•
7 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

รีวิวหนังสือ “ชอลิ้วเฮียง ตอนศึกวังน้ำทิพย์”

ใครจะคิดว่า ขุนโจรหอมแซ่อซอผู้ยิ่งใหญ่เกือบจบชีวิตเพราะถูกขังอยู่ในตู้เสื้อผ้า
ใครจะคิดว่า ชอเฮียงส่วยผู้นี้จะมีคนเหยียดหยามถึงขนาดกล่าวกับเขาว่า “หากสามารถรับมือเราหนึ่งร้อยห้าสิบกระบวนท่า เราจะไม่ฆ่าท่าน”
จะได้เห็นชอลิ้วเฮียงใช้คำพูดต่อรองและหาโอกาสหลบหลีกไม่ต้องประมือเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสรอดชีวิตก็คราวนี้
และจุดอ่อนของชอลิ้วเฮียงที่โซวย่งย้งเคยกล่าวไว้ในตอนกลิ่นหอมกลางธารเลือด ว่า “ชอลิ้วเฮียงแม้กล้าแข็ง แต่ใจอ่อนเกินไป ผู้อื่นสามารถหักใจฆ่าเขา เขาไม่อาจหักใจฆ่าผู้อื่น…” ก็ได้ปรากฏในตอนนี้อีกครั้งทำให้เขาเกือบตาย แถมยังได้เห็นชอลิ้วเฮียงพลาดท่าเสียทีถูกทำร้ายเพราะความใจดี และถูกหลอกด้วย
เล่มที่ 56
เล่มนี้มีฉากต่อสู้มันส์ๆ หลายฉาก เช่น
ชอลิ้วเฮียง ใช้กิ่งไม้สู้กับยอดฝีมือ 6 คน สร้างโดย ChatGPT
ฉากที่ชอลิ้วเฮียง ใช้กิ่งไม้อ่อนนุ่มที่ยังมีใบไม้ติดอยู่ห้าใบยาว 5 ฟุต สู้กับยอดฝีมือ 6 คน ที่มีฝีมือในเชิงกระบี่ระดับเดียวกับส่วยอิดพั้ง ทั้งหกคนนั้นร่วมกันใช้ค่ายกลกระบี่สู้กับชอลิ้วเฮียงเพียงคนเดียว
ฉากต่อสู้ใต้น้ำระหว่างชอลิ้วเฮียงและประมุขวังน้ำทิพย์ หรือฉากชิงไหวชิงพริบระหว่างชอลิ้วเฮียง และอาจารย์ของหนึ่งหยดแดงแห่งตงง้วน นอนศึกวังน้ำทิพย์นี้จึงน่าถูกนำไปทำเป็นซีรีส์มาก ถ้าทำถึงต้องมันส์น่าดูแน่นอน
ตอนนี้คือตอนที่ 3 ของซีรีส์ชึดชอลิ้วเฮียง เป็นเรื่องราวที่ชอลิ้วเฮียงและโอ้วทิฮวยผจญภัยไปช่วย โซวย่งย้ง ซ่งเตี้ยมยี้ และลี้อั้งซิ่ว 3 สาวคนสนิทของชอลิ้วเฮียงที่ถูกลักพาตัวไป
เล่มนี้แสดงให้เห็นว่าต่อให้ชาวยุทธผู้นั้นมีฝีมือล้ำเลิศเพียงใด บางครั้งก็ต้องใช้ดวงประกอบด้วย ไม่เช่นนั้นอาจตายได้ง่ายๆ ในยุทธจักรที่มีแต่คนคอยลอบทำร้ายเช่นนี้ อย่างเช่น ตอนที่ชอลิ้วเฮียงถูกซัดจู่โจมด้วยอาวุธลับ ผู้เขียนบรรยายว่า “หากมิใช่ห่านป่าตัวนั้นบินเตลิดขึ้นมา ครานี้ชอลิ้วเฮียงต้องจบชีวิตใต้ประกายสีเงินกลุ่มนี้ ทั้งนี้เพราะรอจนเขาได้ยินเสียงลมคิดหลบเลี่ยงก็ไม่ทันการแล้ว”
และเช่นเดิมที่แกนหลักของซีรีส์ชุดชอลิ้วเฮียงมักจะแสดงให้เห็นว่าต่อให้คู่ต่อสู้จะเก่งกาจกว่าชอลิ้วเฮียงเพียงใด เขาก็สามารถใช้สติปัญญา ปฏิภาณไหวพริบพลิกกลับมาชนะได้ เล่มนี้ก็มีบรรยายถึงตอนที่ลิ้วบ้อไบ๊กล่าวไว้ว่า “บุคคลสองคนต่อสู้กัน ผู้ที่มีฝีมือสูงเยี่ยมไม่แน่จะได้ชัย คนผู้หนึ่งขอเพียงมีความมั่นใจได้ชัย ต่อให้มีพลังฝีมืออ่อนด้อยกว่าบ้าง ก็สามารถพลิกสถานะเป็นได้ชัย…ชอเฮียงส่วยต่อสู้ครั้งใดต้องได้ชัย ไม่ว่าเผชิญคู่มือเข้มแข็งปานใด ล้วนเชื่อมั่นว่าจะไม่พ่ายแพ้”
โอ้วทิฮวยก็กล่าวกับชอลิ้วเฮียงเรื่องความฉลาดคาดเดาสถานการณ์ได้แม่นยำไว้ว่า “ตอนนี้ข้าพเจ้าเพิ่งทราบว่า ท่านเป็นจูกัวเหลียง (ขงเบ้ง) กลับชาติมาเกิด คาดการณ์ดุจเทพยดาคำนวณจริงๆ”
ความฉลาดของชอลิ้วเฮียงที่ปรากฏในเล่มนี้ทำได้ดี ผู้เขียนใช้ฉากที่ตัวร้ายถูกคำพูดของชอลิ้วเฮียงหลอกล่อทำให้สับสน กระวนกระวายใจ จนเสียสมาธิแล้วก็พลาดท่าให้ชอลิ้วเฮียงหลายครั้ง ความรู้สึกหลังอ่านฉากนี้ทำให้เหมือนกับกำลังดูฉากในหนังที่หักเหลี่ยมเฉือนคมด้วยคำพูดกันอย่างยอดเยี่ยม
ส่วนความรวดเร็วของวิชาตัวเบานั้นยังคงโอเวอร์เช่นเดิม ดังที่ผู้เขียนกล่าวไว้ตอนที่ผู้อื่นถูกความเร็วของชอลิ้วเฮียงสยบไว้ว่า “ปฏิกริยาของมันแม้รวดเร็วยิ่ง แต่ว่าไม่มีความเคลื่อนไหวของผู้ใดรวดเร็วกว่าชอลิ้วเฮียงอีก”
ความรวดเร็วของชอลิ้วเฮียง สร้างโดย ChatGPT
แม้จะมีตอนที่ชอลิ้วเฮียงพูดกับลี้ไจ่ต๊กเกี้ยว่า “ทอดตาทั่วแผ่นดิน หากยังมีบุคคลที่จ้าพเจ้าตามไม่ทันคนผู้นั้นต้องเป็นท่องโดดเดี่ยวหมื่นลี้ผู้อาวุโสแซ่ไจ่” แต่คำพูดที่กล่าวนั้นน่าจะเป็นการพูดถ่อมตนเอาใจผู้อาวุโสมากกว่า เนื่องจากชอลิ้วเฮี้ยงมีนิสัยเคารพผู้อาวุโส
และบริบทหลังจากนั้นผู้เขียนก็กล่าวไว้ว่า “หากแม้นคำยกย่องกล่าวจากปากผู้ที่มีความสามารถทัดเทียมกันผู้หนึ่ง ยิ่งเป็นความสมใจสุดเปรียบปราน ทั่วทั้งแผ่นดินมีผู้ใดไม่ชมชอบฟัง” ยิ่งแสดงให้เห็นว่าชอลิ้วเฮียงกล่าวยกยอผู้อาวุโสเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีวิชาตัวเบาด้อยกว่า
ส่วนชอลิ้วเฮียงเองเห็นว่าวิชาทางน้ำของเขาเลิศกว่าวิชาตัวเบา ผู้เขียนอธิบายเสริมต่อให้เป็นมัจฉากระโดดลงน้ำ ก็ไม่คล่องแคล่วปราดเปรียวเท่ากับชอลิ้วเฮียง…ชอลิ้วเฮียงพาตัวลื่นไหลลงน้ำ บึงน้ำที่เรียบสงบเพียงบังเกิดระลอกเล็กวงหนึ่ง…สรรพสิ่งมีชีวิตใต้น้ำคล้ายกับเป็นสหายของเขา…เขาเองไม่ได้ทดสอบว่าตัวเองที่แท้ดำน้ำได้นานเท่าใด ซ่งเตี้ยมยี้กลับเห็นว่า ชอลิ้วเฮียงสามารถนอนนิทราอยู่ใต้น้ำ (นี่ก็เวอร์ป๊ายยย)
ซึ่งความเทพทางน้ำของชอลิ้วเฮียงก็ถูกแสดงให้เห็นตอนสู้กับประมุขวังน้ำทิพย์แล้ว
ชอลิ้วเฮียงสู้กับประมุขวังน้ำทิพย์ใต้น้ำ สร้างโย ChatGPT
แม้ชอลิ้วเฮียงจะบอกไว้ว่า ข้าพเจ้ายังไม่มีพลังการฝึกปรือถึงขั้นโคจรพลังคลายจุดให้แก่ตัวเอง แต่ความสามารถพิเศษที่เขามีก็แทบไม่ใช่คนแล้ว เช่น ตอนที่ผู้เขียนบรรยายว่า “รูขุมขนทั่วร่างของชอลิ้วเฮียงหายใจแทนจมูก ความรู้สึกอันปราดเปรียวสุดที่ผู้ใดจะเทียมเทียบได้…หดหระดูกทั่วร่างจนมีร่างกายย่อเล็กกว่าปรกติหนึ่งในสามส่วน”
ตัวละครน่าสนใจในเรื่อง เช่น
-ประมุขวังน้ำทิพย์ สวมชุดยาวสีขาวโชยพลิ้วราวกับอยู่กลางสายลม นางมีดวงตาที่กลมใหญ่คู่หนึ่ง ขนคิ้วที่ดกหนา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเบาบางเม้มสนิท สีหน้าท่าทีแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่
ประมุขวังน้ำทิพย์ สร้างโดย ChatGPT
ประมุขวังน้ำทิพย์เป็นบุคคลที่ลิ้วบ้อไบ๊กล่าวไว้ว่า “ในชีวิตกวนอิมศิลาเพียงเกรงกลัวคนผู้หนึ่ง นางเองก็บอกว่าคนผู้นี้เป็นดาวข่มของนาง หากแม้นนางลงมือที่เบื้องหน้าคนผู้นี้ จะไม่บรรลุผลแม้แต่น้อย…
คนผู้นี้มิเพียงเป็นคนที่มีฝีมือสูงเยี่ยมที่สุดในแผ่นดิน ทั้งยังเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดในแผ่นดิน นิสัยใจคอของมันสุดที่จะหยั่งคาดได้ อารมณ์ยิ่งแปรปรวรไม่แน่นอน ทั้งไม่จำแนกความถูกผิดและไม่แบ่งแยกความดีชั่ว ขอเพียงมันพอใจสามารถกระทำเรื่องราวใดสำหรับกับมันการฆ่าคนยังง่ายกว่าการขยี้มดปลวกตัวหนึ่งอีก”
ในความคิดของชอลิ้วเฮียงตอนเห็นความสามารถของประมุขวังน้ำทิพย์ปรากฏขึ้นจากสระน้ำ เขาคิดว่าประมุขวังน้ำทิพย์มีฝีมือเหนือล้ำกว่ากวนอิมศิลา เขาเองยิ่งมิใช่คู่มือของนาง และกล่าวตอนสู้ด้วยว่า “มิน่าเล่าชาวยุทธจักรล้วนเกรงกลัวท่าน ไม่ว่าผู้ใดประมือกับท่านไม่มีความหวังเอาชัยจริงๆ”
ผู้เขียนกล่าวไว้ว่า “ผู้ที่มีพลังการฝึกปรือเช่นนาง เฉกเช่นกับยอดฝีมือในเชิงหมากรุก ขอเพียงฝ่ายตรงข้ามเดินหมากออก นางสามารถคำนวณล่วงหน้าว่า อีกเจ็ดแปดตาให้หลังฝ่ายตรงข้ามจะเดินเช่นไร” ตอนสู้กับชอลิ้วเฮียงนี่ผมว่าความสามารถนี้เทียบได้กับความสามารถมองเห็นเหตุการณ์ในอนาคตเลยนะ เทพจริงๆ
น่าคิดว่า ตอนที่เจ้าแม่วังน้ำทิพย์ได้ยินนามราชันทิวากับสำนักธวัชเลือดเหล็ก อดหวั่นไหวมิได้ ทำให้คิดว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะฝีมือสูงล้ำทัดเทียมกับประมุขวังน้ำทิพย์หรือไม่
-อาจารย์หนึ่งหยดแดงแห่งตงง้วน เป็นผู้ชายผอมสูง ใส่ชุดดำระพื้น ใบหน้าใส่หน้ากากที่แกะสลักจากไม้จันทร์ม่วง มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม มีขนคิ้วบนหน้ากากสีแดงอมม่วงเคลือบเขียว เพียงเผยให้เห็นดวงตาที่แทบเป็นสีเทาหม่นทั้งคู่ ในมือถือกระบี่แคบยาวเล่มหนึ่ง หนึ่งหยดแดงแห่งตงง้วนพูดถึงอาจารย์ของเขาไว้ว่า “ความสูงส่งของเพลงกระบี่ของเขา สุดที่คนเหล่านี้จะต้านรับได้ ในชีวิตเราไม่เคยพบเห็นเพลงกระบี่ผู้ใดสูงส่งกว่าเขาอีก”
อาจารย์หนึ่งหยดแดงแห่งตงง้วน สร้างโดย ChatGPT
ความเทพของอาจารย์หนึ่งหยดแดงแห่งตงง้วนเขาสามารถวิเคราะห์พลังฝีมือของอีกฝ่ายได้เพียงมองดูจากสภาพร่างกาย แต่เขาก็กล่าวชมเชยชอลิ้วเฮียงว่า “ท่านเป็นอัจฉริยะบุรุษที่ถือกำเนิดมาเพื่อฝึกปรือวิชาบู๊…ปราดแรกที่พบหน้าท่านก็พบว่าสติปัญญาและความเยือกเย็นของท่านสุดที่ผู้อื่นจะทัดเทียมได้“
-ลี้เง็กฮ้ำ บุรุษหนุ่มชุดเขียว ดวงตาทั้งคู่ทอประกายเปี่ยมล้นสดใสดุจน้ำค้าวกลางหาว หล่อเหลา สุภาพ มีราศี เสื้อผ้าตัดเย็บอย่างรับรูปเนื้อผ้าดีเยี่ยม เขาเป็นบุตรของลี้กวนฮื้อ ผู้อาวุโสในอดีตซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกระบี่ที่หนึ่งแห่งแผ่นดิน ผู้ใช้กระบี่ฮื้อตึ้งเกี่ยม (กระบี่ไส้ปลา) เล่มเดียว และ 81 ท่าเพลงกระบี่เหินลม พิชิตมือกระบี่ที่มีชื่อเสียง 31 คน
-ลิ้วบ้อไบ๊ ภริยาลี้เง็กฮ้ำ สวยสะคราญ เขียนคิ้วเจือจาง ไม่พอกแป้งแต้มชาด สีหน้าซีดขาวผิดธรรมดาคล้ายกับเจ็บไข้ได้ป่วย แสงโคมสาดเฉียงๆ ส่องต้องใบหน้าปราศจากใฝฝ้าตำหนิ รูปเค้าและลายเส้นบนใบหน้างามกลมกลืนราวกับเป็นผลงานที่สลักเสลาด้วยความปราณีตชิ้นหนึ่ง ขนคิ้วเป็นคิ้วที่วาดขึ้น ผู้คนบนเหลาสุราใน 10 คนมีอยู่ 9 คนที่จับจ้องมองนางแน่วนิ่ง
ลิ้วบ้อไบ๊ สร้างโดย ChatGPT
-ส่วยอิดพั้ง ฉายานักพรตปลิดดาว ชายชราผมขาวสวมหมวกนักพรต นั่งชงชาอยู่เพียงลำพัง อยู่ในศาลาหกเหลี่ยม ในหมอกควันเลื่อนลอย ภูเขา ใช้กระบี่เขียวสดใสดุจน้ำค้างกลางหาวเล่มหนึ่ง มีพลังกระบี่คุกคามรอบตัว ตลอดทั้งร่างแผ่กลิ่นอายฆ่าฟัน
-ตู้เก้าอง ผู้ชายแก่เตี้ยผอมแห้งกรัง ศีรษะใหญ่ ศีรษะล้านไม่มีผม สวมใส่ชุดยาวเลิศหรูตัดเย็บด้วยฝีมืออันประณีตเป็นเสื้อแพรสีน้ำทะเล กระดุมเม็ดแรกกลัดอยู่ในรังดุมเม็ดที่สาม บนศีรษะสวมหมวกหญ้ามีปีกกว้างราวกงล้อใบหนึ่ง ตลอดทั้งร่างถูกบดบังอยู่ใต้เงาของหมวกปีก ไม่อาจเห็นโฉมหน้าแท้จริงได้
-โต่วฮื้อพั้ว ผู้หญิงแก่ร่างสูง ตาโปน เอวใหญ่หลายคนโอบ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเกล้าเป็นมวยหลวมๆ สวมใส่ชุดยาวเลิศหรูตัดเย็บด้วยฝีมืออันประณีตเป็นชุดแดงสดใสขนาดเล็กกว่าตัว บนศีรษะสวมหมวกหญ้ามีปีกกว้างราวกงล้อใบหนึ่ง ตลอดทั้งร่างถูกบดบังอยู่ใต้เงาของหมวกปีก ไม่อาจเห็นโฉมหน้าแท้จริงได้
สองสามีภริยาคู่นี้เป็นหนึ่งในสี่คู่สามีภริยาที่มีชื่อเสียงที่สุด พลังฝีมือสูงเยี่ยมที่สุดในบู๊ลิ้มรอบร้อยปี มีพลังฝีมือลี้ลับ พฤติการณ์สัดหยั่งคาด
-ยอดฝีมือ 6 คน ที่มีฝีมือในเชิงกระบี่ระดับเดียวกับส่วยอิดพั้ง
-ยอดฝีมือ 6 คน ที่มีฝีมือในเชิงกระบี่ระดับเดียวกับส่วยอิดพั้ง สร้างโดย ChatGPT
คนเหล่านี้นอกจากลิ้วบ้อไบ๊สวมชุดยาวสีดำที่ทอจากชุดแพรสายใยอันนุ่มนิ่มราวกับสายน้ำ สะท้อนประกาย ใบหน้าคลุมด้วยแพรดำแม้กระทั่งดวงตายังถูกปิดบังไว้ มีลักษณะดังนี้
1.บุคคลแรกร่างผอมซูบสูงโปร่ง ในมือถือกระบี่ทองเหลืองลักษณะโบราณเล่มหนึ่ง
2.บุคคลที่สองรูปร่างผอมเตี้ย ในมือถือกระบี่เจิดจ้าเรืองรองเล่มหนึ่ง
3.บุคคลที่สามสูงใหญ่ตระหง่าน ในมือถือกระบี่เจิดจ้าเรืองรองเล่มหนึ่ง
4.บุคคลที่สี่รูปร่างสันทัดธรรมดา ในมือถือกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่ง
5.บุคคลที่ห้ารูปร่างอ้วนเตี้ย ท้องนูน ในมือถือกระบี่ที่เหลาจากท่อนไม้เล่มหนึ่ง
6.ลิ้วบ้อไบ๊ สวยสะคราญ เขียนคิ้วเจือจาง ไม่พอกแป้งแต้มชาด สีหน้าซีดขาว ผิดธรรมดาคล้ายกับเจ็บไข้ได้ป่วย ใบหน้าปราศจากใฝฝ้าตำหนิ รูปเค้าและลายเส้นบนใบหน้างามกลมกลืนราวกับเป็นผลงานที่สลักเสลาด้วยความปราณีตชิ้นหนึ่ง ขนคิ้วเป็นคิ้วที่วาดขึ้น ในมือถือกระบี่อันแวววับดุจน้ำค้างกลางหาวเล่มหนึ่ง
สิ่งของที่น่าสนใจในเล่มนี้ คือ ตะปูฝนพรำดอกสาลี่ถูกบรรจุอยู่ในกล่อง บนกล่องสีเงินลักษณะแบนสลักอักษรโบราณไว้ว่า “ซัดออกต้องเห็นเลือด คืนกลับว่างเปล่าอัปมงคล เร่งร้อนในความเร่งร้อน เจ้าแห่งอาวุธลับ” ในสายตาของชาวยุทธจักรมันนับเป็นของวิเศษที่ประเมินค่ามิได้พอยิงจู่โจมออกทั่วทั้งแผ่นดินไม่มีผู้ใดถลันได้ ตะปูฝนพรำดอกสาลี่มี 27 ตัว แม้มีชื่อว่าตะปูแต่ไม่ต่างจากเข็มปักดอกไม้ เพียงแต่ส่วนปลายค่อยข้างหยาบกว่า
ตะปูฝนพรำดอกสาลี่
ผู้เขียนยังคงยึดถือความคิดเห็นเรื่องอาวุธกับผู้ใช้อาวุธ เหมือนเช่นที่ปรากฏในเรื่องอื่นๆ เช่น ฤทธิ์มีดสั้น ซีรีส์ชุดชอลิ้วเฮียงเล่มนี้ก็ปรากฏตอนที่เขาบรรยายความคิดของชอลิ้วเฮียงเกี่ยวกับอาวุธว่า “ขอเพียงใช้ออกอย่างเหมาะสม สรรพวัตถุในต่ำใต้ ล้วนเป็นอาวุธทำร้ายคน หากใช้ไม่เหมาะสม ต่อให้ถือครองยอดศัตราวุธ ก็ยากทำร้ายคนแม้สักขุมขนหนึ่ง…”
และความคิดที่ผู้เขียนแสดงออกผ่านตัวละครลี้เง็กฮ้ำว่า “กระบี่เป็นของตาย คนกลับมีชีวิต ต้องให้คนใช้กระบี่รู้จักดัดแปลงใช้เพลงกระบี่ จึงสามารถแสดงออกถึงความลึกล้ำพิศดารของเพลงกระบี่”
ตอนนี้เรายังได้รู้การฝึกวิทยายุทธ์ของชอลิ้วเฮียงสมัยก่อนด้วยว่า “เคยวิ่งตะบึงอยู่บนทางภูเขาอันคดเคี้ยว กลางลมหนาวหิมะน้ำแข็ง เพื่อฝึกฝนวิชาตัวเบาและพละกำลัง“
และผู้เขียนได้เปิดเผยรายละเอียดการฝึกวิชาของโอ้วทิฮวยและชอลิ้วเฮียงที่คลุมเครือไปอีก ในตอนที่เก็งน่ำอี่คาดเดาที่มาของฝีมือของโอ้วทิฮวยว่า “วิชาฝีมือของมันเดินในแนวทางแกร่งกร้าวดุดัน มีส่วนคล้ายกับวิชาประจำสำนักธวัชเลือดเหล็ก…ชายฉกรรจ์เท้าเปล่าในสำนักธวัชเลือดเหล็กรับคนผู้นี้เป็นศิษย์”
โดยผู้เขียนบรรยายปฏิกิริยาของโอ้วทิฮวยตอนนี้ไว้ว่า “โอ้วทิฮวยยิ้มไม่ออกแล้ว สีหน้าปรากฏแววตื่นเต้นสงสัยมิได้”
เก็งน่ำอี่ยังคาดเดาวิชาฝีมือของชอลิ้วเฮียงว่า “วิชาฝีมือของชอลิ้วเฮียงอาจได้รับการถ่ายทอกจากราชันทิวา“
โดยผู้เขียนบรรยายปฏิกิริยาของโอ้วทิฮวยตอนนี้ไว้ว่า ”คราครั้งนี้ท่านแม้คาดเดาไม่ถูกต้องแต่ก็ใกล้เคียง…”
สรุปคำถามที่ว่าใครคืออาจารย์ชอลิ้วเฮียงก็ยังคงไม่มีคำตอบต่อไป
เรายังได้รู้รายละเอียดของตัวละครเพิ่มเติมว่า ศิษย์ของกวนอิมศิลามี 3 คน คือ บ้อซือ (ไร้คำนึง), บ้ออี่ (ไร้รำลึก) และบ้อฮวย (ไร้บุบผา)
ผมยังคงชอบแนวคิดที่ชอลิ้วเฮียงผู้ซึ่งไม่ได้มีวิชาการต่อสู้เป็นหนึ่งในแผ่นดินแต่สามารถใช้สติปัญญาพลิกสถานการณ์ทำให้ตัวเองรอดตายจากการต่อสู้และพลิกกลับมาชนะยอดฝีมือที่เก่งกว่าตัวเองได้
คำคมและแนวคิดของเรื่องนี้ที่ผมเห็นว่าน่าสนใจ คือ
1.“สิ่งที่ผู้คนหวาดกลัวอย่างแท้จริง มักมิใช่ตัววัตถุเรื่องราวหากแต่เป็นจินตนาการความคิดที่มันมีต่อเรื่องราวนั้น”
2.“ไม่ว่าเป็นเมืองน้อยปานใด ล้วนมีร้านค้าโลงแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะสถานที่ทุกแห่งล้วนมีผู้คน ทุกผู้คนต้องมีสักวันที่เสียชีวิต”
3.“ผู้คนจำนวนมากล้วนเข้าใจว่า คนยิ่งสูงอายุยิ่งถ่อมตน ซึ่งความจริงคนผู้หนึ่งยิ่งมีอายุสูงวัน ยิ่งไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ยิ่งชมชอบผู้อื่นยกย่องตัวเอง”
4.“บุตรหลานตัวเองกระทำผิด บิดามารดาต้องเข้าใจว่าถูกผู้อื่นชักนำไปในทางเลวร้าย นี่ความจริงเป็นความรู้สึกของปุถุชน”
5.“คนยามหวนรำลึก เวลามักผ่านไปอยาางรวดเร็ว ดังนั้นผู้สูงอายุอันอ้างว้างบางคน ได้แต่มีชีวิตอยู่กับความหลัง จึงสามารถผ่านปัจฉิมวัยอันเปล่าเปลี่ยวยาวนานได้”
6.“ไม่ว่าเป็นแผลหัวใจที่ลึกปานใด เวลาพอนานเข้าจะค่อยๆ เจือจางลืมเลือน ไม่เช่นนั้นในโลกนี้เกรงว่ามีผู้คนกว่าครึ่งที่ไม่มีชีวิตสืบไป”
สรุปให้ 5/5 ดาว ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
โฆษณา