ใน The Eagle Shooting Heroes จอมยุทธ์อาจทำท่าหลุดโลกเหลวไหลพรอมจะบ้าไปกับทุกอย่าง ส่วนใน Ashes of Time จอมยุทธ์อาจต่อสู้เก่งกาจเพียงใดก็ได้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเอาชนะความรู้สึกของตัวเอง
ถ้ามีเรื่องใดใน Ashes of Time ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำตัวละครจากนิยายกำลังภังมาใช้ สิ่งนั้นคือเรื่องราวของโอวหยางเฟิงกับหญิงสาวที่เขารัก
ใน Ashes of Time โอวหยางเฟิงอาจเป็นผู้จัดหามือสังหารให้คนอื่น แต่กลับไม่อาจจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ อึ้งเอี๊ยะซืออาจตามหาเหล้าที่ทำให้ลืมอดีต แต่การดื่มเหล้าก็ไม่ได้ทำให้เขาพ้นจากความทรงจำ ส่วนจอมยุทธ์ตาบอดอาจมีฝีมือในการต่อสู้ แต่ก็ไม่อาจหยุดเวลาที่กำลังพรากสิ่งสำคัญไปจากชีวิตของเขาได้
หาก The Eagle Shooting Heroes ทำให้ภาพของยอดฝีมือพังทลายลงด้วยการหัวเราะ Ashes of Time ก็ทำให้ภาพเดียวกันนั้นพังทลายลงด้วยความเศร้า เราไม่จำเป็นต้องหัวเราะกับความล้มเหลวของตัวละครเหล่านี้ เพราะหนังทำให้เห็นว่าความล้มเหลวของมนุษย์บางอย่างไม่ได้มีอะไรน่าขบขันเลย มันเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราได้ทุกคน
เลสลี จางเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ใน The Eagle Shooting Heroes เขาเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายที่ผู้กำกับตั้งใจสร้างขึ้นมา ขณะที่ใน Ashes of Time เขาต้องแบกรับความโดดเดี่ยวของชายที่พยายามหลบหนีจากอดีต แต่ไม่เคยหนีได้จริง
ส่วนจางเซี๊ยะโหย่ว ซึ่งในหนังตลกสามารถเป็นส่วนหนึ่งของฉากที่เต็มไปด้วยความคึกคะนอง เมื่อมาอยู่ใน Ashes of Time เขาก็ต้องรับบทชายที่ชีวิตกำลังเปลี่ยนไปหลังจากสูญเสียนิ้วจากการต่อสู้