•
13 ต.ค. เวลา 19:45 • ธุรกิจ
ไร่ใจยิ้ม

Happineering & IDG Well-Being

โดย อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร CEO IDG Asia Pacific Innovation Center
Co-Founder University of Happiness - IDG Global Regenerative Living Lab
แนวคิดสำคัญ (Key Takeaway):
ความสุขและสุขภาวะที่ดีไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกที่เราต้องแสวงหา แต่เป็นศักยภาพภายในที่สามารถพัฒนาได้ผ่านประสบการณ์ การใคร่ครวญเรียนรู้ ความสัมพันธ์ และการลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย
Happineering เป็นการผสานการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง (Experiential Learning) เข้ากับกรอบแนวคิด Inner Development Goals (IDGs) และวิถีชีวิตแบบฟื้นฟูโลก (Regenerative Living)
ผู้เข้าร่วมจะได้ออกเดินทางผ่าน Inner Hero Journey — การเดินทางของวีรบุรุษภายใน โดยเรียนรู้ผ่าน 5 สถานีแห่งความสุข ได้แก่ Being, Thinking, Relating, Collaborating และ Acting
แทนที่จะเรียนรู้ผ่านการบรรยายเพียงอย่างเดียว ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การสัมผัสประสบการณ์ การใคร่ครวญ การเชื่อมโยงกับผู้อื่น และการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ แต่ละกิจกรรมจึงเป็นโอกาสในการค้นพบจุดแข็งของตนเอง ตระหนักถึงความเชื่อที่จำกัดศักยภาพ สร้างความไว้วางใจ เรียนรู้การทำงานร่วมกัน และเปลี่ยนการเติบโตภายในให้เป็นการลงมือทำที่มีความหมาย




5 สถานีแห่งความสุข (The Five Happiness Stations)
1. BEING — กลับมาเข้าใจและเชื่อมโยงกับตัวเอง
การตระหนักรู้ในตนเอง · การอยู่กับปัจจุบัน · ความสุขภายใน
เรียนรู้ที่จะหยุดพัก สังเกตอารมณ์และความรู้สึกทางร่างกาย ผ่อนคลายความตึงเครียด และกลับมาเชื่อมโยงกับสิ่งที่สร้างความสุขและความหมายให้กับชีวิตอย่างแท้จริง
Inner Compass ค้นหาต่อมสุขใจ รากแก้วความสุข
กิจกรรมการเรียนรู้
-Inner Compass – ค้นหาต่อมสุขใจ: สำรวจแหล่งที่มาของรากแก้วความสุข คุณค่าที่สำคัญในชีวิต จุดแข็ง และสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย เพื่อค้นหาเข็มทิศภายในของตนเอง
-Self-Awareness – Tension Release Exercise (การตระหนักรู้ในตนเองและการผ่อนคลายความตึงเครียด): ฝึกสังเกตความตึงเครียดทั้งทางร่างกายและอารมณ์ พร้อมเรียนรู้วิธีผ่อนคลายผ่านการเคลื่อนไหว การหายใจ และการรับรู้ร่างกาย
-Presence – Mindfulness (การอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ): ฝึกใส่ใจสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยไม่ด่วนตัดสิน ช่วยให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีสติ แทนการตอบสนองโดยอัตโนมัติ
Mindfulness
สิ่งที่ได้เรียนรู้: รู้จักตัวเอง เชื่อมโยงกับทรัพยากรภายใน และสร้างพื้นที่ให้ตนเองเลือกวิธีตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างมีสติ
2. THINKING — เปิดมุมมองและขยายความเป็นไปได้
การคิดเชิงระบบ · การเปลี่ยนมุมมอง · การสร้างวิสัยทัศน์
เรียนรู้ว่าความเชื่อและกรอบความคิดของเราส่งผลต่อการตีความ การตัดสินใจ และความเป็นไปได้ในอนาคตอย่างไร
Whole Brain Thinking
กิจกรรมการเรียนรู้
-Systems Thinking – Whole Brain Thinking (การคิดเชิงระบบและการคิดอย่างรอบด้าน): มองเห็นความเชื่อมโยง รูปแบบ และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ แทนการมองปัญหาแยกเป็นส่วน ๆ พร้อมฝึกใช้วิธีคิดที่หลากหลาย ทั้งการวิเคราะห์ การวางแผน การเข้าใจผู้คน และการสร้างสรรค์
-Perspective – New Belief (การเปลี่ยนมุมมองและสร้างความเชื่อใหม่): สำรวจสมมติฐานและความเชื่อที่จำกัดศักยภาพของตนเอง แล้วฝึกปรับกรอบความคิดให้สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์มากขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์และหลักฐานประกอบ
-Vision – Sexy Goals (การสร้างเป้าหมายที่ดึงดูดใจและสร้างแรงบันดาลใจ): สร้างภาพอนาคตที่น่าตื่นเต้น มีความหมาย และสอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง พร้อมแปลงวิสัยทัศน์ให้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนและอยากลงมือทำจริง

สิ่งที่ได้เรียนรู้: เมื่อเราเปลี่ยนวิธีมองสถานการณ์ เราจะค้นพบทางเลือกและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการลงมือทำ
3. RELATING — เชื่อมโยงกับผู้คนและธรรมชาติ
ความรู้สึกเชื่อมโยง · ความเข้าอกเข้าใจ · การชื่นชมและขอบคุณ
เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามการมองตนเองเป็นปัจเจกที่แยกขาดจากสิ่งอื่น และสัมผัสถึงคุณค่าของความสัมพันธ์กับผู้คน ธรรมชาติ และระบบชีวิตที่เชื่อมโยงถึงกัน
Forest Bathing อาปป่า
กิจกรรมการเรียนรู้
-Connectedness – Forest Bathing (การอาบป่าหรือสัมผัสธรรมชาติอย่างมีสติ): เดินในป่าอย่างช้า ๆ เปิดประสาทสัมผัสเพื่อรับรู้เสียง กลิ่น สัมผัส และบรรยากาศของธรรมชาติ พร้อมสังเกตความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้น
-Empathy – Oneness with the Tree (ความเข้าอกเข้าใจผ่านการเชื่อมโยงกับต้นไม้): ใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ สังเกตชีวิตและจินตนาการถึงความต้องการ การพึ่งพาอาศัยกัน และบทบาทของต้นไม้ในระบบนิเวศ เพื่อฝึกมองโลกจากมุมมองที่แตกต่างจากตนเอง
-Appreciate – Seed to Smile (จากเมล็ดพันธุ์สู่รอยยิ้ม): เรียนรู้เส้นทางจากเมล็ดพันธุ์จนกลายเป็นอาหาร พร้อมตระหนักถึงคุณค่าของดิน น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และผู้คนที่มีส่วนทำให้เราได้รับอาหาร ฝึกแสดงความขอบคุณต่อเครือข่ายชีวิตที่หล่อเลี้ยงเรา
สิ่งที่ได้เรียนรู้: เมื่อเรารู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิต เราจะเปิดใจให้ความเห็นอกเห็นใจ ความกตัญญู และความใส่ใจต่อโลกเติบโตขึ้น
โอบกอดต้นไม้
4. COLLABORATING — ร่วมมือกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า
การสร้างสรรค์ร่วมกัน · การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง · ทักษะการระดมพลัง
เรียนรู้ว่าการมีเป้าหมายร่วมกัน การใช้จุดแข็งที่หลากหลาย ความไว้วางใจ และการประสานงาน สามารถช่วยให้กลุ่มคนสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำงานแยกกันได้อย่างไร
Healthy Food Team Cooking ปรุงสุข
กิจกรรมการเรียนรู้
-Co-Creating – ปรุงสุข Healthy Food Team Cooking (การร่วมสร้างสรรค์ผ่านการทำอาหารเพื่อสุขภาพ): ร่วมกันเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพ ปรุงสุข ฝึกแบ่งหน้าที่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสานงาน และตัดสินใจร่วมกัน พร้อมคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการและความยั่งยืน
-Inclusive – Team Building (การสร้างทีมที่ทุกคนมีส่วนร่วม): ทำกิจกรรมท้าทายเป็นกลุ่ม เพื่อฝึกการรับฟัง การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการเคารพความแตกต่างของมุมมองและความสามารถ
-Mobilization Skills – Cross the Lake with Chaos (ทักษะการระดมพลังทีมเพื่อข้ามทะเลสาบท่ามกลางความท้าทาย): ร่วมกันข้ามทะเลสาบหรือทำภารกิจจำลองภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงและอุปสรรคที่คาดไม่ถึง ฝึกการสื่อสาร ภาวะผู้นำ การจัดสรรทรัพยากร การปรับตัว และการแก้ปัญหาร่วมกัน
สิ่งที่ได้เรียนรู้: การทำงานร่วมกันไม่ใช่เพียงการทำงานเป็นทีม แต่คือความสามารถในการรวมพลังของผู้คนที่มีความแตกต่างให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
5. ACTING — เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นการลงมือทำ
ความกล้าหาญ · ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ · ความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้
นำศักยภาพภายในมาใช้จริงผ่านการเผชิญความท้าทาย ก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย และเรียนรู้ที่จะเดินหน้าต่อเมื่อสถานการณ์ยากลำบาก
Zipline
กิจกรรมการเรียนรู้
-Courage – Zipline (ความกล้าหาญผ่านกิจกรรมโหนสลิง): สัมผัสประสบการณ์การก้าวออกจากแท่นเพื่อโหนสลิง โดยใช้อุปกรณ์นิรภัยที่เหมาะสม เรียนรู้เกี่ยวกับความกลัว ความไว้วางใจ การเตรียมตัว และความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าทั้งที่ยังรู้สึกไม่มั่นใจ
-Perseverance – Braveheart Bridge (ความมุ่งมั่นผ่านการข้ามสะพานท้าทาย): ข้ามสะพานหรือผ่านด่านผจญภัยที่ท้าทาย เพื่อฝึกการมีสมาธิ การค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้น และการมุ่งมั่นต่อไปแม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
-Resilience – Trail & Mountaineering Run (ความสามารถในการฟื้นตัวผ่านการเดินป่าและวิ่งขึ้นเขา): เดินหรือวิ่งตามเส้นทางธรรมชาติและภูเขา พร้อมรับมือกับความเหนื่อยล้า สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และความท้าทายทางร่างกาย ฝึกการจัดการพลังงาน การปรับกลยุทธ์ การช่วยเหลือกัน และการฟื้นตัวเมื่อพบอุปสรรค

สิ่งที่ได้เรียนรู้: ความกล้าหาญช่วยให้เราเริ่มต้น ความมุ่งมั่นช่วยให้เราเดินหน้าต่อ และความสามารถในการฟื้นตัวช่วยให้เราปรับตัวและลุกขึ้นใหม่ได้เมื่อเผชิญอุปสรรค
Braveheart Bridge
การเดินทางของวีรบุรุษภายใน (Inner Hero Journey)
สถานีทั้ง 5 เชื่อมโยงกันเป็นเส้นทางการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงกิจกรรมแยกส่วนจากกัน
BEING → ฉันค้นพบตัวตนของฉัน
การตระหนักรู้ในตนเอง การมีสติ และความสมดุลภายใน
THINKING → ฉันค้นพบความเป็นไปได้ใหม่
มุมมองใหม่ การคิดเชิงระบบ และวิสัยทัศน์ที่มีความหมาย
RELATING → ฉันกลับมาเชื่อมโยงกับชีวิต
ความเห็นอกเห็นใจ ความขอบคุณ และความสัมพันธ์กับผู้คนและธรรมชาติ
COLLABORATING → เราสร้างสรรค์ร่วมกัน
การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบร่วมกัน และพลังของการทำงานเป็นทีม
ACTING → ฉันเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นผลกระทบที่ดี
ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัว
กระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง (Experiential Learning)
กิจกรรมแต่ละอย่างจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อผู้เข้าร่วมได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้และสะท้อนประสบการณ์อย่างเป็นระบบ
Experience — ลงมือสัมผัสประสบการณ์: ฉันได้ทำอะไร และเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
Notice — สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น: ฉันรู้สึก คิด หรือค้นพบอะไรเกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่น?
Reflect — สะท้อนการเรียนรู้: ประสบการณ์นี้สอนอะไรฉันเกี่ยวกับศักยภาพภายในตามกรอบ IDGs?
Transfer — เชื่อมโยงสู่ชีวิตจริง: ฉันจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้กับชีวิตประจำวัน การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือชุมชนได้อย่างไร?
Do — ลงมือทำ: ฉันจะเริ่มต้นทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรมหลังจากประสบการณ์ครั้งนี้?
ตัวอย่าง: กิจกรรม Zipline กับการเรียนรู้เรื่องความกล้าหาญ
เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงแค่การที่ผู้เข้าร่วมสามารถโหนสลิงจนสำเร็จ แต่คือการค้นพบว่า ตนเองรับมือกับความกลัวอย่างไร อะไรช่วยให้กล้าก้าวไปข้างหน้า และจะนำความกล้านี้ไปใช้กับสถานการณ์จริง เช่น การสนทนาเรื่องยาก การริเริ่มโครงการใหม่ หรือการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตได้อย่างไร
สำหรับกิจกรรมผจญภัย ควรคำนึงถึงความสามารถและข้อจำกัดของผู้เข้าร่วมแต่ละคน มีอุปกรณ์นิรภัยและผู้ดูแลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม พร้อมจัดทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน
บทสรุป: หัวใจสำคัญของ Happineering
Happineering เปลี่ยนการพัฒนาศักยภาพภายในจากแนวคิดนามธรรม ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้และนำไปใช้จริงได้
ผ่าน 5 สถานีแห่งความสุข ผู้เข้าร่วมจะได้พัฒนาความเข้าใจตนเอง เปิดมุมมองใหม่ เชื่อมโยงกับผู้คนและธรรมชาติ เสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกัน และฝึกเปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นการลงมือทำ
เป้าหมายสูงสุดของ IDG Global Regenerative Living Lab ไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้คนมีความสุขในช่วงเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม แต่คือการบ่มเพาะศักยภาพภายในที่ช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำงานร่วมกันได้ดี และร่วมสร้างโลกที่มีสุขภาวะดี เปี่ยมด้วยความเมตตา และฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร
โฆษณา