วันนี้ เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เจาะเศรษฐกิจ “กว่างโจว” ผลิตตั้งแต่เสื้อผ้า จนถึงรถบินได้ มี GDP ต่อหัวสูงกว่าไทย 3.5 เท่า

กว่างโจวเมืองเดียว ผลิตสินค้าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ มองแบบนี้คงไม่ผิดนัก
เพราะเมืองนี้
- เป็นทั้งศูนย์กลางแฟชั่น อย่าง MINISO, Urban Revivo และ SHEIN
- เป็นต้นกำเนิดแบรนด์รถยนต์ชื่อดัง อย่าง GAC
- ไปจนถึงนวัตกรรมยานยนต์บินได้ อย่าง XPENG และ EHang
แล้วแบรนด์เหล่านี้ กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟือง ขับเคลื่อนเมืองกว่างโจว
ให้กลายเป็นเมืองรายได้สูงได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
กว่างโจวเมืองเดียวมีประชากรอยู่ที่ 18.7 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 87% ของ GDP ไทย
เมื่อหารดูแล้ว ชาวเมืองกว่างโจว ก็จะมี GDP เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 850,000 บาทต่อปี สูงกว่าไทยถึง 3.5 เท่า
ซึ่งการที่เมืองกว่างโจว โดดเด่นด้านอุตสาหกรรม การค้า และแฟชั่น ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เพราะกว่างโจว เคยเป็นเมืองท่าเพียงแห่งเดียวในประเทศจีน ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้ากับชาวต่างชาติ มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง
ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของกว่างโจว ที่อยู่ติดทะเลทางตอนใต้
ทำให้เมืองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม ที่ส่งออกสินค้าต่าง ๆ อย่างผ้าไหม สิ่งทอ ใบชา และเครื่องปั้นดินเผา ผ่านทางทะเลไปยังทั่วทุกมุมโลก
และเมื่อเข้าสู่ยุคที่จีนเปิดประเทศ กว่างโจว ก็ได้ใช้ DNA ของการเป็นเมืองท่าการค้านี้ ต่อยอดไปสู่การเป็นเมืองแห่งงานแสดงสินค้า
และหัวใจสำคัญ ที่ทำให้กว่างโจวกลายเป็นศูนย์กลางการค้าโลก นั่นคือการเป็นเมืองตัวแทนหมู่บ้านของประเทศจีน เพื่อใช้สำหรับจัดงาน Canton Fair
Canton Fair เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มาตั้งแต่ยุคที่จีนยังปิดประเทศ
มาจนถึงวันนี้ งาน Canton Fair ได้กลายเป็นมหกรรมค้าส่งระดับโลก บนพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่กว่า 1.5 ล้านตารางเมตร ที่รวมเอาโรงงาน ซัปพลายเออร์ และผู้ผลิตนับหมื่นราย มาพบกับผู้ซื้อจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กว่างโจว มีซัปพลายเชนด้านแฟชั่นและสิ่งทอที่แข็งแกร่งที่สุด
โดยห่วงโซ่อุปทานด้านสิ่งทอ ที่ครบวงจรที่สุด ก็คือการเป็น..
- ศูนย์รวมวัตถุดิบ โดยกว่างโจว เป็นที่ตั้งของตลาดผ้าจงต้า เปรียบเสมือนเป็นย่านสำเพ็งและพาหุรัดของไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า
ตลาดผ้าจงต้า เป็น One Stop Service สำหรับแฟชั่นดิไซเนอร์ ซึ่งได้รวมเอาห้างค้าส่งผ้านับสิบแห่ง ร้านค้ามากกว่า 20,000 ร้าน และมีวัตถุดิบ สิ่งทอ อุปกรณ์ตกแต่ง กระดุม ซิป ไปจนถึงลูกไม้ทุกชนิดในโลกมารวมกันอยู่ที่นี่ ไม่ต้องเสียเวลานำเข้าวัตถุดิบมาจากนอกประเทศเลย
- เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ที่หนาแน่นที่สุดในโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสินค้าแฟชั่น และไลฟ์สไตล์
กว่างโจว มีโรงงาน OEM ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ กระจายอยู่รอบตัวเมือง และเมืองใกล้เคียงกว่างโจว อย่างเมืองตงกวน เมืองฝอซาน และเมืองจงซาน
ที่น่าสนใจคือ โรงงานส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ ไม่ใช่แค่โรงงานขนาดยักษ์ที่รับทำออร์เดอร์ทีละเป็นแสนชิ้นเท่านั้น
แต่ยังมีโรงงาน OEM ขนาดเล็กถึงขนาดกลางนับหมื่นแห่ง ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมที่จะเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจให้กับกลุ่ม SME ที่ไม่ได้มีอำนาจต่อรองสูงเหมือนรายใหญ่ ให้สามารถตั้งตัวและต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้ง่าย ๆ
- ตลาดค้าส่ง โรงงาน และตลาดลูกค้า เชื่อมต่อกันด้วยโลจิสติกส์ที่ไร้รอยต่อ
วัตถุดิบจากตลาดค้าส่ง ส่งตรงไปยังโรงงานด้วยระบบทางด่วนทั่วทั้งเมืองที่เชื่อมต่อกันไม่ถึงชั่วโมง
และส่งตรงไปหาตลาดลูกค้าขนาดใหญ่กว่า 40 ล้านคน ในเมืองกว่างโจวและเมืองรอบ ๆ
และยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ที่อยู่รอบ ๆ มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีฐานลูกค้ารวมกัน 128 ล้านคน หรือคิดเป็น 2 เท่าของประชากรทั้งประเทศไทย ด้วยบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ในจีน ที่คิดค่าบริการราคาถูก โดยสินค้าสามารถส่งไปถึงที่หมายได้ไวภายในวันเดียว
นอกจากในประเทศแล้ว กว่างโจวก็ยังเป็นฮับขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ โดยมีท่าเรือกว่างโจว ท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก เป็นประตูหลักในการเปิดตลาดและส่งออกสินค้า
เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกัน ทั้งวัตถุดิบแบบ One Stop Service โรงงานที่มีความยืดหยุ่นสูง
และระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพมาก
เลยเกิดเป็น Speed หรือความเร็วในการตอบสนองเทรนด์ต่าง ๆ ที่สามารถ Impact ไปทั่วโลกได้
และจากห่วงโซ่อุปทานระดับเทพของเมืองกว่างโจว ก็กลายเป็นรากฐานสำคัญของการเกิด 3 แบรนด์ระดับโลก นั่นคือ
1. SHEIN แบรนด์เสื้อผ้า Fast Fashion ยุคใหม่ที่ไม่มีหน้าร้านเลย
โดย SHEIN มีอัลกอริทึมที่สามารถวัดเทรนด์ได้แบบ Real-Time
เมื่อระบบหลังบ้านเริ่มค้นพบว่าเสื้อผ้าหรือแฟชั่นไหน ที่เริ่มจะฮิตขึ้นมา ทีมดิไซเนอร์ก็จะวิ่งไปเลือกผ้าที่ตลาดผ้าจงต้าเลยทันที และส่งแบบให้กับโรงงาน OEM รายย่อยที่มีอยู่นับพันแห่งรอบเมืองกว่างโจว
หากเสื้อผ้ารุ่นนั้นขายดี โรงงานก็พร้อมขยายกำลังการผลิตเพิ่ม พร้อมกับส่งไปหาลูกค้าทั่วโลกภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน
2. Urban Revivo แบรนด์เสื้อผ้า Fast Fashion ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Zara ของเอเชีย
โดย Urban Revivo ใช้ประโยชน์จากแหล่งวัตถุดิบที่หนาแน่น และโรงงานตัดเย็บที่มีความพร้อมมาก ๆ ในเมืองกว่างโจว ทำให้ Urban Revivo สามารถออกสินค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยแต่ละปีจะมีสินค้าใหม่วางขายอยู่หน้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 SKU
ปัจจุบันแบรนด์ Urban Revivo มีหน้าร้านอยู่ทั่วโลกประมาณ​ 400 สาขา รวมถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ Urban Revivo ก็ยังมีแบรนด์ลูกอย่าง BENLAI ซึ่งเป็นเสื้อผ้าแบบเรียบง่าย ที่พร้อมท้าชนกับ Uniqlo จากฝั่งญี่ปุ่น
นอกจากกว่างโจว จะเก่งเรื่อง OEM เสื้อผ้าแล้ว โรงงานในเมืองก็พร้อมที่จะผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือของใช้ทั่ว ๆ ไปที่มีคุณภาพสูง และราคาดีส่งออกไปทั่วโลกด้วย
ซึ่งแบรนด์ที่เป็นผู้นำของตลาดนี้ ก็คือ
3. MINISO เรารู้จักกันดีอยู่แล้วว่าร้านนี้ขายสินค้าเก๋ ๆ สวย ๆ ในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้
MINISO ใช้กว่างโจวให้กลายเป็นศูนย์กลางการคัดสรรสินค้า และการควบคุมการผลิต
โดยใช้ประโยชน์จากโรงงานผลิตของใช้พลาสติก ของแต่งบ้าน เครื่องเขียน และของเล่น ที่กระจายอยู่รอบ ๆ เมืองกว่างโจว และมณฑลกวางตุ้ง และส่งออกขายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แถมยังอยู่ถูกที่อย่างเมืองกว่างโจว ทำให้ MINISO สามารถผลิตสินค้าดิไซน์ใหม่ ๆ ออกมาเติมเต็มหน้าร้านได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ถูกจนคู่แข่งสู้ได้ยาก
ซึ่ง MINISO ก็มีแบรนด์ลูกอย่าง TOPTOY อีกหนึ่งร้านอาร์ตทอยยอดฮิตในประเทศจีน
แต่แบรนด์แฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งโลกนี้ ยังเป็นแค่หน้าฉาก ที่ทำให้เมืองกว่างโจว โดดเด่น
และสิ่งที่ผลักดันให้เมืองกว่างโจว กลายเป็นมหานครที่มี GDP สูงติดอันดับ Top 4 ของประเทศจีน ก็มาจากอุตสาหกรรมหนัก อย่างยานยนต์
โดยตอนนี้ มี 2 ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ ที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองกว่างโจว
- GAC Group หรือ Guangzhou Automobile Group เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของวงการรถยนต์จีน ที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลเมืองกว่างโจวในปี 1997
โดย GAC ไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างแบรนด์ตัวเองตั้งแต่แรก แต่เลือกเปิดโอกาสให้ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์ญี่ปุ่นอย่าง HONDA และ TOYOTA เข้ามาร่วมทุนเพื่อเปิดโรงงานผลิตในเมืองกว่างโจว
นอกจากการร่วมทุนครั้งนี้ จะสร้างรายได้มหาศาลให้กับเมืองแล้ว ชาวกว่างโจว ก็ยังได้องค์ความรู้ทั้งระบบการผลิต ชิ้นส่วนอะไหล่ และเทคโนโลยีระดับโลก เข้ามาจนเกิดเป็นนิคมอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดยักษ์ล้อมรอบเมือง
ก่อนจะต่อยอดไปสร้างแบรนด์ตัวเองอย่าง Trumpchi และแบรนด์รถไฟฟ้า AION ในปี 2017
- XPENG เป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของจีน ก่อตั้งขึ้นในเมืองกว่างโจวเมื่อปี 2014 โดยวิศวกรยานยนต์ 2 คนจาก GAC Group
ซึ่ง XPENG แตกต่างจากค่ายรถยนต์จีนค่ายอื่น ๆ คือการไม่ลงไปสู้ในสงครามราคา หรือลดต้นทุนเพื่อแข่งกับค่ายอื่น
โดย XPENG ทุ่มงบ R&D มหาศาล พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติอย่าง XNGP และคิดค้นชิป AI ประมวลผลภายในรถด้วยตัวเอง เพื่อให้รถยนต์สามารถเลี้ยว หลบหลีก ค้นหาเส้นทาง และจอดเองในสภาพการจราจรที่ซับซ้อนของเมืองใหญ่ ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด
และ XPENG กำลังนำเมืองกว่างโจวก้าวเข้าสู่อนาคตด้วยการพัฒนา “รถยนต์บินได้” ผ่านบริษัท XPENG AeroHT ที่เน้นวิจัยเทคโนโลยีการบินและยานยนต์บินได้โดยเฉพาะ
แถม XPENG AeroHT ยังได้สร้างโรงงานผลิตรถยนต์บินได้ขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก ขึ้นในเมืองกว่างโจวอีกด้วย
ซึ่งเทคโนโลยีรถยนต์บินได้ของจีนตอนนี้ ก็ไม่ได้มีแค่ของ XPENG AeroHT เพียงเจ้าเดียว แต่ยังมีผู้ท้าชิงอีกราย ที่อยู่ในเมืองเดียวกัน นั่นก็คือแบรนด์ EHang (อีแฮง)
EHang คืออีกหนึ่งบริษัทในกว่างโจว ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการการบินระดับโลก
โดยได้พัฒนาแท็กซี่ไร้คนขับบนอากาศ ซึ่งเป็นโดรนโดยสารลำแรกของโลก ที่ได้รับใบอนุญาตบินเชิงพาณิชย์
จากการถือกำเนิดขึ้น ของทั้งแบรนด์ EHang และ XPENG AeroHT ในเมืองเดียวกัน ก็กลายเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ตอกย้ำว่ากว่างโจวไม่ได้เป็นเพียงมหานครแห่งแฟชั่น หรือเมืองหลวงแห่งโรงงาน OEM เท่านั้น
แต่กว่างโจว กำลังจะเป็นเมืองที่เปลี่ยนโลก ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางแห่งยานยนต์บินได้ ของโลกอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าเมืองกว่างโจว ก็เป็นเมืองที่มีธุรกิจ ที่เป็นส่วนผสมระหว่างแบรนด์ระดับโลก และนวัตกรรมระดับโลกได้อย่างลงตัว
ด้วยการเป็นเจ้าของแบรนด์ และเป็นเจ้าของสินค้าที่สามารถตีตลาดโลกได้
ก็ทำให้ขนาดเศรษฐกิจของกว่างโจวตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั้น เติบโตเฉลี่ยถึง 6% ต่อปี
ปี 2015 GDP อยู่ที่ 8.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64% ของ GDP ไทย
ปี 2020 GDP อยู่ที่ 12.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 82% ของ GDP ไทย
ปี 2025 GDP อยู่ที่ 16.1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 87% ของ GDP ไทย
 
จากเรื่องราวของเมืองกว่างโจว จะเห็นว่าเมืองนี้ เติบโตได้จากหลายมุม
ทั้งในมุมของการค้า กว่างโจวคือผู้ชนะที่มอบความเร็วระดับโลกให้กับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่าง SHEIN, Urban Revivo และ MINISO
มุมมหาอำนาจยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยยักษ์ใหญ่อย่าง GAC Group
และในมุมของนวัตกรรม กว่างโจวก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างยานยนต์บินได้ ซึ่งนำโดย XPENG และ EHang
ทั้งหมดนี้ เกิดจากการวางรากฐานด้านซัปพลายเชนอย่างแยบยล ตั้งแต่ผ้าบนดิน ไปจนถึงยานยนต์บนท้องฟ้า..
โฆษณา