•
วันนี้ เวลา 06:12 • ข่าวรอบโลก

จีนกำลังสร้างคาสิโนของตัวเอง แทนที่จะซื้อชิปไปเล่นในบ่อนของเจ้าพ่อ

การที่จีนซื้อทองคำต่อเนื่อง อาจไม่ได้เป็นแค่ การกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมสร้างระบบการเงินที่มีทองคำ physical เป็นศูนย์กลาง
ย้อนกลับไปปี 1944 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐ ถือครองทองคำของโลกในสัดส่วนมหาศาล จึงมีอำนาจกำหนดกติกาของระบบ Bretton Woods โดยมีดอลลาร์เท่านั้นผูกกับทองคำที่ราคา $35 ต่อออนซ์
ส่วนเงินทุกสกุลในโลกให้ผูกกับดอลลาร์อีกทอดหนึ่ง
ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจในการกำหนดกติกาการเงินโลก
วันนี้จีนกำลังสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลดการพึ่งพาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ไม่จำเป็นต้องใช้ดอลลาร์ทุกครั้ง
แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการซื้อทองคือ ..จีนกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทองคำเข้ามามีบทบาทในการชำระเงินระหว่างประเทศด้วย
เลิกซื้อ..เลิกสะสมชิปเพื่อไปเล่นในบ่อนคนอื่น แต่สร้างคาสิโน สร้างกติกาเรียกลูกบ่อนเองซะเลย
ถ้าคุณเอาเงินสดไปแลกชิปที่คาสิโน แสดงว่าคุณพร้อมที่จะเข้าไปเล่นในเกมของเจ้าพ่อ..ที่เป็นผู้กำหนดกติกา
แต่ถ้าคุณสร้างคาสิโนขึ้นมาเอง คุณก็มีโอกาสกำหนดกติกาของเกมได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าเป็นการวัดรอยเท้าน่ะ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ลอนดอนและนิวยอร์กเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดทองคำโลก แม้จีนจะมีทองคำอยู่ในมือจำนวนมาก แต่หากราคาทองคำยังอ้างอิงกับตลาดที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของตะวันตก ...จีนก็ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดเป็นผู้นำด้านการเงินของโลกแน่
จีนจึงไม่ได้ต้องการเพียงถือทองคำให้มากที่สุด แต่กำลังสร้างตลาดและระบบชำระเงินที่เชื่อมโยงกับทองคำจริง ...โดยที่มี Shanghai Gold Exchange เป็นองค์ประกอบสำคัญ
เป้าหมายที่เห็นคือ การสร้างทางเลือกให้ประเทศต่าง ๆ สามารถค้าขายและชำระบัญชีกันโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งดอลลาร์เพียงอย่างเดียว
อีกเรื่องที่สำคัญคือ rehypothecation ซึ่งหมายถึงการนำทรัพย์สินชิ้นเดียวที่ได้รับมาเป็นหลักประกัน..ไปใช้เป็นหลักประกันต่อ หรือใช้ซ้ำในธุรกรรมอื่นตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ในตลาดการเงิน ระบบนี้อาจทำให้สินทรัพย์ก้อนเดียวเชื่อมโยงกับสิทธิเรียกร้องหลายชั้นได้
ลองนึกภาพว่ามีทองคำแท่งหนึ่งอยู่ในห้องนิรภัย แต่มีเอกสารหรือสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับทองคำก้อนนั้นอยู่หลายชุด คนที่ถือเอกสารเหล่านั้นอาจคิดว่าตัวเองมีสิทธิในทองคำ แต่ถ้าทุกคนต้องการรับทองคำจริงพร้อมกัน ก็ต้องกลับมาดูว่าใครมีสิทธิอะไร และทองคำที่มีอยู่จริงเพียงพอหรือไม่
นี่คือความแตกต่างระหว่างการถือทองคำจริงกับการถือสิทธิเรียกร้องบนระบบการเงิน
ตลาดทองคำกระดาษในตะวันตกทำให้ปริมาณการซื้อขายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับทองคำมีขนาดใหญ่กว่าทองคำจริงที่พร้อมส่งมอบมาก
นี่ฟังดูเหมือนเป็นการฉ้อฉล แต่มันก็มีเหตุผล ...ในตลาดที่มีการขยายตัว มันเป็นการสร้างให้มีซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ในส่วนของ collateral ที่สร้าง leverage
และขณะเดียวกีน ก็อาจสร้างแรงกดดันราคาทองคำในตลาดได้ ซึ่งนับเป็นการบิดเบือนตลาดอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกว่า การมีสิทธิเรียกร้องหลายชั้นไม่ได้หมายความว่าทองคำทุกธุรกรรมถูกนำมาใช้ซ้ำ หรือเป็นหลักฐานในตัวเองว่ามีการกดราคาทองคำอย่างผิดปกติ
แล้วจีนกำลังเสนออะไรให้ประเทศอื่น?
ลองดูตัวอย่างน้ำมัน
สมมติว่าซาอุดีอาระเบียขายน้ำมันให้จีนมูลค่า $1,000 ล้าน แต่จีนต้องการชำระเงินเป็นเงินหยวนแทน
ปัญหาคือ ซาอุดีอาระเบียจะนำเงินหยวนที่ได้รับไปทำอะไรต่อได้ นอกจากซื้อสินค้าจีน หากไม่ต้องการถือเงินหยวนจำนวนมาก หรือกังวลว่าจะเปลี่ยนกลับเป็นสินทรัพย์อื่นได้ยาก
แต่หากซาอุดีอาระเบียสามารถนำเงินที่ได้รับไปแลกเป็นทองคำ physical ผ่านระบบรับฝากและชำระบัญชีที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ ...ก็จะมีทางเลือกมากขึ้นในการรับชำระค่าน้ำมันโดยไม่ต้องเก็บเงินหยวนไว้ทั้งหมด
แนวคิดการสร้างคลังทองคำในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงบริเวณประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน เพื่อให้การเปลี่ยนจากเงินที่ได้รับไปเป็นทองคำทำได้สะดวกขึ้น
หากระบบนี้ขยายตัวจริง ประเทศคู่ค้าก็อาจไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการถือดอลลาร์กับการถือเงินหยวนเพียงสองทาง แต่มีทองคำจริงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แน่นอนว่า การมีคลังทองคำหรือระบบซื้อขายทองคำไม่ได้ทำให้ทุกธุรกรรมกลายเป็นการชำระด้วยทองคำโดยอัตโนมัติ และการใช้ระบบนี้จริงยังขึ้นอยู่กับกติกา สภาพคล่อง และความต้องการของคู่ค้าด้วย
แล้วทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อดอลลาร์?
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความต้องการดอลลาร์และสินทรัพย์ที่เป็นดอลลาร์ช่วยให้สหรัฐ มีข้อได้เปรียบในการระดมทุนและกู้ยืมเงิน
หากประเทศต่าง ๆ มีทางเลือกในการค้าขายและเก็บเงินสำรองมากขึ้น ความต้องการถือดอลลาร์บางส่วนก็อาจลดลง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐ ได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทันที เพราะดอลลาร์ยังมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินโลก
หากหนี้สหรัฐ ยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลก็จะเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น และเชื่อว่าการสร้างเงินเพิ่มอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีจัดการภาระหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงทำให้กำลังซื้อของเงินลดลงอีก
สิ่งที่จีนกำลังทำจึงไม่ใช่การทำให้ดอลลาร์ล่มสลายในชั่วข้ามคืน แต่เป็นการสร้างระบบคู่แข่งที่ค่อย ๆ เปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ พึ่งพาดอลลาร์น้อยลง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจีนมีทองคำมากแค่ไหน แต่คือจีนกำลังสร้างช่องทางให้ทองคำจริงกลับมามีบทบาทในการกำหนดราคาและชำระบัญชีระหว่างประเทศได้มากขึ้นหรือไม่
เพราะถ้าจีนทำได้สำเร็จ อำนาจในระบบการเงินโลกอาจค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ดอลลาร์ล่มสลายก่อน
โดยเพจ : สายัณห์ รุจิราโมรา
โฆษณา