Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
4 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์
ทำไมสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งที่หนองงูเห่า พื้นที่รับน้ำ ขนาด 20,000 ไร่
สำหรับประเทศไทย เมื่อความเจริญเข้ามาในเมืองใหญ่
แน่นอนว่า สิ่งที่เมืองนั้นต้องทำคือการถมคลอง
หรือเอาที่ดินซึ่งเป็นที่พักน้ำ หรือทางน้ำผ่าน มาสร้างที่พักอาศัยและโครงการขนาดใหญ่
ตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ ก็คือสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินหลักของประเทศ
ที่เลือกสร้างบนพื้นที่หนองงูเห่า ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เป็นทางน้ำผ่านและพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ
แล้วการใช้พื้นที่รับน้ำหนองงูเห่า สร้างเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ มีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ที่ดินหนองงูเห่า ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในอดีตเป็นที่ดินราคาถูก
รัฐบาลในยุคนั้นจึงได้ทยอยเวนคืนและรวบรวมที่ดินผืนใหญ่รวมกว่า 20,000 ไร่ ไว้ตั้งแต่ช่วงปี 2503-2516 ด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า เพื่อตั้งใจนำมาใช้สร้างเป็นสนามบินแห่งที่ 2 ต่อจากสนามบินดอนเมือง
เหตุผลที่หนองงูเห่า ถูกเลือกให้สร้างเป็นฮับการบิน อย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ก็เพราะเรื่องเดียวเลยคือ “ทำเล”
รัฐบาลได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านการบินชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ที่จะก่อสร้างเป็นสนามบินแห่งที่ 2 มาตั้งแต่ปี 2503 และบอกว่าที่ดินหนองงูเห่านี่แหละ คือทำเลที่ดีที่สุดที่จะก่อสร้างเป็นสนามบิน
เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ทางฝั่งตะวันออก และที่ดินก็เป็นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ ที่ยังไม่ได้มีชุมชนหนาแน่นมากนัก
1
แม้รัฐบาลจะเตรียมที่ดินหนองงูเห่า ไว้รอสร้างสนามบินแล้ว
แต่โครงการสนามบินก็ถูกแช่แข็ง เพราะถูกคัดค้าน
ด้วยพื้นที่แห่งนี้ เดิมทีมีไว้เพื่อเป็นจุดพักน้ำจากน้ำเหนือ ไม่ให้เข้ามาท่วมพระนคร
เนื่องจากเหตุผลทางกายภาพ คือที่ดินตรงนี้เป็นดินอ่อนที่อุ้มน้ำเยอะ
แถมยังเป็นที่ราบลุ่มต่ำและเป็นแอ่งกระทะที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางแค่ 1 เมตร
จากลักษณะของที่ดิน หลายฝ่ายก็กังวลว่าควรจะให้พื้นที่หนองงูเห่า เป็นพื้นที่พักน้ำขนาดใหญ่ ก่อนที่จะระบายน้ำลงสู่ทะเล
เพราะการเอาคอนกรีตผืนมหึมากว่า 20,000 ไร่ หรือเทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 4,600 สนาม
ไปทับลงบนทางน้ำผ่าน น้ำจึงไม่มีที่ไป และเสี่ยงที่จะทะลักเข้าท่วมชุมชนรอบข้าง และพื้นที่กรุงเทพฯ
จากความกังวลดังกล่าว หลาย ๆ รัฐบาลจึงอยากผลักดันให้สร้างสนามบินแห่งใหม่ ในที่อื่นแทน
โดยมีแคนดิเดตทำเล ที่เหมาะจะสร้างเป็นสนามบินแห่งใหม่ หลายที่ด้วยกัน
1
- อย่างในพื้นที่ของกองทัพอากาศ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ดินที่มีสภาพชั้นดินที่แข็งแรงกว่า แถมยังไม่ขวางทางเดินน้ำ
แต่พื้นที่จังหวัดนครปฐม ก็ถูกปัดตกไป เพราะการขยายตัวของเมือง และแหล่งงานในยุคนั้น ได้ขยายไปทางด้านตะวันออก ซึ่งเป็นโซนอุตสาหกรรมใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรีมากกว่า
ทำให้การสร้างสนามบินแห่งใหม่ในพื้นที่อีกฝั่งหนึ่ง ไม่เกิดความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจ
1
- อีกตัวเลือกคือ พื้นที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพื้นที่นี้ตอบโจทย์กว่า เพราะพื้นที่ตรงนี้ อยู่ใกล้แม่น้ำ และไม่ได้อยู่ตรงทางน้ำผ่าน และสามารถเชื่อมกับแหล่งอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกได้ง่าย
แต่สาเหตุที่พื้นที่นี้ไม่ถูกเลือก เพราะมีการอยู่อาศัยและทำเกษตรกรรมอย่างหนาแน่น
ทำให้มีต้นทุนการเวนคืนที่ดินสูง
แถมพื้นที่ตรงนี้ ยังอยู่ห่างไกลจากย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่า 1 ชั่วโมงในการเดินทางไปให้ถึง
- อีกทางเลือกถัดมาคือ เสนอให้ขยายสนามบินดอนเมือง ไปในทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับสนามบินดอนเมืองเดิม
โดยจะออกแบบให้มีอุโมงค์ และเส้นทางรถไฟเชื่อมอาคารผู้โดยสารเดิม กับอาคารผู้โดยสารใหม่เข้าด้วยกัน
ทางเลือกนี้ในเชิงภูมิศาสตร์แล้ว มีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างมากที่สุด เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นดินแข็ง แถมยังไม่ใช่ทางน้ำผ่าน
แต่ทางเลือกนี้ ก็ต้องปัดตกไปตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจาก ถูกชุมชนเมืองขยายตัว และเข้ายึดพื้นที่ไปเรียบร้อย
เมื่อหารือเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง และทำให้โครงการถูกแช่แข็งมานาน สุดท้ายการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ ก็มาลงเอยที่หนองงูเห่าตามเดิม..
ซึ่งระหว่างการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่หนองงูเห่า ก็เจอกับความท้าทายอย่างหนัก
โดยเฉพาะเรื่องดินเหนียวที่อ่อน ไม่สามารถรองรับน้ำหนักของรันเวย์และอาคารผู้โดยสารขนาดใหญ่ได้
ทำให้ระหว่างการก่อสร้าง จำเป็นต้องบดอัดดินให้แข็งแรง และต้องตอกเสาเข็มที่ลึกกว่า 50-60 เมตร เพื่อสร้างฐานรากที่แข็งแรงพอ
และด้วยความที่หนองงูเห่าเป็นแอ่งกระทะ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง ดังนั้น ทางโครงการจึงต้องลงทุนสร้างคันกั้นน้ำรอบสนามบิน พร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้โดยตรง
เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้งานในปี 2549 ตั้งแต่ตอนนั้น สนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็น Magnet สำคัญ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก
พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก แถบประเวศ มีนบุรี หรือลาดกระบัง ที่อยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นโซนที่มีหมู่บ้านจัดสรรผุดขึ้นมาเยอะมาก
และแน่นอนว่า พื้นที่ตรงนั้น ที่มีการเข้ามาของที่อยู่อาศัย ก็คือโซนที่เอาไว้ใช้รับน้ำจากทางเหนือนั่นเอง
เมื่อที่ตรงนั้นเป็นทางผ่านน้ำ แต่กลับไม่มีที่ให้น้ำไปเนื่องจากการขยายตัวของเมือง
ผลก็คือ เมื่อเกิดฝนตก หรือมีน้ำเหนือทะลักเข้ามาก็ทำให้น้ำระบายไม่ทัน
เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้ ภาครัฐจึงต้องลงทุนเพื่อสร้างระบบระบายน้ำใหม่ อย่างโครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับยกน้ำเพื่อระบายลงสู่อ่าวไทย รวมถึงอุโมงค์ยักษ์อุดมสุขเพื่อระบายน้ำลงสู่บึงหนองบอน ก่อนที่จะระบายลงสู่อ่าวไทย
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพฯ ในเชิงวิศวกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน
ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าน่าจะยังไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ หรือน้ำที่มาจากภาคเหนือออกสู่อ่าวไทย
1
เพราะเห็นได้จากการมีน้ำท่วมขังหลายจุด ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่ในอดีตเคยเป็นทางสำหรับน้ำผ่านโดยเฉพาะ
และล่าสุด ทางกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการร่างผังเมืองใหม่ ที่ได้มีการตัดพื้นที่รับน้ำออก 80%
ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ ก็ใกล้กับแนวเขตรับน้ำทางฝั่งตะวันออก อย่างเขตมีนบุรี คลองสามวา และเขตลาดกระบัง ใกล้ ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมินี่เอง
1
ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนพื้นที่รับน้ำ ให้สามารถก่อสร้างที่อยู่อาศัยได้ เป็นการปลดล็อกศักยภาพของที่ดิน เพื่อรองรับความเจริญ
แต่ก็ต้องแลกมากับพื้นที่รับน้ำ ในกรณีที่เกิดอุทกภัยเป็นจำนวนมาก
เรื่องนี้ ก็ถือเป็นความท้าทายของกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดิไซน์ระบบระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ให้ทันกับการโตของเมือง
ก่อนที่ความเจริญจากมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ จะเปลี่ยนเป็นความเสียหายมูลค่ามหาศาล จากภัยน้ำท่วมที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่องนี้จึงเป็นคำถามที่น่าคิดสำหรับเรา
สมมติว่าเรายังอยู่ในช่วงก่อนที่จะเคาะให้มีการสร้างสนามบินขนาดใหญ่ อย่างสุวรรณภูมิ
ในยุคนั้น เราอยากให้สนามบินสุวรรณภูมิ เมกะโปรเจกต์ที่เข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยนั้น ไปสร้างตรงไหนดี
- จะสร้างที่หนองงูเห่าเหมือนเดิม แต่ต้องลงทุนเมกะโปรเจกต์ด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำเข้าไปด้วย
- หรือจะสร้างที่ใหม่ เพื่อให้พื้นที่หนองงูเห่ากว่า 20,000 ไร่ ไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยสนามบิน
และกลายเป็นจุดรับน้ำธรรมชาติ อย่างที่เคยทำมาเมื่อ 100 ปีก่อน..
22 บันทึก
35
20
22
35
20
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย