•
15 ต.ค. เวลา 06:54 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

สรุปและวิเคราะห์: Federated EW Cloud Architecture กับกองทัพไทย

บทความจาก JAPCC เรื่อง Why NATO Needs a Federated EW Cloud Architecture นำเสนอแนวคิดสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare: EW) ของ NATO ให้เชื่อมโยงข้อมูลและทรัพยากรจากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน แทนการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อให้ตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางแม่เหล็กไฟฟ้าได้รวดเร็วขึ้น
1\. สาระสำคัญ
* Federated Architecture: เชื่อมระบบ EW ที่แตกต่างกันของแต่ละเหล่าทัพและหน่วยงาน โดยไม่จำเป็นต้องรวมทุกระบบไว้ในระบบเดียว
* EW Cloud: ใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประมวลผลร่วมกัน เพื่อแบ่งปันข้อมูลและผลการวิเคราะห์ได้รวดเร็ว
* Data-centric operations: เปลี่ยนจากการยึดระบบหรืออุปกรณ์เป็นศูนย์กลาง มาเป็นการใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
* Interoperability: ทำให้เซนเซอร์ ระบบบัญชาการและควบคุม และหน่วยปฏิบัติการต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้
* ความคล่องตัวและความอยู่รอด: ลดการพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่ง และเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติการเมื่อระบบบางส่วนขัดข้องหรือถูกโจมตี
หัวใจของแนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการสร้าง Cloud สำหรับ EW แต่เป็นการสร้าง สถาปัตยกรรมข้อมูลและการปฏิบัติการร่วมด้าน EW ที่เชื่อมโยงกันได้อย่างปลอดภัย
2\. วิเคราะห์ในบริบทของกองทัพไทย
แนวคิดนี้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบ Cloud ของกองทัพไทยและ บก.ทท. ที่มุ่งสู่ Data-centric และ Multi-Domain Operations แต่ต้องต่อยอดจาก Cloud ที่ให้บริการระบบสารสนเทศ ไปสู่โครงสร้างที่สนับสนุนข้อมูลปฏิบัติการและการตัดสินใจร่วมด้วย
ประเด็นสำคัญมี 4 ข้อ
1\. เชื่อมข้อมูล EW จากทุกเหล่าทัพ
ข้อมูลจากระบบตรวจจับสัญญาณ สื่อสาร เรดาร์ ระบบต่อต้านโดรน และระบบข่าวกรอง ควรแลกเปลี่ยนกันได้ตามสิทธิ์ที่กำหนด ไม่ติดข้อจำกัดเพราะใช้คนละระบบหรือคนละผู้ผลิต
2\. ใช้ Cloud เป็นตัวเชื่อม ไม่ใช่รวมทุกอย่างไว้ส่วนกลาง
ควรออกแบบให้ประมวลผลได้ทั้งศูนย์ข้อมูลหลัก ศูนย์สำรอง และหน่วยปฏิบัติการระดับพื้นที่ เพราะในภาวะสงคราม การเชื่อมต่ออาจถูกตัดขาดหรือถูกรบกวนได้
3\. สร้างภาพสถานการณ์แม่เหล็กไฟฟ้าร่วม
ข้อมูล EW ที่ผ่านการตรวจสอบควรนำมาแสดงร่วมกับ Common Operational Picture (COP) เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นสถานการณ์จากหลายมิติ โดยแยกข้อมูลที่ตรวจพบ ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ และระดับความเชื่อมั่นให้ชัดเจน
4\. กำหนดมาตรฐานและสิทธิ์ข้อมูลตั้งแต่ต้น
การมี Cloud เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ระบบทำงานร่วมกันได้ จำเป็นต้องมีมาตรฐานข้อมูล ส่วนเชื่อมต่อระบบ การจำแนกชั้นความลับ และหลักเกณฑ์การแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
3\. มาตรการที่กองทัพไทยควรดำเนินการ
ระยะที่ 1: กำหนดสถาปัตยกรรมร่วม
เร่งดำเนินการ
ให้ บก.ทท. เป็นแกนกลางประสานเหล่าทัพ จัดทำสถาปัตยกรรม Federated EW Cloud กำหนดมาตรฐานข้อมูล API และการเชื่อมต่อระบบเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมกัน
ระยะที่ 2: ออกแบบความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ต้น
ทำควบคู่กับการออกแบบ
ใช้ Zero Trust, การแยกเครือข่ายตามระดับความลับ, การเข้ารหัส, การพิสูจน์ตัวตน, การตรวจสอบการเข้าถึง และการควบคุมการส่งต่อข้อมูลระหว่างระบบ พร้อมระบบสำรองที่ไม่พึ่งพาจุดล้มเหลวเดียว
ระยะที่ 3: ทดลองระบบขนาดเล็กที่วัดผลได้
เริ่มจากกรณีใช้งานที่เหมาะสม เช่น การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสัญญาณจากแหล่งข้อมูลจำลองหรือข้อมูลที่ได้รับอนุญาต ใช้ AI ช่วยจัดประเภทและตรวจจับความผิดปกติ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผลก่อนนำไปใช้
ระยะที่ 4: ทดสอบในสภาวะขัดข้อง
ฝึกและทดสอบว่าระบบยังทำงานได้อย่างไรเมื่ออินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายหลักขัดข้อง แบนด์วิดท์ต่ำ หรือไม่สามารถติดต่อศูนย์กลางได้ รวมถึงทดสอบการกู้คืนข้อมูลและการปฏิบัติงานแบบออฟไลน์
4\. ตัวชี้วัดความสำเร็จที่ควรกำหนด
* ลดระยะเวลาตั้งแต่รับข้อมูลจนถึงการนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจ
* เพิ่มสัดส่วนระบบต่างผู้ผลิตที่แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
* วัดความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลวิเคราะห์ AI
* ทดสอบระยะเวลาที่หน่วยปฏิบัติการยังทำงานได้เมื่อขาดการเชื่อมต่อศูนย์กลาง
* ตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลผิดสิทธิ์และความสามารถในการกู้คืนระบบ
### ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์
ผมเสนอให้กองทัพไทยพิจารณา Federated EW Cloud เป็นส่วนต่อยอดของ Defence Cloud และสถาปัตยกรรม Data-centric ของกองทัพไทย โดยให้ บก.ทท. ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและบูรณาการภาพรวม ขณะที่เหล่าทัพยังคงควบคุมระบบและข้อมูลตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของตน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเริ่มต้นด้วยโครงการจัดซื้อ Cloud ขนาดใหญ่ โดยยังไม่มีมาตรฐานข้อมูลและข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลที่ชัดเจน
บทเรียนสำคัญจาก NATO คือ ความได้เปรียบไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลมากที่สุด แต่เกิดจากการเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้องให้เป็นความเข้าใจสถานการณ์และการตัดสินใจได้ทันเวลา แม้ในสภาวะที่เครือข่ายถูกโจมตีหรือขาดการเชื่อมต่อ
โฆษณา