Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Macy in Bangkok
•
ติดตาม
15 ต.ค. เวลา 12:30 • ไลฟ์สไตล์
กรุงเทพมหานคร
Work life in บางกอก : ep.3 เมื่อการสัมภาษณ์งาน หรือประกาศรับสมัครงาน อาจเป็นความ "ขรุขระ" ในการหางาน
เคยได้ยินหลายๆ คนพูดมาเยอะแล้วค่ะ ว่ากรุงเทพฯ มีโอกาส และมีงานให้ทำเยอะกว่าต่างจังหวัด มันก็อาจจะจริงค่ะ แต่การมีทางเลือกเยอะ ไม่ได้หมายความว่ามันจะง่ายดายเสมอไป
(***Disclaimer*** เนื้อหาในบทความนี้เขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนโดยมีจุดประสงค์เพื่อเม้ามอยและแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการโจมตีบริษัทใดบริษัทหนึ่งค่ะ หากผู้อ่านมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคอมเม้นต์เพื่อแก้ไขหรือแชร์ประสบการณ์ร่วมกันได้นะคะ)
อย่างที่เคยเล่าไปในกระทู้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเจ้าของบล็อก (หลังจากนี้จะขอเรียกตัวเองโดยย่อว่า จขบ. นะคะ) เคยผ่านการตระเวนสัมภาษณ์งานมาแล้วหลายต่อหลายบริษัทที่ในช่วงที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ซึ่งบางบริษัทก็โปร่งใส เชื่อถือได้ และเปิดรับพนักงานจริงๆ บางบริษัท ก็เปิดรับจริงๆ นั่นแหละ แต่อาจจะไม่โปร่งใสสักเท่าไหร่ (อย่างเช่นที่เคยเล่าไปในกระทู้ที่แล้ว 555) แต่บางบริษัท…ก็เรียกคนให้ไปสัมภาษณ์งาน ทั้งที่ไม่ได้รับพนักงานเพิ่ม ก็มีเหมือนกันค่ะ
จากประสบการณ์แล้ว หากเป็นการสัมภาษณ์งานตามปกติ ส่วนมากจะมีผู้เข้าสัมภาษณ์พร้อมกันแค่ไม่กี่คนค่ะ เพราะทาง HR อาจจัดสรรเวลาในการนัดผู้เข้าสัมภาษณ์แต่ละคนไว้อย่างเป็นระบบแล้ว (แต่ในบริษัทมหาชนที่ใหญ่มากๆ หรือในหน่วยงานราชการก็อาจแตกต่างกันไปนะคะ)
แต่ทีนี้ มันก็มีบางบริษัทเหมือนกันค่ะ ที่ถึงแม้จะไม่ใหญ่โต แต่กระบวนการนัดสัมภาษณ์นั้นดูเป็นทางการ น่าเชื่อถือมากๆ ทว่า…เมื่อไปถึงหน้างาน กลับพบว่ามีคนมารับการสัมภาษณ์ในตำแหน่งเดียวกันนี้ ในวันและเวลาเดียวกันแบบมืดฟ้ามัวดินเชียวล่ะ บ้างก็ให้กรอกใบสมัคร และต่อคิวรอการสัมภาษณ์เป็นลำดับๆ ไป แต่บางที่ก็ให้เข้าสัมภาษณ์พร้อมกันเป็นหมู่คณะก็มี
ซึ่งบริษัทพวกนี้เนี่ย HR จะใช้เวลาสัมภาษณ์ไม่นานเลยนะคะ ส่วนมากไม่เกิน 15 นาที บางครั้งจบภายใน 5 นาทีด้วยซ้ำ และคำถามในห้องสัมภาณ์ ก็จะใช้แค่คำถามสุดเบสิค เช่น ให้แนะนำตัวเอง บ้านอยู่ไหน เรียนจบอะไรมา เสร็จแล้วก็จะปิดท้ายด้วยประโยคยอดฮิตว่า “แล้วจะรีบติดต่อกลับนะคะ” (แต่ลงท้ายมาแบบนี้ 100% คือไม่ได้งานค่ะ)
ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว แม้จะเรียกคนไปสัมภาษณ์ตั้งเยอะแยะ แต่อาจไม่มีใครผ่านการสัมภาษณ์งานเลยสักคนก็เป็นได้ค่ะ
อาจจะฟังดูแปลกนะคะ เอ๊อ!! ถ้าไม่ต้องการคนเข้าไปทำงาน แล้วจะเปิดรับสมัครให้เสียเวลาทำไมล่ะเนี่ย จขบ. ก็เคยสงสัยเหมือนกัน จนกระทั่งได้มารู้เมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ ว่าบางบริษัทได้มอบหมาย KPI ไว้ให้ HR ว่าต้องมีการรับสมัคร และสัมภาษณ์งานให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ด้วยเหตุนี้ HR บางบริษัทจึงเรียกคนมาสัมภาษณ์แบบจัดหนักจัดเต็มเพื่อเก็บแต้ม KPI เอาไว้เพิ่มโบนัสช่วงปีใหม่ค่ะ (แต่อาจจะลืมคิดไปนิดนึง ว่าจิตใจของคนที่อยากได้งานมันไม่เคยเป็นเรื่องตลก)
แต่การเรียกสัมภาษณ์ที่เหมือนหว่านแหจับปลาเช่นนี้ อาจไม่สูญเปล่าเสมอไปค่ะ ทาง HR ของบริษัทก็อาจจะอยากเก็บประวัติไว้เผื่อมีตำแหน่งที่เหมาะสม หรือ เผื่อมีใครสักคนลาออกจากบริษัท และความสามารถของเรามันเหมาะกับตำแหน่งนั้นพอดี แต่คำถามคือ เมื่อไหร่มันจะถึงวันนั้น ที่เราได้เข้าทำงานที่นี่ล่ะ?
เนื่องจาก จขบ. ห่างเหินจากการสัมภาษณ์งานมาหลายปีแล้ว จึงไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ายังมีบริษัทที่ทำแบบนี้อยู่หรือไม่ แต่เท่าที่รู้คือในปัจจุบัน (ปี 2026) มีหลายบริษัท ประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์หางานทั้งที่ไม่ได้ต้องการรับพนักงานเพิ่ม แน่นอนว่าถึงแม้เราจะกดปุ่มสมัครงานไป ก็ไม่มีใครติดต่อกลับมาอยู่ดี
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าไม่รับพนักงานเพิ่ม แล้วจะมาโพสต์ประกาศรับสมัครงานให้เสียเวลาอีกทำไมล่ะ?
คำตอบคือ.…เขาทำไปเพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจค่ะ เพราะการลงประกาศในเว็บไซต์หางาน ใช้งบน้อยกว่าการประชาสัมพันธ์หรือการตลาดค่อนข้างเยอะ และในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ หลายบริษัทก็ต้องใช้งบอย่างประหยัดกันนิดนึงค่ะ
อันที่จริง วิธีการนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของฝั่งบริษัทห้างร้านตรงที่ว่าเขาใช้งบน้อยลง แต่ยังสามารถทำให้ใครบางคนได้มีโอกาสผ่านมาเห็นชื่อ และรูปแบบธุรกิจของพวกเขาได้อยู่ แต่ในทางกลับกันมันอาจเป็นความหนักใจของคนหางานก็เป็นได้ค่ะ เพราะสำหรับคนที่มองหางานแล้ว พวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าประกาศรับสมัครงานที่เห็นอยู่ตรงหน้า และคาดหวังจะได้เข้าไปทำงานเพื่อเก็บประสบการณ์และหาเลี้ยงชีพนั้น ต้องการคนจริงๆ หรือไม่?
สิ่งที่เขียนมาเล่าข้างต้น ก็ถือเป็น “ความขรุขระ” อย่างหนึ่งในโลกของการสมัครงานที่ จขบ. มีโอกาสได้ประสบพบเจอด้วยตัวเองค่ะ ซึ่งเด็กจบใหม่ (หรือแม้แต่คนทำงานที่มีประสบการณ์มาระดับนึง) ก็มีโอกาสที่จะได้เจอเหตุการณ์ประมาณนี้ใน กทม. เช่นกัน
แต่ทั้งนี้ สิ่งที่บอกเล่าถือเป็นเพียงประสบการณ์แค่ด้านเดียวเท่านั้น ดังนั้น หากผู้อ่านมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป หรือมีส่วนที่ต้องการโต้แย้ง สามารถคอมเม้นต์ได้เลยนะคะ ยินดีรออ่านและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเลยค่ะ
คนทำงาน
แนวคิด
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย