Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 10:34 • หนังสือ
บทที่ 275 ความยินดี
เมื่อเห็นเสิ่นหนิงค่อย ๆ หมดลมหายใจ ไทเฮาจึงปล่อยมือออกอย่างกะทันหัน ร่างทั้งร่างสั่นเทา ก่อนจะหันไปมองเสิ่นเจวี๋ย
“อย่ามาโทษข้า เป็นเสิ่นเจวี๋ยที่บีบบังคับข้า…”
เสิ่นเจวี๋ยมองนางด้วยสายตาเย็นชา รู้สึกเพียงคลื่นไส้สะอิดสะเอียน
ศพของเสิ่นหนิงถูกนำออกมา จากนั้นประตูห้องพักก็ถูกลงกลอนอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงด่าทออย่างคลุ้มคลั่งของไทเฮา เสิ่นเจวี๋ยมองดูองครักษ์ตอกแผ่นไม้ปิดประตูและหน้าต่างด้วยตาตนเอง ปล่อยให้กลิ่นเหม็นเน่าอันน่าขยะแขยงและตัวไทเฮาถูกขังอยู่ภายในนั้น
“อีกเจ็ดวันค่อยมาเก็บศพ นำไปฝังในสุสานหลวง ให้ฝังนางไว้กับอดีตฮ่องเต้” เสิ่นเจวี๋ยสั่งการ
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เสิ่นเจวี๋ยมองแสงแดดเจิดจ้าที่ส่องลงมา ทว่ากลับค่อย ๆ หลับตาลง รู้สึกเพียงความเหนื่อยล้า
ตามแผนการแล้ว เขาควรไปหาเสิ่นซี เพื่อส่งอีกฝ่ายออกเดินทางด้วยมือตนเองเช่นกัน
แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ เสิ่นเจวี๋ยก็ยังไม่อยากขยับเท้า
เขาเหนื่อยล้าเหลือเกินจากการต้องรับมือกับเรื่องราวเพียงลำพัง วันนี้ไม่อยากให้เรื่องใดมารบกวนจิตใจอีกแล้ว
วังหลวงช่างทำให้เขาสะอิดสะเอียนจริง ๆ เขาสังหรณ์ใจว่าเสิ่นซีกับเฉียวหว่านสองคนสารเลวนั่น จะยิ่งทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้มากกว่าเดิมเสียอีก
“จับเสิ่นซีกับเฉียวหว่านขังไว้ในคุกหลวง” เสิ่นเจวี๋ยสั่ง “ให้ดำเนินคดีในข้อหากบฏ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วก็ให้คนเตรียมรถม้า” น้ำเสียงของเสิ่นเจวี๋ยผ่อนคลายลงเล็กน้อย “เปิ่นหวางจะกลับจวน”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
……
หลังจากเฉียวอวิ้นกลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำชำระร่างกาย และเช็ดผมจนแห้งแล้ว นางก็กินอาหารไปได้เพียงสองคำก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงมุดหัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วหลับสนิท ราวกับไม่รับรู้วันคืน
หลายวันมานี้ นางทั้งเป็นกังวลทั้งเสียใจ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจก็เหนื่อยล้าแทบหมดแรง
ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน เฉียวอวิ้นจึงผ่อนคลายไปทั้งตัว ราวกับสายธนูที่ขึงตึงมานาน ในที่สุดก็ได้หยุดพักเสียที
หลังจากนางตื่นจากการหลับใหลอย่างเต็มอิ่มและพลิกตัว ก็พบว่าตนเองถูกใครบางคนกอดไว้แน่นจากด้านหลังเสียแล้ว
ไม่ต้องมอง นางก็รู้ว่าเป็นเสิ่นเจวี๋ย
เขาอาบน้ำมาแล้วเช่นกัน ร่างกายอุ่น ๆ ทั้งยังหอมกรุ่นเหมือนทุกครั้ง เขาฝังปลายจมูกลงในเส้นผมของนางอย่างเคยชิน ดูคล้ายกับว่ากำลังหลับอยู่
เมื่อเฉียวอวิ้นขยับตัวและคิดจะลุกขึ้น เขากลับยิ่งกระชับอ้อมแขนกอดนางแน่นกว่าเดิม
เอาละ ไม่ได้หลับอยู่จริง ๆ ด้วย
เฉียวอวิ้นค่อย ๆ ผลักเขาเบา ๆ เสิ่นเจวี๋ยจึงคลายแขนออกเล็กน้อย นางเลยเปลี่ยนท่าหันหน้าเข้าหาเขา
เสิ่นเจวี๋ยดึงนางกลับเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ท่านพี่ ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เฉียวอวิ้นใช้นิ้วจิ้มมุมปากเขา “ท่านแกล้งหลับนี่นา”
เสิ่นเจวี๋ยหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็พลิกตัวอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป กดนางลงไว้ใต้ร่างของตน
“อืม ตื่นนานแล้ว” เสิ่นเจวี๋ยจูบเบา ๆ ที่โคนหูของนาง พลางกระซิบข้างหู “เห็นเจ้าหลับสบาย จึงไม่อยากปลุก”
เฉียวอวิ้นถูกเขาทำให้จั๊กจี้จนอยากผลักเขาออกไป แต่กลับถูกเขาจับมือทั้งสองข้างไว้ แล้วกดลงเหนือศีรษะ
“บาดแผลดีขึ้นบ้างหรือยัง” เสิ่นเจวี๋ยถามเสียงเบา
“หืม?” เฉียวอวิ้นไม่ทันตั้งตัวอยู่ชั่วขณะ “บาดแผลอะไรหรือเจ้าคะ? อ๊ะ…”
เสิ่นเจวี๋ยไม่รอให้นางนึกออก ก็ลงมือตรวจดูด้วยตนเองแล้ว
เขาตรวจดูอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เหตุใดจึงมีเลือด…”
เฉียวอวิ้นสะดุ้งตกใจ รีบเปิดผ้าห่มดู ก่อนใบหน้าจะพลันแดงก่ำ
“ข้า…ข้า…ประจำเดือนมาเจ้าค่ะ ไม่ทันสังเกตเลย”
เสิ่นเจวี๋ยจึงอุ้มนางขึ้นมา แล้วเรียกคนเข้ามาเปลี่ยนเครื่องนอน
เฉียวอวิ้นหน้าแดงระเรื่อ ซุกศีรษะลงในอ้อมอกของเขา
หลังจากเปลี่ยนเครื่องนอนชุดใหม่ที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว เสิ่นเจวี๋ยก็อุ้มนางไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปเลือกชุดนอนใหม่มาสองชุดอย่างไม่รีบร้อน
“ท่านพี่?” เฉียวอวิ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้า” ในที่สุดเสิ่นเจวี๋ยก็วางนางลงบนพื้น แล้วช่วยแก้สายคาดเสื้อให้นาง
จากนั้นเขายังช่วยสวมผ้าคาดประจำเดือนให้นางด้วยตนเอง
สิ่งนี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้เห็นมาก่อนเช่นกัน เพียงแต่เคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งตอนเฉียวอวิ้นใช้มัน
เฉียวอวิ้นขยับตัวอย่างประหม่าเล็กน้อย
“หลบอะไร” เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ เสิ่นเจวี๋ยก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
“ข้ารับปากแม่นมจิ่นเหยียนไว้แล้วว่าจะดูแลเจ้าให้ดี”
เขาอุ้มนางไว้ในอ้อมแขน พลางปลอบโยนนางอย่างแผ่วเบา
“เรื่องที่ท่านจะดูแลข้า ตอนที่พวกเราไปหมู่บ้านมี่อวิ๋นกันตามลำพัง ยังถือเป็นคำสัญญาอยู่หรือไม่เจ้าคะ” เฉียวอวิ้นถาม
“แน่นอนว่ายังเป็นคำสัญญา” เสิ่นเจวี๋ยจูบหน้าผากนางเบา ๆ
“เป็นคำสัญญาไปชั่วชีวิต”
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางเสร็จแล้ว เสิ่นเจวี๋ยก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของตนเองบ้าง
เฉียวอวิ้นชะงักไป “ท่านก็จะเปลี่ยนด้วยหรือเจ้าคะ”
“อืม” เสิ่นเจวี๋ยชี้ให้ดูชายชุดนอนของตนเอง ซึ่งตอนที่อุ้มนางเมื่อครู่ก็เปื้อนเลือดเช่นกัน
เฉียวอวิ้นรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที “ขอโทษ…”
นางยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นเจวี๋ยก็โน้มตัวลงมาจูบริมฝีปากของนาง ตัดบทคำขอโทษเอาไว้
เฉียวอวิ้นมองเขาอย่างเหม่อลอย แต่เสิ่นเจวี๋ยกลับลูบศีรษะนางเบา ๆ
“ก่อนหน้านี้ไม่ได้พูดกันไปแล้วหรือ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา “จะขอโทษไปทำไม นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเสียหน่อย”
“แต่ข้าไม่ทันสังเกตให้เร็วกว่านี้…” เฉียวอวิ้นกล่าว
“แล้วอย่างไรเล่า”
เสิ่นเจวี๋ยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอุ้มนางขึ้นมา แล้วทั้งสองก็เอนกายลงบนเตียงด้วยกัน
เสิ่นเจวี๋ยโอบนางไว้ในอ้อมแขน ใช้มือกุมหน้าท้องให้นางอย่างอบอุ่น ทั้งสองแนบชิดสนิทสนม ราวกับเป็นร่างเดียวกันที่ประกบเข้ากันได้อย่างพอดี
“ท่านพี่…” เฉียวอวิ้นเอ่ยเสียงเบา
“หืม?”
“ข้าชอบท่านมากเลยเจ้าค่ะ”
“อืม” มุมปากของเสิ่นเจวี๋ยยกขึ้น “ข้ารู้”
“แล้วท่านชอบข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“ข้ารักเจ้า”
“ฮิฮิ”
เฉียวอวิ้นพลิกตัวมุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ดวงตาหยีโค้งด้วยรอยยิ้ม
“ท่านพี่”
“หืม?” เสิ่นเจวี๋ยขยับท่าทาง เพื่อให้นางนอนสบายยิ่งขึ้น
“ต้องทำอย่างไรถึงจะมีลูกได้หรือเจ้าคะ”
“…”
เสิ่นเจวี๋ยก้มลงมองนาง ไม่รู้จริง ๆ ว่าในหัวเล็ก ๆ ของนางกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่บ้าง
“หลังจากเจ้าถูกพิษกำหนัด แล้วพวกเราทำเรื่องนั้นกัน ก็จะมีลูกได้”
“ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเจ้าค่ะ แต่ทำไมข้ายังไม่มีลูกเสียที” เฉียวอวิ้นลูบท้องตัวเองอย่างผิดหวังเล็กน้อย “แถมยังมีเลือดไหลด้วย”
“เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่จะมีลูกได้” เสิ่นเจวี๋ยโอบนางเบา ๆ พลางสบตานาง
“พวกเรายังไม่ต้องรีบร้อนมีลูก ดีหรือไม่”
เฉียวอวิ้นกะพริบตาปริบ ๆ “เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ”
“ตอนนี้ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแอมาก” เสิ่นเจวี๋ยใช้มือวัดเอวของนาง เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากนางคลอดลูกขึ้นมาจริง ๆ ร่างกายจะต้องบอบช้ำเพียงใด
“พวกเรารออีกสักสองสามปี รอให้เจ้ามีเนื้อมีหนังขึ้นกว่านี้แล้วค่อยว่ากัน ดีหรือไม่”
เฉียวอวิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
“สามารถควบคุมได้หรือไม่เจ้าคะว่าจะมีลูกเมื่อไร”
“...ก็คงได้กระมัง” เสิ่นเจวี๋ยคิดว่าตนเองคงต้องหาวิธีดูสักหน่อยแล้ว
ยามเย็น หลังจากทั้งสองกินอาหารเสร็จ เสิ่นเจวี๋ยก็จูงมือเฉียวอวิ้นไปเดินเล่นบริเวณใกล้เรือนปรุงยาเพื่อช่วยย่อยอาหาร
บอกว่าเดินย่อยอาหารก็จริง แต่แท้จริงแล้วจุดประสงค์นั้นชัดเจนมาก
บริเวณใกล้เรือนปรุงยา อิ๋นหลานกับหมิงเจิงกำลังนั่งคุยเรื่องศาสตร์แห่งการปรุงยาอยู่ด้วยกัน อิ๋นหลานพูดอย่างออกรสออกชาติ ส่วนนางหมิงเจิงก็ยิ้มรับและคล้อยตามเป็นระยะ
ตอนที่เสิ่นเจวี๋ยกับเฉียวอวิ้นมาถึง ทั้งสองกำลังพูดถึงหยกโอสถที่หมิงเย้าปรุงขึ้นมา
“วิชาลับประจำตระกูลหมิงช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ หยกโอสถชิ้นนั้นประณีตล้ำลึกมาก ไม่รู้ว่าคุณหนูหมิงเย้าใช้วิธีใดในการปรุงขึ้นมา ถึงกับส่งผลต่อท่านอ๋อง ทำให้ท่านอ๋องต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษน้อยลงไปมาก” อิ๋นหลานกล่าวด้วยความทอดถอนใจ
“หืม?” หมิงเจิงชะงักไป “หยกโอสถส่งผลต่อท่านอ๋องได้หรือ”
“ใช่แล้ว” อิ๋นหลานพยักหน้า “ท่านอ๋องบอกว่า ตอนที่เห็นพระชายาครั้งแรก ก็รู้สึกปลอดโปร่งสบายใจแล้ว ยิ่งเข้าใกล้นาง เมื่อได้กลิ่นหอมของยา ก็จะรู้สึกสบายไปทั้งร่างกาย มีสรรพคุณช่วยขับพิษได้ด้วย”
“…” หมิงเจิงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“เป็นไปไม่ได้ สรรพคุณของหยกโอสถจำเป็นต้องอาศัยการสวมใส่ติดตัวเป็นเวลานานจึงจะเห็นผล ต่อให้การเข้าใกล้จะมีผลอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย ก็ไม่มีทางให้ผลลัพธ์มากมายและชัดเจนถึงเพียงนั้น”
หมิงเจิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “คำพูดของท่านอ๋อง บางทีอาจเป็นเพราะสาเหตุอื่น…”
“สาเหตุอะไรหรือ” อิ๋นหลานถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“บางทีอาจเป็นเพราะ…เมื่อมีใจรักต่อผู้ใด เพียงได้พบหน้า ก็ยินดีแล้ว”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย