Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 10:36 • หนังสือ
บทที่ 276 ถุงหอม
เมื่อเฉียวอวิ้นได้ยินคำพูดของทั้งสองคน ก็หันไปมองเสิ่นเจวี๋ยโดยไม่รู้ตัว
“จริงหรือเจ้าคะ ท่านพี่”
ใบหูของเสิ่นเจวี๋ยขึ้นสีแดงระเรื่อ ทว่าสีหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง เขาเอ่ยช้า ๆ ว่า
“อาจจะกระมัง…”
เสียงพูดคุยของทั้งสองทำให้หมิงเจิงกับอิ๋นหลานสังเกตเห็น พวกเขาจึงหันกลับมาพร้อมกัน แล้วก็สบเข้ากับสายตาของเสิ่นเจวี๋ยที่คล้ายยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มเข้าอย่างจัง
ทั้งสองสะดุ้งพร้อมกัน
“ท่านอ๋อง พระชายา เหตุใดจึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้...” อิ๋นหลานหัวเราะแห้ง ๆ พลางเดินเข้ามาประจบ “ทำให้กระท่อมอันซอมซ่อแห่งนี้เปล่งประกายขึ้นมาทันทีเลยพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นเจวี๋ยคร้านจะสนใจเขา จึงหันไปถามหมิงเจิงเท่านั้น
“ท่านน้า พักอยู่ที่นี่สบายดีหรือไม่”
“สบายดีมาก ทั้งยังสะดวกสบายมากด้วย” หมิงเจิงยิ้มกล่าว “ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านในอดีตเลย”
ที่นี่คือเรือนปรุงยาที่เสิ่นเจวี๋ยตั้งใจจัดเตรียมไว้ให้อิ๋นหลานโดยเฉพาะ เรือนปรุงยามีขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้สำหรับให้อิ๋นหลานปรุงและแปรรูปยาโดยเฉพาะ
ด้านหลังเรือนปรุงยามีห้องพักที่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ปกติอิ๋นหลานก็พักอยู่ที่นี่
ตอนนี้หมิงเจิงถูกพาตัวกลับมาแล้ว เสิ่นเจวี๋ยจึงให้เขาเลือกที่พักด้วยตนเอง หมิงเจิงก็เลยเลือกที่นี่เช่นกัน ทำให้ทุกวันเขากับอิ๋นหลานคลุกคลีอยู่ด้วยกัน
เมื่อเฉียวอวิ้นได้ยินหมิงเจิงพูดเช่นนั้น ก็อดสงสัยไม่ได้
“บ้านที่ท่านน้ากับท่านแม่เคยอยู่เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหรือเจ้าคะ”
“คล้ายกันมาก” หมิงเจิงมองเฉียวอวิ้นด้วยแววตาอ่อนโยน “แม้แต่ความอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านก็ยังคล้ายกันมากด้วย”
“ท่านอ๋องเป็นสามีที่ดีคนหนึ่ง ดีมาก ดีจริง ๆ”
ความกังวลที่หมิงเจิงเคยมีอยู่แต่เดิมคลายลงไปไม่น้อย
เดิมทีเขาเป็นห่วงว่าเฉียวอวิ้นบริสุทธิ์และจิตใจดีถึงเพียงนี้ หากไม่ได้พบกับคนที่เหมาะสม ก็มีโอกาสถูกทำให้ผิดหวังได้ง่ายจริง ๆ
แต่เมื่อได้เห็นในตอนนี้แล้ว ท่านอ๋องผู้นี้ไม่ได้ตื้นเขินเหมือนบุรุษทั่วไป เวลาจัดการเรื่องต่าง ๆ ก็พิจารณาอย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน ส่วนความจริงใจที่มีต่อเฉียวอวิ้นนั้นก็เป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย นับว่าเป็นคนที่หาได้ยากยิ่ง
หมิงเจิงยังพบอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนบนหรือล่างในจวนฉีอ๋อง ต่างก็ปฏิบัติต่อเฉียวอวิ้นราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่า บรรยากาศช่างเหมือนกับตระกูลหมิงในอดีตอย่างยิ่ง
ในตอนนั้นหมิงเย้าก็เป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลหมิงอย่างแท้จริง ไม่มีใครไม่รักนาง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนคำนึงถึงนางเป็นอันดับแรก ทุกคนกลัวว่านางจะได้รับความไม่เป็นธรรมแม้เพียงนิดเดียว
หมิงเจิงมองเฉียวอวิ้นแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาเช่นกัน
อย่างน้อย อย่างน้อยในเรื่องนี้ เฉียวอวิ้นก็นับว่าทำให้ความปรารถนาของหมิงเย้าเป็นจริงแล้ว
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสิ่นเจวี๋ยก็เตรียมตัวเข้าวัง
ภายในวังวุ่นวายจนแทบจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน มีเรื่องมากมายรอให้เขาไปจัดการ เมื่อวานเขายังอุตส่าห์หาเวลาว่างในช่วงที่ยุ่งวุ่นวายมาได้บ้าง ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เขาก็กลับเข้าไปในห้องชั้นในอีกครั้ง เมื่อเห็นเฉียวอวิ้นยังกอดผ้าห่มหลับสนิทอยู่ เขาก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปใกล้ แล้วโน้มตัวลงจุมพิตที่มุมปากของนาง
“ฮูหยิน ข้าออกไปข้างนอกก่อนนะ วันนี้เกรงว่าคงไม่ได้กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนเจ้า”
เฉียวอวิ้นส่งเสียงอือออกมาคำหนึ่ง แล้วหันหน้ากลับไปหลับต่อ
ทว่าเสิ่นเจวี๋ยยังไม่ทันได้เดินจากไป เฉียวอวิ้นกลับพลันคล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน นางลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียแล้วร้องเรียกเขาไว้
“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ”
ฝีเท้าของเสิ่นเจวี๋ยชะงัก เขาหันกลับไปมองนาง ก็เห็นว่านางลุกขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือแล้ว กำลังค้นหาบางสิ่งไปทั่ว
“รอก่อนเจ้าค่ะท่านพี่ รอข้าก่อน...”
เฉียวอวิ้นคลำหาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองวางสิ่งของไว้ที่ไหน นางเดินไปค้นหาอยู่ในกล่องใบเล็กบนโต๊ะเครื่องแป้งครู่หนึ่ง จึงหยิบห่อผ้าใบเล็กออกมาได้
เสิ่นเจวี๋ยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม เพียงยืนอยู่ที่เดิมอย่างอดทน มองนางจัดการธุระของตนเอง
จนกระทั่งนางถือห่อผ้าใบเล็กมายัดใส่มือของเขา
“นี่ให้ท่านพี่เจ้าค่ะ”
“ให้ข้าหรือ” เสิ่นเจวี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกโค้งขึ้นนิด ๆ ก่อนค่อย ๆ เปิดห่อผ้าออก
ภายในห่อผ้า มีถุงหอมใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งวางอยู่ให้เห็นอย่างชัดเจน
“ท่านพี่ สุขสันต์วันเกิดเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของเฉียวอวิ้นหวานหยดย้อย นางเงยหน้าขึ้นมองเขา เส้นผมยังคงยุ่งเหยิง กระจายอยู่ด้านหลังอย่างไม่เป็นระเบียบ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายระยิบระยับขณะมองเขา ราวกับสระน้ำที่ใสสะอาดไร้มลทิน
“เจ้า...” นิ้วมือของเสิ่นเจวี๋ยชะงักแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย เขาถึงกับไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไรไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อย ๆ เอ่ยถาม
“นี่คือ...ของขวัญวันเกิดที่เจ้ามอบให้ข้าหรือ”
“อื้อ ๆ” เฉียวอวิ้นตอบอย่างเขินอายเล็กน้อย
“ที่จริง ตอนวันเกิดของเสียนเยว่คราวก่อน ท่านพี่บอกว่าท่านไม่เคยได้รับของขวัญวันเกิดเลย ข้าก็เลยแอบไปถามแม่นมจิ่นเหยียนว่าท่านเกิดวันไหน”
เฉียวอวิ้นมองเขาพลางยิ้มตาหยี “หลังจากแม่นมจิ่นเหยียนบอกข้าแล้ว ข้าก็เริ่มเตรียมของขวัญทันทีเลยเจ้าค่ะ”
“ข้ากำชับองครักษ์ลับทุกคนที่เห็นเรื่องนี้ว่าอย่าเอาไปบอกท่านเด็ดขาด ทั้งยังให้แม่นมจิ่นเหยียนช่วยปิดเป็นความลับด้วย เก่งใช่ไหมล่ะเจ้าคะ ท่านถูกข้าปิดบังจนได้จริง ๆ ด้วย”
เมื่อเห็นท่าทางภาคภูมิใจของนาง เสิ่นเจวี๋ยก็พยายามข่มกลั้นอารมณ์อันรุนแรงที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เก่งจริง ๆ”
หากเป็นคนอื่นที่ร่วมมือกับองครักษ์ลับมาหลอกลวงเขาเช่นนี้ เกรงว่าเขาคงลงโทษและจัดการองครักษ์ลับเหล่านั้นทีละคนไปแล้ว
แต่เมื่อเป็นเฉียวอวิ้นทำเรื่องเช่นนี้ เสิ่นเจวี๋ยกลับรู้สึกเพียงว่าภรรยาตัวน้อยของเขาฉลาดแกมโกงขึ้นทุกวัน ในที่สุดนางก็รู้จักใช้คนเป็นแล้ว
“ข้าคิดอยู่นานเลยว่าจะให้อะไรท่านดี ก่อนหน้านี้ข้าให้สมุดภาพกับเสียนเยว่ไปแล้ว สำหรับของที่จะมอบให้ท่าน ข้าอยากทำอะไรที่ใส่ใจท่านมากกว่านั้นสักหน่อย”
เฉียวอวิ้นพูดต่อว่า “คิดไปคิดมา ข้าก็รู้สึกว่าในเมื่อข้ามีหยกโอสถห้อยเอวพกติดตัว เช่นนั้นก็ควรทำของที่เข้าคู่กันให้ท่านห้อยติดตัวไว้ด้วยเหมือนกัน”
เสิ่นเจวี๋ยมองนางอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะส่งเสียงตอบรับเบา ๆ ว่า “อืม”
“สิ่งนี้ดูเผิน ๆ เหมือนถุงหอม แต่ที่จริงเป็นถุงยาเจ้าค่ะ”
เฉียวอวิ้นเปิดถุงยาออกเพื่อสาธิตให้เขาดู
“ตรงนี้เปิดออกได้ด้วยนะเจ้าคะ”
นิ้วมือขาวเรียวของเฉียวอวิ้นขยับอย่างคล่องแคล่ว นางล้วงควานอยู่ข้างในครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบถุงยาใบเล็กจิ๋วออกมา
“ถุงยาข้างในเปลี่ยนได้ด้วยเจ้าค่ะ” นางอธิบายอย่างละเอียด “ตอนนี้ข้างในใส่ตำรับยาที่ข้าจัดให้ท่าน เป็นยาที่ช่วยบำรุงปอดและทำให้ร่างกายอบอุ่นอย่างอ่อนโยน ข้าเรียนมาจากอิ๋นหลานก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ”
ตอนนี้เองเสิ่นเจวี๋ยถึงนึกขึ้นได้ว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ นางมักจะไปหาอิ๋นหลานที่เรือนปรุงยาอยู่เสมอ ที่แท้นอกจากจะไปเรียนวิชาแพทย์แล้ว นางยังทำสิ่งนี้ด้วย
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาแทบจะหายใจไม่ออก ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันถาโถมเข้าสู่หัวใจ ทำให้เส้นเลือดทั่วร่างร้อนผ่าวขึ้นมา
แต่เฉียวอวิ้นกลับไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา นางก้มหน้าล้วงควานอยู่ข้างในอย่างตั้งใจอีกพักใหญ่ จึงหยิบกระดาษแผ่นเล็กจิ๋วออกมาได้
“นี่เป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ข้าคิดขึ้นมาเองเจ้าค่ะ”
เฉียวอวิ้นหัวเราะคิกคัก พลางคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกให้เขาดู
กระดาษแผ่นเล็กมีขนาดเพียงฝ่ามือ บนนั้นวาดรูปคนตัวจิ๋วสองคน
มองออกได้ว่าเป็นบุรุษกับสตรี บุรุษยืนตัวตรง ส่วนสตรีปักปิ่นผม ทั้งสองจูงมือกันอยู่ ข้าง ๆ ยังเขียนข้อความไว้ว่า
‘เฉียวอวิ้นฉลาดหลักแหลม สุขภาพแข็งแรง เสิ่นเจวี๋ยอายุยืนร้อยปี’
หลังจากเฉียวอวิ้นอวดของขวัญทุกชิ้นให้เขาดูแล้ว นางก็ค่อย ๆ ยัดสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าไปข้างใน ก่อนจะยื่นถุงหอมให้เขา
“เดิมทีแม่นมจิ่นเหยียนบอกว่าจะให้ข้าปักลายดอกไม้ แต่ข้ายังเรียนไม่สำเร็จ หลังจากถูกเข็มตำมือไปหลายครั้ง แม่นมจิ่นเหยียนก็เลยซ่อนอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยของข้าไปหมดเลยเจ้าค่ะ”
เฉียวอวิ้นขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“เพราะฉะนั้น ตอนนี้บนถุงหอมก็เลยไม่มีลวดลายอะไรเลย หากท่านพกออกไปข้างนอก จะดูไม่สวยเท่าถุงหอมของคนอื่นหรือไม่เจ้าคะ”
เสิ่นเจวี๋ยเงียบมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เมื่อได้ยินนางพูดมาถึงตรงนี้ ในที่สุดเขาก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไป จึงดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนทันที
“แบบนี้สวยที่สุดแล้ว แบบนี้ดีที่สุดแล้ว”
เสียงของเสิ่นเจวี๋ยแหบพร่าเล็กน้อย
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำ ราวกับมีเพียงการได้กอดนางไว้แนบอก ได้ยืนหยัดอยู่บนพื้นดินเท่านั้น จึงจะทำให้เขารู้สึกว่าตนเองได้อยู่บนโลกมนุษย์อย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้เขาเพียงเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างง่าย ๆ ประโยคเดียวเท่านั้น ใครจะคิดว่าภรรยาตัวน้อยของเขาจะ...เตรียมสิ่งต่าง ๆ ไว้ให้เขามากมายถึงเพียงนี้
หางตาของเสิ่นเจวี๋ยแดงเรื่อ เขากอดนางแน่น ลมหายใจหนักหน่วงและเร่งถี่
“ท่านพี่ชอบหรือไม่เจ้าคะ” เฉียวอวิ้นถามเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ชอบ แน่นอนว่าชอบ” เสิ่นเจวี๋ยตอบ
“ฮิฮิ ชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” คราวนี้เฉียวอวิ้นถึงได้วางใจ “แบบนี้วันเกิดของท่านก็จะมีความสุขแล้ว”
เมื่อเสิ่นเจวี๋ยได้ยินคำพูดของนาง เขาแทบไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกของตนเองออกมาอย่างไร
เสิ่นเจวี๋ยผู้นี้มีคุณความดีอันใด ถึงได้มีวาสนาพบกับภรรยาตัวน้อยที่แสนวิเศษเช่นนี้
เป็นภรรยาตัวน้อยของเขาเอง...หัวใจของภรรยาตัวน้อยก็เต็มไปด้วยเขาเช่นกัน
เสิ่นเจวี๋ยกอดเฉียวอวิ้นไว้แล้วจุมพิตนางเนิ่นนาน จนกระทั่งนางแทบหายใจไม่ทัน เขาจึงยอมปล่อยนาง
“ท่านพี่รีบเข้าวังเถิดเจ้าค่ะ” เฉียวอวิ้นหาวหวอด “ข้าจะนอนต่ออีกสักหน่อย”
“ได้”
เสิ่นเจวี๋ยอุ้มนางกลับขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ตอนบ่าย รอเจ้านอนพักจนเต็มอิ่มแล้ว ข้าจะมารับเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง ดีหรือไม่”
“ดีเจ้าค่ะ”
เฉียวอวิ้นไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าจะไปที่ไหน นางตอบตกลงทันที
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย