Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ
ออมเล่าเรื่อง
•
ติดตาม
15 ต.ค. เวลา 00:44 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ปี 1976 มนุษย์ส่งภาพจากพื้นผิวดาวอังคารกลับมายังโลกได้อย่างไร?
ปี 1976 ยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรือโซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่แพร่หลาย แต่ปีนั้นมนุษย์รับภาพจากกล้องบนดาวอังคารที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยล้านกิโลเมตรได้สำเร็จ
ไม่มีนักบินอวกาศเดินทางไปถ่าย และไม่มีฟิล์มส่งกลับโลก ผู้ทำหน้าที่นี้คือยานหุ่นยนต์ของนาซาชื่อ “ไวกิง 1” (Viking 1)
กว่าจะถึงพื้นผิวดาวอังคาร
นาซาส่งยานไวกิง 1 ออกจากโลกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1975 ยานประกอบด้วยสองส่วนสำคัญ ได้แก่ ยานโคจร (Orbiter) ซึ่งทำงานอยู่รอบดาวอังคาร และยานลงจอด (Lander) ซึ่งจะเดินทางลงไปสำรวจพื้นผิว
ยานเข้าสู่วงโคจรดาวอังคารในเดือนมิถุนายน 1976 แล้วใช้ภาพถ่ายสำรวจหาพื้นที่ลงจอดที่เหมาะสม
วันที่ 20 กรกฎาคม 1976 ไวกิง 1 ลงจอดที่ “ครีสพลานิเทีย” (Chryse Planitia) หรือ “ที่ราบทองคำ” และเริ่มสำรวจดาวอังคารจากพื้นดิน
ก่อนหน้านั้น ยาน Mars 3 ของสหภาพโซเวียตลงจอดในปี 1971 แต่ติดต่อได้เพียงช่วงสั้น ๆ ไวกิง 1 จึงเป็นหมุดหมายของการลงจอดและสำรวจพื้นผิวอย่างต่อเนื่อง
นาซาเคยวางแผนลงจอดต้นเดือนกรกฎาคม แต่ต้องเลื่อนเพราะพื้นที่เป้าหมายขรุขระเกินไป จึงใช้ภาพจากยานโคจรหาจุดที่ปลอดภัยกว่า
ภาพแรกไม่ใช่ภาพถ่ายแบบที่เราคุ้นเคย
ประมาณ 25 วินาทีหลังแตะพื้น กล้องหมายเลข 2 เริ่มถ่ายภาพตามโปรแกรม ภาพแรกเผยหิน ฝุ่น และแผ่นรองขาของยาน
เหตุใดภาพแรกจึงไม่ถ่ายเส้นขอบฟ้า? เพราะภาพใกล้แผ่นรองขาช่วยตรวจสอบพื้นดิน และยังเห็นฝุ่นกับกรวดที่ถูกแรงลงจอดพัดมาตกบนแผ่นรองขา
กล้องไวกิงไม่ใช้ฟิล์มหรือเซนเซอร์แบบโทรศัพท์สมัยใหม่ แต่ใช้กระจกเคลื่อนที่กวาดมองทิวทัศน์ทีละแนว อุปกรณ์รับแสงจะเปลี่ยนแสงสะท้อนเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วแปลงเป็นข้อมูลตัวเลข
แทนที่จะส่งรูปสำเร็จรูป ยานส่งตัวเลขที่แทนระดับความสว่างของแต่ละจุด ภาพแรกใช้เวลาสแกนประมาณห้านาที ก่อนข้อมูลจะถูกนำมาประกอบเป็นภาพ
ยานมีกล้องสแกนสองตัว สามารถมองบริเวณรอบตัวและสร้างภาพทิวทัศน์กว้าง ๆ ได้ ภาพแรกเป็นขาวดำ แต่เมื่อใช้ช่องตรวจวัดแสงผ่านตัวกรองสีต่างกัน ก็สามารถสร้างภาพสีได้ด้วย โดยนาซาเผยภาพสีจากพื้นผิวดาวอังคารในวันที่ 21 กรกฎาคม 1976
แล้วข้อมูลข้ามอวกาศกลับมาได้อย่างไร?
คำตอบคือ “คลื่นวิทยุ” ที่ใช้สื่อสารกับยานอวกาศอยู่แล้วในยุคนั้น
ไวกิงส่งข้อมูลมายังโลกได้โดยตรงผ่านเสาอากาศบนยานลงจอด หรือส่งผ่านยานโคจรซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดสัญญาณ
นาซาใช้เครือข่ายจานรับสัญญาณขนาดใหญ่ชื่อ Deep Space Network ในสหรัฐอเมริกา สเปน และออสเตรเลีย รับสัญญาณอันแผ่วเบา ก่อนให้คอมพิวเตอร์ประกอบข้อมูลเป็นภาพ
สถานีเหล่านี้อยู่ต่างทวีปเพื่อช่วยรับสัญญาณขณะที่โลกหมุน การส่งภาพจึงต้องอาศัยทั้งกล้อง วิทยุ เสาอากาศ และคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกัน
แม้คลื่นวิทยุเดินทางด้วยความเร็วแสง แต่วันนั้นสัญญาณจากดาวอังคารใช้เวลาเกือบ 20 นาทีจึงถึงโลก เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่ายานลงจอด ยานได้ปฏิบัติงานต่อไปแล้ว
ราว 40 นาทีหลังเจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณยืนยันการลงจอด ภาพแรกเริ่มปรากฏบนจอทีละแนว เผยให้เห็นหิน ทราย และขาของยาน
เหตุใดภาพธรรมดาจึงเปลี่ยนประวัติศาสตร์?
ภาพขาวดำของหินกับฝุ่นอาจดูธรรมดา แต่ในปี 1976 มันยืนยันว่ายานอยู่บนพื้นผิวจริง และพื้นดินรองรับน้ำหนักยานได้
ต่อมาไวกิงส่งภาพสี ศึกษาสภาพแวดล้อม และทดลองค้นหาสิ่งมีชีวิต แม้ไม่พบหลักฐานยืนยันว่ามีชีวิตอยู่บริเวณจุดลงจอด แต่ข้อมูลช่วยวางรากฐานให้การสำรวจรุ่นหลัง
ความมหัศจรรย์ไม่ใช่เพียงการได้เห็นดาวอังคาร แต่คือการส่งเครื่องจักรไปอีกโลกหนึ่ง ให้รับแสง แปลงเป็นตัวเลข และส่งกลับมาสร้างภาพบนโลกได้
ทุกครั้งที่เห็นภาพดาวอังคารอันคมชัดในปัจจุบัน อย่าลืมว่าเส้นภาพขาวดำที่ปรากฏบนจอในปี 1976 คือหนึ่งในก้าวสำคัญที่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นไปได้
แหล่งอ้างอิง (NASA)
NASA, Our First View of the Surface of Mars:
https://www.nasa.gov/image-article/our-first-view-of-the-surface-of-mars/
NASA Science, Viking: 50 Years on Mars:
https://science.nasa.gov/mission/viking/viking-50-years-on-mars/
NASA Science, Viking Spacecraft and Science:
https://science.nasa.gov/mission/viking/spacecraft-and-science/
NASA, First Photograph Taken on Mars Surface (ดูภาพจริง):
https://science.nasa.gov/photojournal/first-photograph-taken-on-mars-surface/
1 บันทึก
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย