชื่นชมทัศนียภาพยามเช้า
ภาพทั้งหมดผสมผสานกันอย่างลงตัว จนทำให้คลองปากประเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีเสน่ห์แตกต่างจากสถานที่อื่น ๆ
ยอยักษ์ ภูมิปัญญาที่อยู่คู่สายน้ำ
สิ่งที่ทำให้คลองปากประมีเอกลักษณ์โดดเด่น คือ “ยอยักษ์” เครื่องมือประมงพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล
โครงสร้างทำจากไม้ไผ่หรือไม้รวก ประกอบเป็นคานและเสารองรับตาข่ายผืนใหญ่ที่ขึงอยู่เหนือผิวน้ำ รูปทรงของคานและเชือกที่ทอดโค้งขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็นภาพจำของคลองแห่งนี้
แม้ยอจะมีขนาดใหญ่และดูหนัก แต่ชาวประมงสามารถควบคุมการยกขึ้นลงได้ด้วยระบบคาน เชือก และรอก ซึ่งช่วยผ่อนแรงในการทำงาน
นับเป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนความเข้าใจธรรมชาติและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของคนในท้องถิ่น
วิธีทำประมงคือหย่อนตาข่ายลงไปในน้ำ รอให้สัตว์น้ำเข้ามาในบริเวณยอ แล้วจึงค่อย ๆ ยกตาข่ายขึ้น
เมื่อมีปลาและสัตว์น้ำติดขึ้นมา ชาวประมงจะใช้สวิงหรืออุปกรณ์ด้ามยาวช้อนขึ้นจากตาข่าย ก่อนหย่อนยอลงไปเริ่มต้นรอบใหม่
การยกยอจึงไม่ใช่เพียงการจับปลาเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ยังเป็นวิถีที่สืบทอดความรู้และทักษะจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ล่องเรือชมยอยักษ์อย่างใกล้ชิด
หลังจากเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นและบรรยากาศยามเช้าจากบริเวณสะพานปากประแล้ว เราก็ลงเรือเพื่อออกไปชมยอยักษ์ในระยะใกล้
เมื่อเรือแล่นเข้าไปกลางผืนน้ำ เราจึงมองเห็นรายละเอียดของโครงสร้างไม้ เสาค้ำยัน เชือก และตาข่ายที่ไม่อาจสังเกตได้ชัดจากฝั่ง
ยอยักษ์แต่ละแห่งมีรูปทรงและสภาพแตกต่างกันไป บางแห่งมีตาข่ายขนาดมหึมาห้อยอยู่เหนือผิวน้ำ บางแห่งมีชานไม้สำหรับให้ชาวประมงขึ้นไปควบคุมอุปกรณ์
เมื่อมองจากบนเรือ ยอยักษ์เหล่านี้ดูคล้ายโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ทอดตัวอยู่เหนือผืนน้ำกว้าง ท่ามกลางท้องฟ้าและแนวสีเขียวของพืชพรรณริมฝั่ง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
การได้เห็นยอยักษ์จากระยะใกล้ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า เบื้องหลังภาพถ่ายอันงดงามนั้น มีทั้งความรู้ ความชำนาญ และการทำงานที่ต้องอาศัยความอดทนของชาวประมงซ่อนอยู่
จากผืนน้ำกว้าง สู่คลองเล็กและบ้านเรือนริมฝั่ง
เมื่อชมทัศนียภาพกลางน้ำกันพอสมควรแล้ว เราก็แล่นเรือเข้าไปตามลำคลอง เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมสายน้ำ
ทิวทัศน์ค่อย ๆ เปลี่ยนจากผืนน้ำกว้างใหญ่เป็นคลองที่มีต้นไม้เขียวครึ้มขึ้นอยู่สองฝั่ง บ้านเรือนและเพิงไม้สำหรับทำประมงตั้งอยู่ใกล้ริมน้ำ
ยอยักษ์บางแห่งสร้างอยู่ริมฝั่ง บางแห่งยื่นออกไปในลำน้ำ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ผูกพันกับการทำประมงอย่างแนบแน่นเพียงใด
ระหว่างทาง เรายังได้เห็นชาวประมงออกเรือไปทำมาหากิน บางคนควบคุมยออยู่บนชานไม้ บางคนพายหรือขับเรือลำเล็กไปตามลำน้ำ
ภาพเหล่านี้เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และทำให้การล่องเรือครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการออกมาชมวิว
คลองปากประจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ
… แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน และมองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
เสน่ห์ของคลองปากประ ที่อยากให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
ความงดงามของคลองปากประไม่ได้อยู่ที่พระอาทิตย์ขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ภาพของผืนน้ำที่เปลี่ยนสีไปตามแสงของวัน
… เงาสะท้อนของยอยักษ์ที่ทอดยาวอยู่กลางน้ำ เรือประมงที่แล่นผ่านไปมา และวิถีชีวิตของผู้คนที่ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับคนรักการถ่ายภาพ ที่นี่มีองค์ประกอบให้เก็บภาพได้หลากหลาย ตั้งแต่ท้องฟ้ายามรุ่งสาง ยอยักษ์ที่เรียงรายอยู่เหนือผืนน้ำ ภาพย้อนแสงของชาวประมง ไปจนถึงบรรยากาศร่มรื่นของคลองสายเล็กที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางพรรณไม้เขียวขจี
แต่สำหรับเรา สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดอาจไม่ใช่ภาพใดภาพหนึ่ง หากเป็นความรู้สึกที่ได้ออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด ได้เห็นวันใหม่ค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้น และได้พบว่าท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ยังมีผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ผูกพันกับสายน้ำและประกอบอาชีพด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา
หากมีโอกาสมาเยือนทะเลน้อย อย่าลืมแบ่งเวลาให้คลองปากประสักหนึ่งช่วงเช้า ลองออกมารอแสงแรกบนสะพาน แล้วลงเรือล่องไปชมยอยักษ์และวิถีชีวิตของชาวประมงอย่างใกล้ชิด
เพราะบางครั้ง ความทรงจำที่งดงามที่สุดของการเดินทาง อาจไม่ใช่การได้ไปถึงสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่อยู่ที่การได้หยุดมองโลกอย่างช้า ๆ และสัมผัสเรื่องราวของผู้คนที่ดำเนินชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
คลองปากประ — ที่ซึ่งแสงแรกของวันแต่งแต้มผืนน้ำ และยอยักษ์บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมาเนิ่นนาน
พัทลุง… เมืองแห่งธรรมชาติ วิถีชีวิต และความงดงามที่รอให้เราออกไปค้นพบ
ะโชว์กุ้งตัวใหญ่ที่จับมาได้ให้ชมกัน
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย