Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 14:22 • หนังสือ
บทที่ 298 บทพิเศษที่7 · เส้นเรื่อง IF * รักวัยเด็ก (รวมเรื่องราวความรักของบิดามารดา ภาค 3)
หมิงเย้าถูกเขาจ้องมองจนใบหน้าร้อนผ่าว ทว่าดวงตากลับมีรอยยิ้มขณะสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา
“แม่ทัพซ่งอยากรู้เรื่องนี้ไปไยหรือเจ้าคะ?”
“หรือว่ากลัวว่าข้ามีคู่หมายอยู่แล้ว จะไม่สะดวกช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน?”
เดิมทีซ่งอวิ๋นเจาคิดว่านางจะตอบคำถามตรง ๆ คาดไม่ถึงว่านางกลับถามย้อนมาเช่นนี้ ทำให้เขาตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง เขารีบส่ายหน้า
“มะ...ไม่ใช่...แน่นอนว่าไม่ใช่...”
“เช่นนั้นเพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?” หมิงเย้าถาม
อำนาจในการควบคุมสถานการณ์กลับมาอยู่ในมือหมิงเย้าอีกครั้งเช่นนี้เอง ซ่งอวิ๋นเจาอุตส่าห์รวบรวมความกล้าขึ้นมาได้สักครั้ง ทว่าพอถูกนางถามย้อนกลับ เขากลับรับมือไม่ค่อยไหว
ใบหูของเขาแดงก่ำ พยายามกลบเกลื่อนอย่างเห็นได้ชัด
“เพียง...เพียงแต่รู้สึกว่าแม่นางหมิงมีวิชาแพทย์ยอดเยี่ยม ทั้งยังมีจิตใจเมตตา คิดว่าคงมีคนไปสู่ขอถึงบ้านนานแล้ว”
พอพูดจบ เขาก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ฟังดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก คล้ายกำลังสืบถามเรื่องส่วนตัวของนาง จึงรีบเสริมอีกประโยค
“หากไม่สะดวกจะบอก แม่นางก็ไม่จำเป็นต้องตอบ”
หมิงเย้ากลั้นยิ้ม ก่อนเอ่ยอย่างช้า ๆ
“ถึงเวลาถอนเข็มแล้วเจ้าค่ะ”
“อ้อ...”
หมิงเย้าช่วยถอนเข็มให้เขา ตอนถอนเข็มเล่มสุดท้าย นางจงใจทำเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ใช้นิ้วก้อยแตะผิวกายของเขา ‘โดยไม่ระวัง’ เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ถอนมือกลับไป
ซ่งอวิ๋นเจาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งตัว
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเย้าเก็บเข็มให้เรียบร้อย ก่อนเอ่ยช้า ๆ “แม่ทัพพักผ่อนให้ดี อย่าให้บาดแผลถูกน้ำ ระวังอย่าให้เป็นหวัด พรุ่งนี้ข้าจะมาอีกครั้ง”
“...ได้”
“อย่าลืมดื่มยาตามเวลา และอย่าให้บาดแผลถูกน้ำด้วยนะเจ้าคะ” หมิงเย้าเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ “แม่ทัพซ่ง ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
“...ข้าไปส่งเจ้า”
เขาลุกขึ้นยืน เพิ่งนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า จึงรีบกลับไปแต่งตัวอีกครั้ง แต่เมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จ หมิงเย้าก็หายไปแล้ว
เขารีบร้อนวิ่งออกจากกระโจม ทว่ากลับเห็นหมิงเย้าขึ้นม้าไปเรียบร้อยแล้ว นางหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วจากค่ายทหารไป
เรือนร่างอรชรของนางบนหลังม้ากลับเผยให้เห็นความองอาจปราดเปรียวอยู่หลายส่วน ดึงดูดสายตาของผู้คนในค่ายทหารนับไม่ถ้วน
“นั่นแม่นางจากตระกูลหมิงใช่หรือไม่? งดงามจริง ๆ!”
“นางเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงหนานเชียวนะ ได้ยินว่ามีคนไปสู่ขอถึงบ้านนับไม่ถ้วน ทั้งพ่อค้าผู้มั่งคั่งร่ำรวย บุตรชายขุนนางใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ต่างก็ถูกนางปฏิเสธหมด”
ซ่งอวิ๋นเจาหันกลับไปมองเจ้าคนที่พูดข้าง ๆ ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า
“เจ้า มานี่”
คนผู้นั้นสะดุ้ง รีบก้าวออกมาทำความเคารพแบบทหาร พลางกล่าวอย่างร้อนรน
“ท่านแม่ทัพ ผู้น้อยไม่ควรพูดจาเหลวไหลนินทาผู้อื่นขอรับ!”
“...เข้ามาใกล้อีกหน่อย”
“หา?”
ซ่งอวิ๋นเจาเรียกเขาไปยังด้านข้าง กระแอมสองครั้ง ก่อนถามอย่างช้า ๆ
“เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับแม่นางหมิงเย้า เจ้ายังรู้อะไรอีกบ้าง?”
“หา?” คนผู้นั้นประหลาดใจอย่างยิ่ง “ท่านแม่ทัพไม่ทราบหรือขอรับ? นางมีชื่อเสียงมากเลยนะขอรับ”
คนผู้นั้นไม่รอให้ซ่งอวิ๋นเจาเอ่ยปาก ก็เริ่มเล่าอย่างออกรสว่า นางไม่มีกิริยาท่าทางคับแคบแบบสตรีที่เติบโตอยู่แต่ในเรือนแม้แต่น้อย มักออกไปตรวจรักษาผู้ป่วยแทนท่านหมิงอยู่เสมอ ไม่เพียงมีฝีมือฝังเข็มยอดเยี่ยม ยังเชี่ยวชาญการทำหยกโอสถเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีจิตใจเมตตา คอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้งโดยไม่รับเงินแม้แต่ตำลึงเดียว
ซ่งอวิ๋นเจาได้แต่ฟังเงียบ ๆ เมื่อฟังจบแล้ว เขาก็ถามอีกว่า
“เช่นนั้นตกลงนางมีคู่หมายแล้วหรือไม่?”
“แน่นอนว่ายังไม่มีขอรับ” คนผู้นั้นรีบตอบ “ท่านแม่ทัพ แม่นางผู้นี้ดีไปเสียทุกอย่าง มีข้อเสียอยู่เพียงอย่างเดียวก็คือสายตาสูงเกินไป แม้จะมีคนไปสู่ขอมากมาย แต่นางกลับไม่ถูกใจใครเลยขอรับ!”
ตอนแรกซ่งอวิ๋นเจาดีใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็กลับเงียบงันลงอีกครั้ง
สายตาของนางจะสูงสักหน่อยก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว อย่างไรเสีย สตรีเช่นนาง ต่อให้จับคู่กับใครก็ล้วนเหมาะสมทั้งนั้น
แล้วนางกับตนเล่า...
ซ่งอวิ๋นเจาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยว่า “เอาละ เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“ท่านแม่ทัพ ท่านกับนาง...”
“แค่ก ๆ...” ซ่งอวิ๋นเจาแสร้งทำเป็นไอ ไม่ตอบคำถาม แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปในกระโจม
คืนนั้น ซ่งอวิ๋นเจาฝันไป ในความฝัน เขาสะลึมสะลือ คว้าตัวนางเข้ามาในอ้อมแขน กดนางลงใต้ร่าง แล้วบีบลำคอของนางไว้
ผิวของนางนุ่มลื่นถึงเพียงนั้น เป็นสัมผัสที่เขาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิต
นางร้องตะโกนด้วยความโกรธขึ้ง ดิ้นรนขัดขืนอย่างสะเปะสะปะ ทว่ากลับอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรง ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาพลันลืมตาขึ้น หายใจหอบถี่ไปหมด ร่างกายร้อนรุ่มทั่วทั้งตัว
ไม่ควรเป็นเช่นนี้...เหตุใดถึงฝันลามกเช่นนี้ได้...
ร่างกายของซ่งอวิ๋นเจาแดงก่ำไปหมด แทบไม่อาจข่มตาหลับต่อได้อีก เขาด่าทอความคิดสกปรกของตนเองอยู่ในใจ ขณะเดียวกันก็พุ่งตัวลงแม่น้ำโดยตรงเพื่อสงบสติอารมณ์
ซ่งอวิ๋นเจาแช่อยู่ในแม่น้ำเพื่อสงบสติอารมณ์เกือบครึ่งคืน กว่าจะรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง เขาจึงกลับไปนอนต่อ แต่ใครจะคิดว่า พอรุ่งเช้าวันถัดมา เขากลับปวดศีรษะ ตัวร้อน ร่างกายหนักอึ้งไปหมด อีกทั้งบาดแผลยังปวดแปลบเป็นระยะ
ตอนนั้นเอง เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าคำเตือนของหมิงเย้าเมื่อวานเป็นอย่างไร
“อย่าให้บาดแผลถูกน้ำ ระวังอย่าให้เป็นหวัด”
คราวนี้เรียกว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างแท้จริงแล้ว
เช้าวันนี้หมิงเย้ามาถึงตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อเห็นซ่งอวิ๋นเจามีท่าทางอ่อนเปลี้ยเพลียแรง นางก็ชะงักไปทันที
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ได้? เมื่อวานยังดี ๆ อยู่เลยแท้ ๆ!” นางจับชีพจรให้เขา แล้วพบว่าเขาถูกความเย็นเล่นงาน จึงขมวดคิ้ว “ท่านไปทำอะไรมา?”
ความคิดของซ่งอวิ๋นเจาพลันหมุนเร็วขึ้น
เขาจะบอกนางได้อย่างไรว่าเมื่อคืนตนฝันเปียก จึงลงไปแช่น้ำเพื่อสงบสติอารมณ์
“ไปอาบน้ำมา” เขาตอบอย่างรู้สึกผิด
“ท่าน...” หมิงเย้ากัดฟันมองเขา “ท่านรออีกสองสามวันค่อยอาบไม่ได้หรือ?”
“ตัวไม่สะอาด ก็รู้สึกกระดากใจที่จะพบเจ้า” ซ่งอวิ๋นเจากล่าว
ที่จริงก่อนหน้านี้เขาก็ดูแลทำความสะอาดร่างกายเป็นอย่างดี เพียงเพื่อให้ตอนพบหมิงเย้าตนเองสะอาดสะอ้านยิ่งขึ้น เพียงแต่ก่อนหน้านี้แค่อาบน้ำธรรมดา ๆ ก็ไม่ถึงกับทำให้เป็นหวัด
ตอนนี้เขาหาเหตุผลอื่นมาอ้างไม่ได้จริง ๆ จึงทำได้เพียงพูดเช่นนี้
เดิมทีเขาก็ไม่ถนัดโกหกอยู่แล้ว แม้แต่การหาเหตุผลมาแก้ตัวยังทำได้อย่างงุ่มง่าม พอพูดจบ ไม่รอให้หมิงเย้าตอบสนอง เขาก็ก้มหน้าลงเงียบ ๆ เสียแล้ว ท่าทางราวกับสุนัขตัวหนึ่งที่ทำความผิดแล้วถูกจับได้
เดิมทีหมิงเย้ากำลังโกรธอยู่ นางไม่เคยอดทนกับคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งแพทย์ได้เลย แต่พอเห็นเขามีท่าทางเช่นนี้ ใจของนางก็อ่อนยวบลงทันที แม้แต่คำพูดรุนแรงกว่านี้ก็กล่าวออกมาไม่ลงแล้ว
หลังจากฝังเข็มให้เขาเสร็จ นางก็เอ่ยอย่างจนปัญญา
“ยาที่ข้านำมามีไม่พอ ท่านรอสักครู่ ข้าจะกลับไปจัดยาใหม่ให้”
“ต้องรบกวนแม่นางแล้ว” คำพูดนี้ของซ่งอวิ๋นเจาออกมาจากใจจริง
“รู้ว่ารบกวนก็ดีแล้ว” หมิงเย้าถลึงตามองเขาเบา ๆ ก่อนหมุนตัวจากไป
เมื่อเงาร่างของนางหายลับไปจากหน้าประตู ซ่งอวิ๋นเจาก็อดไม่ไหวอีกต่อไป เขาค่อย ๆ หัวเราะออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวานชื่น
นางช่างดีจริง ๆ ใจอ่อนเสียเหลือเกิน
หลังจากหมิงเย้ากลับไป นางก็เริ่มค้นหายาจากทุกที่ เมื่อหาไม่พบก็วิ่งไปหา หมิงเจิง พอหมิงเจิงถามว่านางรีบร้อนอะไรนักหนา นางก็ร้องบอกว่าบาดแผลของแม่ทัพซ่งทรุดหนักลงแล้ว
หมิงเจิงจึงได้แต่มองน้องสาวที่แต่ไหนแต่ไรมามีหัวใจแข็งดั่งหินผา ปฏิเสธชายหนุ่มมานับไม่ถ้วน วิ่งวุ่นไปมาอย่างกับลมพายุ หลังจากหยิบยาเสร็จ นางก็ขี่ม้าจากไปอีกครั้ง
ตอนนั้นหมิงเจิงก็เริ่มคาดเดาได้ว่า น้องสาวของเขาผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อชายหนุ่มคนใดมาตั้งแต่เล็กจนโต ดูเหมือนในที่สุดก็เริ่มเข้าใจเรื่องความรักขึ้นมาแล้ว
หมิงเย้าดูแลรักษาซ่งอวิ๋นเจาอย่างเอาใจใส่อยู่หลายวัน
คนในค่ายทหารเองก็เริ่มคุ้นชินกับการที่แม่นางผู้นี้มาที่กระโจมของแม่ทัพอยู่เป็นประจำ ทุกคนต่างรู้สึกว่าทั้งสองดูเหมือนจะมีใจให้กันอยู่บ้าง แต่แม่ทัพใหญ่กลับทึ่มเสียเหลือเกิน ทั้งยังวางตัวสุภาพเหมาะสม ไม่มีการกระทำใดที่ล่วงเกินกันแม้แต่น้อย
ในที่สุด วันหนึ่ง ขณะที่หมิงเย้าลุกขึ้นเตรียมตัวจากไป แม่ทัพซ่งก็ลุกขึ้นยืนกะทันหันแล้วกล่าวว่า
“ข้าจะไปส่งเจ้ากลับ”
“หืม?” หมิงเย้ามองเขาอย่างประหลาดใจ
“ข้าจะไปส่งเจ้า” ซ่งอวิ๋นเจาพูดซ้ำอีกครั้ง
“ท่าน...ไหวหรือ?” หมิงเย้ามองสภาพร่างกายของเขา แล้วถามออกไปโดยไม่ทันคิด
“แน่นอน” ซ่งอวิ๋นเจาตอบทันที “ข้าดีขึ้นมากแล้ว การไปส่งเจ้ากลับบ้านย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย