Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
9 ต.ค. เวลา 14:30 • หนังสือ
บทที่ 301 บทพิเศษที่7 · เส้นเรื่องรักวัยเด็ก (รวมเรื่องราวความรักของบิดามารดา ภาค 6)
แม้เฉียวอวิ้นจะพูดว่าไม่กลัว แต่ในใจก็ยังรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้มักมีเด็กผู้ชายพยายามจับมือนาง ยืนกรานว่าจะเป็นเพื่อนสนิทกับนางให้ได้ ทั้งยังบอกว่าเมื่อโตขึ้นจะให้นางเป็นภรรยาของตน พอนางเห็นว่าอีกฝ่ายหน้าตาขี้เหร่เป็นพิเศษ ก็สะบัดมือออกทันที รังเกียจราวกับไปสัมผัสถูกแมลงเข้า
เมื่อถึงวันนั้น หมิงเย้าส่งนางเข้าไปในจวนองค์หญิง หลังจากเฉียวอวิ้นนั่งอยู่ตามลำพังได้ไม่นาน ก็มีคนเข้ามาตีสนิทกับนางจริง ๆ
คนผู้นั้นหน้าตาพอจะเรียกได้ว่าปกติ เป็นบุตรชายของเสนาบดีกรมโยธาธิการ อายุมากกว่าเฉียวอวิ้นสองปี มีนามว่าหลี่กง
ทันทีที่เขาเห็นเฉียวอวิ้นก็ตาค้างไปเลย เดินเข้ามาหานางอย่างเหม่อลอย ก่อนจะยิ้มถามว่า
“แม่นาง เจ้า...เจ้าชื่ออะไรหรือ”
เฉียวอวิ้นมองเขา แล้วสังเกตเห็นว่าบนฟันของเขามีเศษกุยช่ายติดอยู่หนึ่งชิ้น
อาหารยังไม่ยกขึ้นโต๊ะเลย เหตุใดถึงมีเศษกุยช่ายแล้วเล่า หรือว่าจะเป็นอาหารเช้า?
เฉียวอวิ้นรู้สึกปั่นป่วนในท้องขึ้นมาเล็กน้อย...เดิมทีนางยังเตรียมจะลองชิมฝีมือของห้องครัวในจวนองค์หญิงอยู่เลย ตอนนี้แทบจะกินอะไรไม่ลงแล้ว
“ข้ายังมีธุระ...” เฉียวอวิ้นลุกขึ้นทันที เตรียมจะเดินจากไป แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าชายแขนเสื้อไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ...” เฉียวอวิ้นร้องอุทาน เสียงฟังดูนุ่มนิ่มอ่อนหวาน
แต่ก็แค่ฟังดูเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ซ่งอวิ๋นเจาสอนวรยุทธ์ให้นางตั้งแต่ยังเล็กมาก ก็เพราะกลัวว่านางจะถูกรังแก
ดังนั้น ในวินาทีถัดมา เฉียวอวิ้นก็เตะออกไปหนึ่งทีอย่างฉับไว ส้นเท้ากระแทกเข้ากับกระดูกหน้าแข้งของอีกฝ่ายอย่างจัง
หลี่กงกำลังจะร้องโหยหวน แต่กลับมีมือข้างหนึ่งยื่นมาปิดปากเขาไว้กะทันหัน ทำให้เขาส่งเสียงได้เพียง “อู้อี้ ๆ” อย่างเจ็บปวดและอัดอั้น
เฉียวอวิ้นเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง กลับเห็นพี่ชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลามาก...หล่อเหลาจนแทบหาคำใดมาเปรียบไม่ได้ กำลังขมวดคิ้วมองหลี่กงด้วยสีหน้ารังเกียจ
มือข้างหนึ่งของเขาปิดปากหลี่กงไว้ ส่วนมืออีกข้างก็บีบมือของหลี่กงเอาไว้แน่น ลงมืออย่างหนักหน่วงยิ่งนัก
เฉียวอวิ้นยังไม่ทันตั้งตัว นางอ้าปากเล็กน้อย มองเขาด้วยความตกตะลึง
แต่เสิ่นเจวี๋ยกลับคล้ายไม่ทันสังเกตเห็นนาง เขาเอาแต่ก้มหน้าข่มขู่หลี่กง
“หลี่กง กล้าดีนี่ ถึงกับเสียมารยาทกับเด็กผู้หญิงในงานเลี้ยงวันเกิด ยังกล้าถึงเนื้อถึงตัวอีกหรือ”
“คราวก่อนที่ข้าสั่งสอนเจ้าไป ยังจำไม่ได้อีกหรือ”
“อู้อี้ ๆ...” ทันทีที่หลี่กงได้ยินเสียงเสิ่นเจวี๋ยก็สั่นไปทั้งตัว ดูท่าแล้วคงถูกเขาสั่งสอนมาไม่น้อย
“ถ้าคราวหน้ายังทำผิดอีก ข้าจะ...”
“อื้อ ๆ! ไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าอีกแล้ว!” หลี่กงรีบร้องขอความเมตตา
หลังจากหลี่กงสาบานอย่างหนักแน่นแล้ว เสิ่นเจวี๋ยจึงยอมปล่อยมือ หลี่กงรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหลบหนีปีศาจร้ายอะไรสักอย่าง
เสิ่นเจวี๋ยขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ มองมือของตนเอง ก่อนเตรียมหาสถานที่ไปล้างมือ แต่จู่ ๆ ก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งยื่นมาตรงหน้า
ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นสีขาว สะอาดสะอ้าน ตรงมุมขวาล่างปักรูปหมูน้อยสีชมพูตัวหนึ่งด้วยฝีเข็มงุ่มง่าม
“ไม่ต้องมาใช้วิธีนี้กับข้า”
เสิ่นเจวี๋ยกล่าวอย่างเย็นชา
เขารำคาญสถานการณ์เช่นนี้ที่สุด ไม่รู้ว่ามีเด็กสาวกี่คนแล้วที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขา พร้อมบอกว่าชอบเขา เพียงเห็นก็ทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว
แม้ว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จะดูแปลกตาและมีเอกลักษณ์อยู่บ้าง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมา ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิดไว้เสียทีเดียว
แต่เขาก็เคยชินกับการปฏิเสธเช่นนี้ไปแล้ว
พูดจบ เขาก็เตรียมเดินจากไป แต่กลับถูกเด็กหญิงตัวน้อยขวางทางเอาไว้
เสิ่นเจวี๋ยขมวดคิ้ว มองเด็กหญิงตรงหน้า
อีกคนหนึ่งแล้ว...
แต่เด็กหญิงกลับเก็บผ้าเช็ดหน้ากลับไป แล้วมองเขาอย่างตั้งใจ ก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า
“‘วิธีนี้’ หมายถึงอะไรหรือ”
“...”
เสิ่นเจวี๋ยเงียบไปครู่ใหญ่ ถึงกับไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรอยู่ชั่วขณะ
เขาเคยปฏิเสธเด็กสาวมามากมายก็จริง แต่เรื่องเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเด็กหญิงตรงหน้าคนนี้เลย
“หมายถึงพวกคนที่น่ารำคาญ ชอบเข้ามาตีสนิทกับคนอื่น” เสิ่นเจวี๋ยอธิบายช้า ๆ
เฉียวอวิ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่าง นางมองเสิ่นเจวี๋ยแล้วจู่ ๆ ก็กล่าวว่า
“ที่จริง ต่อให้ท่านไม่ช่วย ข้าก็เตะเขาจนเจ็บมากได้เหมือนกันนะ”
“...”
เสิ่นเจวี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็หันมาพิจารณาเด็กหญิงตรงหน้าอย่างจริงจัง ตอบแทนการมองสำรวจของนางเมื่อครู่นี้
เด็กหญิงตัวเล็กนิดเดียว ถักผมเป็นเปียสวยงาม ดวงตาคู่หนึ่งใสกระจ่างจนมองเห็นก้นบึ้ง ราวกับเพียงมองแวบเดียวก็สามารถเห็นความคิดอันบริสุทธิ์ของนางได้ ทว่าคนส่วนใหญ่คงมองไม่ออกว่า ภายในดวงตาคู่นั้นซ่อนความเจ้าเล่ห์เล็ก ๆ เอาไว้
“เช่นนั้นก็แปลว่าข้ายุ่งเรื่องของผู้อื่นสินะ” เสิ่นเจวี๋ยย้อนถาม
“ใช่” เฉียวอวิ้นพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้น พี่ชาย ท่านจะรับประกันได้อย่างไรว่าท่านไม่ได้เข้ามาตีสนิทกับข้าเหมือนกัน”
“หึ” เสิ่นเจวี๋ยหัวเราะเบา ๆ รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไร้สาระสิ้นดี
เขาจะมีเวลาว่างขนาดนั้นได้อย่างไร
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใด เมื่อครู่ตอนเห็นหลี่กงกำลังจะสัมผัสตัวเด็กหญิงคนนี้ เขากลับทนดูต่อไปไม่ไหว จนถึงกับยื่นมือเข้าไปช่วย
แต่พอเห็นว่าเด็กหญิงคนนี้สามารถปกป้องตัวเองได้ ทั้งยังพูดจาฉะฉานมีไหวพริบ เขาก็รู้ทันทีว่าตนเองยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นโดยไม่จำเป็นแล้ว
เขากำลังจะเดินจากไป แต่กลับถูกนางขวางไว้อีกครั้ง
เสิ่นเจวี๋ยขมวดคิ้วมองนาง ไม่รู้ว่านางต้องการทำอะไรกันแน่
“แต่ถึงอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยข้าไว้ ขอบคุณนะ”
เฉียวอวิ้นค้อมกายคารวะเขาอย่างจริงจัง ขณะที่เสิ่นเจวี๋ยกำลังจะเอ่ยถากถางว่านางช่างไล่ไม่ไปเสียที นางกลับพูดขึ้นมาอีกว่า
“แต่เรื่องนี้ก็ส่วนเรื่องนี้ ข้ายังมีเรื่องอื่นที่ต้องพูดด้วย นอกจากคำขอบคุณแล้ว ข้ายังอยากจะบอกว่า...”
“ท่านเป็นคนไร้มารยาทมาก”
เสียงของเฉียวอวิ้นใสกังวาน
“ข้ายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ท่าน ท่านก็ควรพูดว่า ‘ขอบคุณ ไม่ต้องหรอก’ ไม่ใช่พูดว่า ‘ไม่ต้องมาใช้วิธีนี้กับข้า’”
ตอนที่เฉียวอวิ้นเลียนคำพูดว่า ‘ไม่ต้องมาใช้วิธีนี้กับข้า’ นางถึงกับเลียนน้ำเสียงเย็นชาของเขาด้วย ทั้งยังเลียนได้เหมือนทีเดียว
เสิ่นเจวี๋ยเกือบถูกท่าทางน่าขันของนางทำให้หลุดหัวเราะออกมา แต่ก็ฝืนกลั้นเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
“ท่านนี่ชวนให้คนโมโหจริง ๆ ดูท่าทางสูงส่งเหนือผู้อื่น ราวกับทุกคนต้องคอยประจบประแจงท่านอย่างนั้นแหละ”
เฉียวอวิ้นเหลือบมองเขาด้วยสายตารังเกียจเล็กน้อย
เสิ่นเจวี๋ยเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ
“เอาละ แค่นี้แหละ ข้าขอเตือนท่านหน่อยนะ มือของท่านเปื้อนกุยช่ายแล้ว น่าขยะแขยงมาก”
เฉียวอวิ้นค้อมกายคารวะเขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างสุภาพเรียบร้อยและเด็ดขาด
เสิ่นเจวี๋ยมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของนาง แล้วในที่สุดก็อดไม่ได้ หัวเราะเบา ๆ ออกมา
แม่หนูตัวแสบ ช่างคล้ายกับเขาเสียจริง
เขาก้มมองนิ้วมือของตนเองอีกครั้ง บนนั้นมีเศษกุยช่ายติดอยู่จริง ๆ
เขาเริ่มนึกเสียดายขึ้นมา หากเมื่อครู่ใช้ผ้าเช็ดหน้าของนางเช็ดมือเสียก็ดี...
หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็เป็นไปตามคาด เฉียวอวิ้นกับเสิ่นเจวี๋ยกลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงาน เพียงแต่คนหนึ่งเป็นเด็กหญิงอายุเก้าขวบ ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี
องค์หญิงฉางหนิงชื่นชอบทั้งสองคนมาก จึงประทานสิ่งของให้พวกเขามากมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งคู่โดดเด่นจนเกินไป องค์หญิงฉางหนิงจึงแจกสิ่งของให้เด็กทุกคนอย่างทั่วถึงเช่นกัน
แต่ถึงอย่างไร ของเหล่านั้นก็เทียบกับของที่เฉียวอวิ้นและเสิ่นเจวี๋ยได้รับไม่ได้อยู่ดี สายตาของบางคนที่มองเฉียวอวิ้นเริ่มเปลี่ยนไปในทางไม่เป็นมิตรแล้ว
เฉียวอวิ้นเองก็รู้ว่าดูเหมือนตนจะถูกคนอื่นเขม่นเข้าให้แล้ว นางรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าไม่ยุติธรรมเลย เหตุใดเสิ่นเจวี๋ยถึงไม่ถูกคนอื่นเขม่น ทั้งที่เขาเองก็ได้รับความสนใจมากเหมือนกันแท้ ๆ
หรือเป็นเพราะทุกครั้งที่เขาเปิดปากพูด น้ำเสียงเย็นชาของเขาก็ทำให้คนหวาดกลัว ส่วนเสียงของนางนั้นนุ่มนิ่มมาแต่กำเนิด จึงไม่ทำให้ใครกลัวอย่างนั้นหรือ
โมโหแล้ว! นางเองก็จะเปลี่ยนเป็นคนดุให้ได้!
เฉียวอวิ้นถึงกับไม่อยากกินขนมอร่อย ๆ ที่มีอยู่เต็มงานแล้ว นางเพียงอยากกลับบ้านเท่านั้น
นางเข้าไปกล่าวลาองค์หญิงฉางหนิงอย่างสุภาพล่วงหน้า จากนั้นจึงเดินไปถึงหน้าประตู แต่จู่ ๆ ก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งเรียกนางไว้
เฉียวอวิ้นไม่รู้จักเด็กหญิงคนนั้น ดูแล้วอายุมากกว่านางประมาณสามปี แต่เฉียวอวิ้นจำได้ว่า เมื่อครู่คนผู้นี้จ้องมองนางด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง
นางจึงไม่ได้หยุดเดินตามสัญชาตญาณ ตั้งใจจะหลบอีกฝ่ายไป แต่เด็กหญิงคนนั้นกลับพูดขึ้นว่า
“เจ้าก็คือเฉียวอวิ้นหรือ ชอบแย่งซีนคนอื่นเก่งจริง ๆ นะ ได้ยินมาว่ามารดาของเจ้าก็เป็นคนชอบออกหน้าออกตา ชอบทำตัวโดดเด่นเหมือนกัน อาศัยว่าตัวเองหน้าตาสวยแล้วก็เที่ยวรักษาคนไปทั่ว ใช่หรือไม่...”
เฉียวอวิ้นชะงักฝีเท้าทันที นางหันกลับมาด้วยความโกรธ กัดฟันขัดจังหวะอีกฝ่าย
“ท่านแม่ของข้าทั้งหน้าตาสวยและรักษาคนเป็น นี่เจ้ากำลังชมท่านแม่ของข้าอยู่หรือ อิจฉามากใช่หรือไม่ ท่านแม่ของข้าเก่งที่สุดอยู่แล้ว!”
ทั้งสองคนต่างไม่ทันสังเกตว่าไม่ไกลออกไป เสิ่นเจวี๋ยกำลังกอดอกยืนฟังเรื่องสนุกอยู่
ก่อนหน้านี้เสิ่นเจวี๋ยรู้สึกรำคาญและอยากกลับแล้ว แต่กลับพบว่าเฉียวอวิ้นออกไปก่อนเขาเสียอีก ทำให้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เด็กน้อยคนนี้เคลื่อนไหวเร็วกว่าตนเสียอีก
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ดูน่าสงสัยคอยเดินตามเฉียวอวิ้นออกจากงานเลี้ยงอยู่ตลอด สัญชาตญาณบอกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาจึงตามมาดูสักหน่อย เมื่อเห็นภาพตรงหน้า กลับรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย จึงตัดสินใจหลบอยู่ไม่ไกลเพื่อฟังต่อ
“เจ้า! เฉียวอวิ้น ที่แท้เจ้าก็ไม่ได้ว่าง่ายเหมือนที่เห็นภายนอกนี่นา! ภาพลักษณ์ที่เจ้าแสดงออกมาล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น! ข้าจะบอกทุกคนว่าเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงนิสัยไม่ดี!”
“ข้าไม่เคยบอกเสียหน่อยว่าตัวเองว่าง่าย เป็นเจ้าเองที่คิดไปเช่นนั้นต่างหาก” เฉียวอวิ้นขมวดคิ้วกล่าว “เจ้าเองต่างหากที่ดูคนไม่เป็น แล้วยังจะป้ายสีใส่ข้าอีก”
เด็กหญิงคนนั้นถูกคำว่า ‘ป้ายสี’ ของเฉียวอวิ้นทำให้พูดไม่ออก ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
นางอ้าปากค้าง นิ้วที่ชี้ไปทางเฉียวอวิ้นสั่นระริก
“เจ้า...เจ้ากล้าพูดจาหยาบคายเช่นนี้ได้อย่างไร! ข้าจะไปฟ้ององค์หญิงฉางหนิง บอกว่าเจ้าด่าคน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับเจ้ายอมรับว่าตัวเองเป็นของสกปรกที่เอามาป้ายสีคนอื่นสินะ?” เฉียวอวิ้นตอบโต้ได้อย่างฉับไว
เด็กหญิงคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางพุ่งเข้ามาด้วยโทสะ หมายจะผลักเฉียวอวิ้น
ข้าง ๆ เฉียวอวิ้นเป็นสระบัวแห่งหนึ่ง แม้ผิวน้ำในสระจะดูไม่ลึกนัก แต่ด้านล่างเต็มไปด้วยโคลน หากตกลงไปคงไม่สบายตัวแน่
ด้วยความสามารถของเฉียวอวิ้น การผลักอีกฝ่ายให้พ้นทางไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากนางผลักจากมุมที่ตนยืนอยู่ เด็กหญิงคนนั้นจะต้องตกลงไปในสระแน่นอน
นางรู้สึกใจอ่อนอยู่บ้าง จึงลังเลไปชั่วขณะ เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ทำให้นางลงมือช้าเกินไป เท้าของนางพลันเสียหลัก ร่างเอนวูบไปทางสระน้ำ
เฉียวอวิ้นหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง ยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
ช่างเถอะ ตกก็ให้ตกไป อับอายก็ให้อับอายไป กลับบ้านไปหาท่านแม่ร้องไห้สักยก แล้วค่อยอาบน้ำก็แล้วกัน...
ในชั่วขณะที่ร่างของนางลอยคว้างอยู่กลางอากาศ จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมา คว้าข้อมือของนางไว้ได้อย่างมั่นคง แล้วดึงนางกลับขึ้นมา
ส่วนเด็กหญิงคนนั้นกลับเสียหลักขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ร่างร่วงลงน้ำพร้อมเสียงร้องกรีดร้องดัง ‘ตูม!’
เฉียวอวิ้นถูกกระชากดึงขึ้นมา จนร่างทั้งร่างพุ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคนผู้นั้นโดยตรง
ลมหายใจของนางพลันสะดุด นางได้ยินเพียงเสียงของพี่ชายจอมกวนนั้นดังมาจากเหนือศีรษะ
“กับคนประเภทนี้ เจ้ายังใจอ่อนอีกหรือ”
“แต่กับข้า เจ้าไม่เห็นใจอ่อนเลยสักนิดนะ น้องสาวตัวน้อย”
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย