•
9 ต.ค. เวลา 13:44
สวนเบญจกิติ

สวนป่าเบญจกิติ - พื้นที่พักใจกลางเมืองที่มี Skyline เป็นฉากหลัง

พักใจกลางกรุง มองกรุงเทพฯ จากสวนป่าเบญจกิติ
กรุงเทพฯ อาจเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึก รถ และความเร่งรีบ แต่บางครั้งเราอาจไม่ได้อยากหนีออกจากเมือง แค่อยากหาพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกว่าเมืองช้าลงนิดหนึ่ง และหนึ่งในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกนั้นกับเราได้ดีคือ สวนป่าเบญจกิติ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ทำให้เราได้พักจากความวุ่นวาย โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปต่างจังหวัดหรือวางแผนเที่ยวให้ยุ่งยาก แค่มีเวลาว่างสักช่วงหนึ่งของวัน ก็สามารถออกมาเดินเล่น สูดอากาศ และมองเมืองในมุมที่แตกต่างจากเดิมได้แล้ว
ต้นไม้ บึงน้ำ และตึกสูงในเฟรมเดียวกัน
สิ่งที่เราชอบที่สุดของที่นี่คือ Contrast ระหว่างธรรมชาติกับเมือง ในมุมหนึ่งเราเห็นต้นไม้ บึงน้ำ และทางเดิน แต่พอมองขึ้นไปอีกนิดก็ยังเห็น Skyline ของกรุงเทพฯ อยู่ด้านหลัง มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้ออกจากเมืองไปไหน แค่กำลังมองเมืองจากอีกมุมหนึ่งเท่านั้น
ความน่าสนใจคือองค์ประกอบที่ดูแตกต่างกันเหล่านี้กลับอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว สีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีของอาคารสูง และผิวน้ำยังช่วยสะท้อนภาพของท้องฟ้ากับสิ่งรอบตัว ทำให้บรรยากาศดูสงบกว่าที่คิด สำหรับเรา การได้เห็นธรรมชาติอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ทำให้รู้สึกว่า แม้กรุงเทพฯ จะมีความวุ่นวายมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ช่วยให้เราได้หยุดพักและหายใจได้เต็มที่
ถ้าใครชอบถ่ายภาพ เราคิดว่าการลองจัดองค์ประกอบโดยให้ต้นไม้อยู่ด้านหน้าและตึกสูงอยู่ด้านหลังจะช่วยเล่าเรื่องของสถานที่ได้ดี เพราะภาพเดียวสามารถแสดงให้เห็นทั้งความเป็นธรรมชาติและความเป็นเมืองได้พร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องถ่ายให้เห็นทุกอย่างในเฟรมเดียวเสมอไป บางครั้งการเลือกเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ใบไม้ที่ตัดกับท้องฟ้า หรือเงาของต้นไม้บนผิวน้ำ ก็ทำให้ภาพดูน่าสนใจได้เหมือนกัน
Skywalk ที่ทำให้การเดินเล่นไม่น่าเบื่อ
อีกส่วนที่เป็น Highlight คือทางเดินยกระดับ จากด้านบนเราสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวในมุมที่แตกต่างจากการเดินระดับพื้น และสำหรับคนชอบถ่ายภาพ จุดนี้ถือว่าค่อนข้างสนุก เพราะมีทั้งเส้นนำสายตาของทางเดิน ต้นไม้ และตึกด้านหลัง ยิ่งเดินไปเรื่อย ๆ มุมมองที่เห็นก็เปลี่ยนไป ทำให้การเดินเล่นธรรมดามีอะไรให้สังเกตมากขึ้น
ช่วงที่เราแนะนำเป็นพิเศษคือช่วงเย็น แสงเริ่มนุ่ม อากาศไม่ร้อนเท่าช่วงกลางวัน และถ้าเจอวันที่ท้องฟ้าดี สีของ Sunset จะทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอีกแบบ แสงสีส้มที่ตกกระทบต้นไม้และอาคารช่วยสร้างอารมณ์ให้ภาพดูอบอุ่นขึ้น บางมุมอาจเหมาะกับการถ่ายภาพวิวกว้าง ขณะที่บางมุมก็เหมาะกับการถ่ายภาพเงาหรือเก็บรายละเอียดของธรรมชาติ
นอกจากการถ่ายรูปแล้ว การเดินบนทางยกระดับยังทำให้เราได้ใช้เวลากับตัวเองมากขึ้น เพราะระหว่างทางไม่จำเป็นต้องรีบไปถึงจุดหมาย ลองเดินช้า ๆ มองวิวรอบตัว หรือหยุดพักเพื่อสังเกตสิ่งที่อยู่ตรงหน้า บางทีการได้เปลี่ยนระดับสายตาจากการเดินอยู่บนพื้นขึ้นมามองพื้นที่สีเขียวจากด้านบน ก็ทำให้เราเห็นความสวยงามที่ก่อนหน้านี้อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน
ไม่ต้องมาทำอะไร ก็มาได้
สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับสวนป่าเบญจกิติคือ เราไม่จำเป็นต้องมีกิจกรรมเป็นพิเศษ บางคนมาวิ่ง บางคนมาปั่นจักรยาน บางคนมาถ่ายรูป บางคนมากับเพื่อน หรือบางคนก็แค่เดินคนเดียวพร้อมหูฟัง มันจึงเป็นพื้นที่ที่ให้เราเลือกใช้เวลาในแบบของตัวเอง
สำหรับเรา การเดินเล่นโดยไม่ได้รีบไปไหนประมาณหนึ่งชั่วโมง ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วย Reset สมองได้ดีมาก โดยเฉพาะหลังจากต้องนั่งเรียนหรือทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การได้ลุกออกมาเดิน มองต้นไม้ และอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งช่วยให้รู้สึกเหมือนได้พักจากสิ่งที่ต้องรับผิดชอบชั่วคราว
บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าการพักผ่อนต้องเป็นการไปเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ หรือทำกิจกรรมที่พิเศษกว่าชีวิตประจำวัน แต่จริง ๆ แล้วการมีเวลาว่างให้ตัวเองโดยไม่ต้องทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวก็มีความหมายเหมือนกัน ที่นี่จึงเหมาะกับวันที่เราอยากออกจากห้อง แต่ยังไม่ได้อยากเดินทางไกล หรือวันที่อยากใช้เวลาอยู่กับเพื่อนโดยไม่ต้องเสียเงินกับกิจกรรมมากมาย เพียงแค่เดินคุยกัน หาที่นั่งพัก และชมวิวไปเรื่อย ๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีได้แล้ว
มุมถ่ายรูปเยอะ แต่ไม่จำเป็นต้องมาถ่ายรูปอย่างเดียว
ถ้าดูใน Social Media เราอาจเห็นสวนป่าเบญจกิติในฐานะ Location ถ่ายภาพ และก็จริงว่าที่นี่มีหลายมุมที่ถ่ายออกมาสวย ทั้งวิวต้นไม้ บึงน้ำ ทางเดิน และตึกสูงที่อยู่ด้านหลัง แต่ถ้ามาแล้วมัวแต่หามุมถ่ายรูปทั้งหมด เราอาจพลาดสิ่งที่ดีที่สุดของสถานที่นี้ นั่นคือบรรยากาศ
สำหรับคนที่ชอบทำ Content เราคิดว่าที่นี่สามารถนำเสนอเรื่องราวได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพแนว Lifestyle ภาพวิวเมือง หรือภาพที่เน้นองค์ประกอบทางศิลปะอย่างเส้นนำสายตา กฎสามส่วน และการสะท้อนของแสงบนผิวน้ำ เราสามารถเลือกถ่ายให้ภาพดูเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องแต่งภาพให้มีสีสันจัดจ้านมากเกินไป เพราะเสน่ห์ของสถานที่นี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างพื้นที่สีเขียวกับเมืองที่อยู่รอบตัว
แต่สิ่งที่อยากแนะนำมากกว่าการพยายามถ่ายภาพให้ได้เยอะ ๆ คือ ลองเก็บโทรศัพท์ลงบ้าง แล้วเดินดูแสงที่เปลี่ยนไปช่วงเย็น ดูคนวิ่งผ่าน หรือหยุดมอง Reflection ของตึกบนผิวน้ำ บางที Moment ธรรมดาแบบนี้คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากกลับมาอีก เพราะสุดท้ายแล้วความทรงจำที่ดีอาจไม่ได้เกิดจากภาพถ่ายที่สวยที่สุด แต่เกิดจากความรู้สึกที่เรามีในช่วงเวลานั้นด้วย
พื้นที่สีเขียวที่ทำให้วันธรรมดาไม่เหมือนเดิม
สวนป่าเบญจกิติอาจไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเหมือนออกไปเที่ยวต่างจังหวัด และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันทำให้เห็นว่าบางครั้งพื้นที่พักใจก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ไกล แค่มีต้นไม้ ทางเดิน ลมช่วงเย็น และ Skyline ของเมืองอยู่ตรงหน้า ก็เพียงพอให้วันธรรมดารู้สึกต่างออกไปแล้ว
สำหรับเรา สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามหรือมุมถ่ายรูป แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้เดินโดยไม่ต้องรีบ และได้มองสิ่งรอบตัวโดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นตลอดเวลา บางวันเราอาจไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ นอกจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น และสวนป่าเบญจกิติก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกนั้นได้ดี
ถ้าวันนี้รู้สึกเหนื่อยจากกรุงเทพฯ บางทีไม่ต้องหนีกรุงเทพฯ ก็ได้ ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินเล่นในสวน มองต้นไม้ ฟังเสียงรอบตัว และปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ แล้วเราอาจพบว่าการพักผ่อนที่ดีไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไกลเลย แค่ลองมองเมืองที่คุ้นเคยจากมุมใหม่ ๆ ก็อาจทำให้เรารู้สึกดีกับวันธรรมดามากขึ้นได้แล้ว ลองไปมองกรุงเทพฯ จากสวนป่าเบญจกิติ แล้วปล่อยให้พื้นที่สีเขียวช่วยเติมพลังให้เราอีกครั้ง
โฆษณา