วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปเทคนิค “ใช้ประกัน ซื้อประกัน” ลดหย่อนภาษีได้ แบบไม่ต้องควักเงินเพิ่ม

ใครเคยเจอปัญหาไหม ที่จ่ายเบี้ยซื้อประกันสะสมทรัพย์ไปแล้ว ปีต่อไปก็ต้องควักเงินตัวเอง มาวิ่งหาซื้อประกันตัวใหม่ เพื่อลดหย่อนภาษี
แต่จะดีกว่าไหม ถ้าการซื้อประกันลดหย่อนภาษีของเรานั้น สามารถกลายเป็นเงินที่ใช้ซื้อประกันลดหย่อนภาษีอีกตัวหนึ่งได้ โดยเราไม่ต้องควักเงินซื้อประกันเพิ่มด้วยตัวเองอีก
ด้วยเทคนิค “ใช้ประกัน ซื้อประกัน” นั่นเอง
แล้วถ้าอยากรู้ว่า เทคนิคใช้ประกัน ซื้อประกันนี้ มีรายละเอียดอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ประกันสะสมทรัพย์ หรือประกันออมทรัพย์ ส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุความคุ้มครอง ประมาณ 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี
โดยจะจ่ายเงินให้ผู้รับผลประโยชน์ หากผู้ทำประกันเสียชีวิต ภายในระยะเวลาการคุ้มครองตามสัญญา
แต่ถ้าผู้ทำประกันยังมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา ก็จะได้รับผลตอบแทนคงที่ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา
การทำประกันสะสมทรัพย์ จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ และแน่นอนว่า เมื่อความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนจากการซื้อประกันแบบนี้ จึงมักจะต่ำกว่าการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี
อย่างไรก็ตาม การทำประกันสะสมทรัพย์ ยังมีข้อดีอีกอย่าง คือ เราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันที่จ่ายได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสะสมทรัพย์ เลยเหมาะกับการนำมาใช้เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษี ของคนที่อยากได้เงินคืนแน่นอนตามสัญญา มากกว่าต้องทนความผันผวนกับกองทุนลดหย่อนภาษี
ซึ่งประกันสะสมทรัพย์ ที่เป็นที่นิยมในการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี จะเป็นประกันที่มีอายุประมาณ 10 ปี ให้เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีของทางสรรพากรได้พอดี
อย่างเช่น ประกันสะสมทรัพย์แบบ 10/5
หมายความว่า เราจ่ายเบี้ยประกันในช่วง 5 ปีแรก จากนั้นก็รอรับเงินก้อนใหญ่ในปีที่ 10 เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา
แต่ส่วนใหญ่แล้ว ประกันประเภทนี้ มักจะมีนโยบายจ่ายเงินคืนมาบางส่วนระหว่างทาง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป
บางกรมธรรม์ จ่ายเงินคืนในปีระหว่างทาง ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำ เมื่อเทียบกับทุนประกัน ทำให้เรารับเงินก้อนเล็กในปีระหว่างทาง แต่มักจะจ่ายเงินก้อนใหญ่ในปีสุดท้าย
บางกรมธรรม์ จ่ายเงินคืนในปีระหว่างทาง ในเปอร์เซ็นต์ที่สูง เมื่อเทียบกับทุนประกัน ทำให้เราได้รับเงินก้อนที่ใหญ่ขึ้นในปีระหว่างทาง แต่มักจะจ่ายเงินก้อนที่น้อยกว่าแบบแรกในปีสุดท้าย
แต่แบบประกันที่เหมาะกับเทคนิค ใช้ประกัน ซื้อประกันของเรานั้น จะเป็นประกันในแบบหลัง
เพราะเราต้องการกระแสเงินสดจำนวนมากระหว่างปี ในการนำไปซื้อประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษีเพิ่ม
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
ประกัน A จ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี ปีละ 100,000 บาท เท่ากับ 5 ปีแรก จะมีค่าลดหย่อนในส่วนของประกันชีวิตสูงสุด ปีละ 100,000 บาท ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อประกันฉบับอื่น ๆ
โดยแบบประกัน A มีทุนประกัน 105,000 บาท และมีนโยบายคืนเงินตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป
โดยจะคืนเงินในปีที่ 5 และ 6 ปีละ 10% ของทุนประกัน คือ 10,500 บาท
จากนั้นในปีที่ 7 ถึง 9 จะได้รับเงินคืนปีละ 100% ของทุนประกัน หรือ 105,000 บาท
โดยในปีสุดท้าย จะคืนเงินก้อนให้ 200% ของทุนประกัน หรือ 210,000 บาท
จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปีที่ 7 เราสามารถใช้เงินคืนที่ได้จากประกัน A ไปจ่ายเบี้ยประกันสะสมทรัพย์ เพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ 100,000 บาทต่อได้เลย
ซึ่งถ้าประกันสะสมทรัพย์ใหม่ สมมติว่าชื่อประกัน B ก็เป็นแบบ 10/5 และมีเบี้ยประกัน 100,000 บาท เหมือนกัน
ปีที่ 7 ถึง 9 หรือก็คือ 3 ปี เราก็จะมีเงินคืนจากประกัน A เพียงพอจ่ายเบี้ยประกัน B เพื่อลดหย่อนภาษีไป 3 ปี
ส่วนเงินคืน 210,000 บาท ในปีสุดท้ายของประกัน A ก็สามารถกันไว้จ่าย เบี้ยประกัน B ปีละ 100,000 บาท ได้อีก 2 ปี
ทำให้เงินคืนจากประกัน A สามารถจ่ายเบี้ยประกัน B ได้ครบทั้ง 5 ปี โดยไม่ต้องมีการควักเงินเพิ่มเลย..
แต่จากตัวอย่างเราจะเห็นได้ว่า ในช่วงปีที่ 6 อาจจะต้องมีการหาค่าลดหย่อนภาษีอื่น ๆ แทนประกัน ถ้าหากว่าไม่ต้องการควักเงินซื้อประกันเพิ่มจริง ๆ
เพราะเบี้ยประกันที่ได้คืนในปีที่ 5 และปีที่ 6 นั้น ยังไม่พอจ่ายเบี้ยประกันให้ครบ 100,000 บาท ตามที่ตั้งใจ
ทำให้เทคนิคใช้ประกัน ซื้อประกัน อาจไม่ได้ทำให้เราได้เงินคืนมาลดหย่อนภาษีอย่างต่อเนื่องทุกปี
แต่ถ้าหากเป็นแบบประกันที่ให้เงินคืนตั้งแต่ปีที่ 1 ถึง 5 รวมกันแล้วได้ 100,000 บาท เราก็อาจจะสามารถซื้อประกันลดหย่อนภาษีฉบับใหม่ได้เลยตั้งแต่ปีที่ 6
อย่างไรก็ตาม เทคนิคใช้ประกัน ซื้อประกันนั้น ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า เราจะสามารถหาประกันชีวิต ที่มีเงื่อนไขคืนเงิน พร้อมระยะเวลาจ่ายเบี้ยและคุ้มครองแบบเดิมได้
เพราะหลาย ๆ ครั้งเมื่อเวลาผ่านไป เงื่อนไขในการคืนเงินของแบบประกันชีวิตก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ทำให้เมื่อใกล้ถึงเวลาหมดอายุของประกันฉบับแรก เราจึงต้องตรวจสอบให้ดี ว่าประกันฉบับต่อไปมีเงื่อนไขที่เข้ากันได้กับเทคนิคของเราไหม
รวมถึงตรวจสอบให้ดี ๆ ว่าเงินคืนประกันชีวิตที่เราจะได้ มาทันซื้อประกันชีวิตฉบับใหม่ไหม เพราะเงินคืนประกันจะจ่ายใน “วันครบรอบกรมธรรม์” แถมถ้าติดวันหยุด เงินคืนก็จะเลื่อนไปอีก
ทำให้ถ้าวันครบรอบกรมธรรม์ ของประกันฉบับแรกอยู่ใกล้ ช่วงปลายปีมาก ๆ ก็มีความเสี่ยงที่เราจะซื้อประกันลดหย่อนภาษีฉบับใหม่ไม่ทันได้
เพราะสุดท้ายหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการลดหย่อนภาษีก็คือการที่เราต้องซื้อให้ทัน ภายในปีภาษีที่เราต้องการลดนั่นเอง..
#TaxFest2026
#ลงทุนดีมีเงินคืน
#ประกัน
โฆษณา