Nikkei Asia ระบุว่า นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน Apple มีแนวทางระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินจำนวนเครื่องที่จะจัดส่ง
โดยคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสำหรับเดือนตุลาคม ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ถูกปรับลดลงอย่างน้อย 15% เมื่อเทียบกับจำนวนที่ Apple เคยร้องขอไว้ในตอนแรก
ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ กำลังเร่งเข้าจองกำลังการผลิตชิปขั้นสูงและกว้านซื้อชิปหน่วยความจำ เพื่อนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Apple ปรับขึ้นราคา iPad และ MacBook โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถแบกรับต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูล ที่พุ่งสูงขึ้นต่อไปได้อีกแล้ว
ซึ่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลของอุตสาหกรรม AI
Nikkei Asia รายงานเพิ่มเติมว่า ความต้องการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อ่อนตัวลง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม
อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการที่ Apple เปลี่ยนกำหนดการเปิดตัว iPhone รุ่นต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
โดยได้เลื่อนการเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน และ iPhone Air รุ่นถัดไป ออกไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ
เมื่อเดือนที่ผ่านมา Apple เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด ได้แก่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max พร้อมกับโทรศัพท์จอพับรุ่น Duo
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีราคาเริ่มต้นที่ 1,199 ดอลลาร์ และ 1,299 ดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าราคาเริ่มต้นของ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max อยู่ 100 ดอลลาร์
ขณะเดียวกัน เมื่อ Apple เพิ่มฟีเจอร์ AI ให้กับ iPhone และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากขึ้น